ข่าว

ก.กีฬาปิ๊งจัดศึกเอฟ-1

ก.กีฬาปิ๊งจัดศึกเอฟ-1

03 ต.ค. 2554

9 ปี กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา 'รมต.กีฬา' สมัย 2 'ชุมพล ศิลปอาชา' เน้นสามัคคี ดันสร้างสนามกีฬา 76 จว. พร้อมสนับสนุนให้ไทยเป็นเจ้าภาพกีฬา กระตุ้นการท่องเที่ยว จัดแข่งรถเอฟวัน

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อวันที่ 3 ต.ค. ที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นายชุมพล ศิลปะอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้เป็นประธานในพิธีจัดงานวันคล้ายวันสถาปนากระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ครบรอบ 9 ปี 

          โดยมีการทำบุญ ประกอบพิธีสงฆ์ ถวายภัตตาหารเพลแด่พระสงฆ์ โดยมีผู้บริหารหน่วยงานในสังกัด ข้าราชการ พนักงาน เจ้าหน้าที่ และหน่วยงานกีฬาของชาติ อย่างคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทย นำโดย พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะประธานโอลิมปิกไทย และ พล.ต.จารึก อารีราชการัณย์ รองประธานและเลขาธิการ ร่วมแสดงความยินดี

          การท่องเที่ยวและกีฬา ได้ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 3 ต.ค. 2545 มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับการส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว การกีฬา การศึกษาด้านกีฬา และนันทนาการ เพื่อเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมของประเทศ รวมทั้งการบริหารยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวและกีฬา ให้ขับเคลื่อนอย่างมีเอกภาพเป็นไปในทิศทางเดียวกัน

          โดยนายชุมพล กล่าวว่า กระทรวงฯ กำลังจะก้าวสู่ปีที่ 10 ซึ่งได้เน้นเรื่องของการสนับสนุนส่งเสริม ทั้งเรื่องของท่องเที่ยวและกีฬา โดยในส่วนของกีฬานั้น จะพยายามดึงภาคเอกชนเข้ามาร่วมสนับสนุนให้มากขึ้น โดยมีผลประโยชน์ตอบแทนในด้านต่างๆ โดยเฉพาะเรื่องของ การยกเว้นภาษี เป็นต้น

          สำหรับงานที่กระทรวงจะได้สานต่อจากการเข้ามาเป็น 'รมต.กีฬา' สมัย 2 นั้น นายชุมพล กล่าวว่า ตนจะได้ดำเนินการเรื่องของการก่อสร้างสนามกีฬากลางให้ครบ 76 จังหวัดทั่วประเทศ โดยคณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบให้ก่อสร้างไปตั้งแต่รัฐบาลชุดที่แล้ว ก็จะทำให้เสร็จ

          นอกจากนี้ 'รมต.กีฬา' ได้เน้นย้ำถึงเรื่องของการทำงานด้วยความสมัครสมานสามัคคีของคนในประเทศ โดยสามารถใช้กีฬาเป็นเครื่องมือได้เป็นอย่างดี รวมถึงกีฬาและท่องเที่ยวนั้นสามารถไปด้วยกันได้

          ขณะที่ ดร.สุวัตร สิทธิหล่อ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้กล่าวว่า การทำงานกีฬาของกระทรวงนั้น ก็จะพยายามเน้นเรื่องของกีฬาพื้นฐาน และกีฬามวลชนให้คนไทยได้เล่นกีฬา และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งจะต่อยอดไปถึงเรื่องของกีฬาเป็นเลิศ ซึ่งแม้จะเห็นผลได้ช้า แต่ก็ต้องเริ่มสร้างตั้งแต่ตอนนี้ รวมไปถึงการผลักดันพระราชบัญญัติเรื่องของกีฬาฉบับต่างๆ ให้ผ่านเพื่อออกบังคับใช้ให้ได้ภายในรัฐบาลชุดนี้ นอกจากนี้ในการเข้ามาทำงานกีฬานั้น ตนอยากจะให้ทุกฝ่ายอุทิศตนเองเพื่อการกีฬาของชาติอย่างแท้จริง

          หากพิสูจน์ตนเองแล้วไม่มีความสามารถก็ควรจะถอยออกไป เพื่อให้คนรุ่นต่อไปเข้ามาทำแทน กีฬาหลายชนิดนั้น ประสบความสำเร็จได้ ต้องอาศัยความทุ่มเทอย่างหนัก อย่าง วอลเลย์บอล ส่วนกีฬาบุคคลนั้น มีโอกาสที่นักกีฬาไทยจะประสบความสำเร็จถึงโอลิมปิกเกมส์ อย่าง มวยปล้ำ เป็นต้น

          สำหรับเรื่องของการท่องเที่ยวและกีฬานั้น 'ปลัดกีฬา' กล่าวว่า สามารถสนับสนุนกันได้ โดยการเป็นเจ้าภาพกีฬา จะดึงนักท่องเที่ยวมาสู่ประเทศไทยเป็นจำนวนมาก โดยนายชุมพล เห็นด้วยในการนำการแข่งรถสูตรหนึ่ง 'ฟอร์มูล่าวัน' มาขับโชว์ในประเทศไทย เหมือนอย่างที่เคยนำ มาร์ค เว็บเบอร์ ยอดนักซิ่งชาวออสเตรเลีย จากทีมเรดบูลล์ เรซซิ่ง มาขับโชว์ที่ ถ.ราชดำเนิน เมื่อปีก่อน และสามารถทำได้อีก เพราะจะเป็นที่สนใจของคนทั่วโลก กระตุ้นเศรษฐกิจให้คึกคักมากยิ่งขึ้น

          ส่วนเรื่องของการสร้างสนามแข่งขันรถสูตรหนึ่งโดยเฉพาะ หรือจัดแข่งขันบนถนนเหมือนอย่างสิงคโปร์ เพื่อให้ไทยเสนอตัวเป็นหนึ่งในสนามแข่งขันฟอร์มูล่าวันนั้น ถือเป็นการลงทุนในการแข่งขันระดับที่สูงมาก จะต้องมีการพิจารณาหาข้อดี ข้อเสีย อย่างรอบด้านอีกครั้ง

 

สุวัจน์อัพเกรดหวดไทยแลนด์เพิ่ม'เงิน-แต้ม'ล่อมือท็อปโลก

          สุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานจัดศึก 'พีทีที ไทยแลนด์ โอเพ่น' เผยกำลังเจรจาขอยกระดับการแข่งขันในปีหน้า จากเอทีพี เวิลด์ ทัวร์ 250 ซีรีส์ เป็น 500 หรือ 1000 แจงจะทำให้มีแต้มสะสมอันดับโลกสูงขึ้น ที่จะช่วยดึงดูดนักหวดมืออันดับต้นๆ ของโลกแห่มาร่วมชิงชัยได้เพียบ พร้อมยอมรับในฐานะนายกลอนเทนนิสสมาคม ยังขาดนักหวดชายสร้างชื่อ และกำลังเร่งมือปั้นอยู่ในขณะนี้

          นายสุวัจน์ เปิดเผยว่า หลังจากจบการแข่งขันเทนนิส พีทีที ไทยแลนด์ โอเพ่น 2011 ที่อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี เมื่อวันที่ 2 ต.ค. ทางคณะกรรมการจัดการแข่งขันได้มีการหารือกันถึงเรื่องระดับรายการแข่งขัน ซึ่งได้จัดระดับเอทีพี เวิลด์ทัวร์ 250 ซีรีส์ มาแล้ว 9 ปี จึงอยากจะก้าวขึ้นอีกขั้นไปที่ ระดับ 500 ซีรีส์ หรืออาจจะเป็นมาสเตอร์ 1,000 ที่จะทำให้รายการแข่งขันมีเงินรางวัลสูงขึ้น เช่นเดียวกับคะแนนสะสมอันดับโลกก็มากขึ้นด้วย จะช่วยดึงนักเทนนิสมืออันดับต้นๆ ของโลก ให้มาร่วมแข่งขัน

          "ถ้ารายการแข่งขันมีคะแนนสะสมมาก ก็จะได้รับความสนในจากนักเทนนิสมากขึ้นตามไปด้วย เพราะในระบบของเอทีพี มีภาคบังคับสำหรับนักเทนนิสมืออันดับต้นๆ ของโลกว่าจะต้องแข่งขันรายการระดับ 250 กี่รายการต่อปี เช่นเดียวกับระดับ 500 และ 1,000 ฉะนั้นถ้าเรายกฐานะรายการแข่งขันได้ ก็จะทำให้มีนักเทนนิสดังๆ เดินทางมาแข่งขันมากขึ้น ซึ่งจะเป็นอีกก้าวหนึ่งของไทยแลนด์ โอเพ่น" นายสุวัจน์ กล่าว

          นายสุวัจน์ กล่าวต่อว่า สำหรับแนวคิดดังกล่าวนั้น ยอมรับว่าเป็นเรื่องที่ดำเนินการได้ยาก เพราะแต่ละรายการในระดับต่างๆ ของปี มีผู้จัดประจำอยู่แล้ว แต่ก็จะพยายามเจรากับทางเอทีพี เพื่อขอยกระดับการแข่งขันต่อไปให้ได้ โดยเรื่องนี้ได้มีการหารือกับทางฝ่ายจัดการแข่งขันเรียบร้อยแล้ว

          ขณะที่เรื่องการพัฒนาวงการกีฬาเทนนิสในประเทศไทย โดยเฉพาะเรื่องนักกีฬานั้น นายสุวัจน์ กล่าวว่า ในส่วนการจัดการไม่มีอะไรน่าห่วง เช่น เรื่องการจัดการแข่งขัน แต่ยอมรับว่าการพัฒนานักกีฬายังขาดช่วง สำหรับนักเทนนิสหญิง เชื่อว่าอีกไม่นานจะสามารถก้าวขึ้นมาสร้างผลงานที่ดีได้หลายคน ส่วนนักเทนนิสชาย ยอมรับว่าหนักใจ เพราะคาดว่า 'เจ้าปิ๊ก' ดนัย อุดมโชค มือ 1 ของไทย จะเป็นกำลังสำคัญให้กับทีมไทยได้อีกไม่นาน ซึ่งกำลังวางแผนสร้างนักเทนนิสมืออันดับรองจากดนัยลงไปอยู่

          ตอนนี้ ลอนเทนนิสสมาคมฯ ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องการสร้างนักกีฬา โดยจะส่งไปฝึกซ้อมที่ต่างประเทศเพิ่มขึ้น เช่นก่อนหน้านี้ที่ 'เจ้าพ้ง' กิตติพงษ์ วชิรมโนวงศ์ นักหวดหนุ่มมือ 2 ไทย ไปฝึกซ้อมที่ประเทศสเปน เมื่อกลับมาก็สามารถเล่นได้ดีขึ้น แต่พอไม่ได้ไปฝึกซ้อมอีกก็ทำผลงานได้ไม่ค่อยดี

          ขณะเดียวกันก็จะให้ความสำคัญกับเรื่องโค้ชต่างชาติฝีมือระดับโลก นอกจากนี้ยังได้มองหานักกีฬาเทนนิสไทยที่ไปแข่งขันอยู่ในต่างประเทศ เพื่อดึงมาสร้างชื่อให้กับประเทศไทยต่อไปด้วย ซึ่งตอนนี้กำลังมองหาอยู่