
25จว.สุดอ่วม!สังเวยน้ำท่วม212
ศอส.สรุปน้ำท่วมยังหนัก 25 จังหวัด ยอดเสียชีวิตพุ่ง 212 ราย พร้อมเตือนเหนือ-อีสาน ระวังพายุ นาลแก 6-8 ต.ค.นี้
3 ต.ค.54 นายพระนาย สุวรรณรัฐ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ผู้อำนวยการศูนย์สนับสนุนการอำนวยการและการบริหารสถานการณ์ อุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม (ศอส.) เปิดเผยว่า ปัจจุบันยังคงมีสถานการณ์อุทกภัยใน 25 จังหวัด ได้แก่ สุโขทัย พิจิตร พิษณุโลก นครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ลพบุรี สระบุรี สุพรรณบุรี นครปฐม ปทุมธานี นนทบุรี อุบลราชธานี ขอนแก่น ศรีสะเกษ สุรินทร์ ฉะเชิงเทรา นครนายก ปราจีนบุรี เชียงใหม่ ยโสธร และร้อยเอ็ด รวม 179 อำเภอ 1,240 ตำบล 10,703 หมู่บ้าน ราษฎรเดือดร้อน 746,999 ครัวเรือน 2,420,868 คน มีผู้เสียชีวิต 212 ราย สูญหาย 2 ราย พื้นที่การเกษตรคาดว่าจะเสียหาย 7,528,805 ไร่ พื้นที่เพาะเลี้ยง สัตว์น้ำ บ่อปลา 107,732บ่อ สัตว์ได้รับผลกระทบ 8,511,689ตัว น้ำท่วมเส้นทางไม่สามารถสัญจรผ่านได้ รวม 123 สาย แยกเป็น ทางหลวง 37 สาย ใน 10 จังหวัด ทางหลวงชนบท 86 สายใน 18 จังหวัด
นายพระนาย กล่าวว่า สำหรับสถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำต่างๆ ยังต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เนื่องจากมีปริมาณน้ำมากและระดับน้ำล้นตลิ่งมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะลุ่มน้ำปิงที่อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน และคาดว่าจะมีน้ำล้นตลิ่งในพื้นที่ลุ่มต่ำตอนล่างของจังหวัดเชียงใหม่และอำเภอป่าซาง อำเภอเวียงหนองล่อง จังหวัดลำพูน ลุ่มน้ำมูล ยังมีน้ำล้นตลิ่งในหลายอำเภอของจังหวัดนครราชสีมา บุรีรัมย์ ร้อยเอ็ด ศรีสะเกษ และสุรินทร์ ลุ่มน้ำชี ยังมีน้ำล้นตลิ่งที่จังหวัดขอนแก่น มหาสารคาม โดยจะมีมวลน้ำเคลื่อนตัวมาที่อำเภอเมืองของทั้ง 2 จังหวัด คาดว่าน้ำจะล้นตลิ่งภายใน 1-2 วันนี้ ส่วนที่ยโสธร ร้อยเอ็ด และกาฬสินธิ์ มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ลุ่มน้ำปราจีนบุรี ที่อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี ลุ่มน้ำท่าจีน ที่อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม อำเภอบางปลาม้า จังหวัดสุพรรณบุรี
นายพระนาย กล่าวต่อว่า ขณะที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา สถานการณ์น้ำยังทรงตัว ปริมาณน้ำไหลผ่านจังหวัดนครสวรรค์ 4,362 ลบ.ม.ต่อวินาที เขื่อนเจ้าพระยาปริมาณน้ำไหลผ่าน 3,586 ลบ.ม.ต่อวินาที ปริมาณน้ำไหลผ่านอำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 3,236 ลบ.ม.ต่อวินาที ส่งผลให้ 10 จังหวัดที่อยู่ริมแม่น้ำ ได้แก่ อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี ลพบุรี อ่างทอง สุพรรณบุรี พระนครศรีอยุธยา สระบุรี ปทุมธานี และนนทบุรี ได้รับผลกระทบจากภาวะน้ำล้นตลิ่งที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น สำหรับสถานการณ์น้ำในเขื่อนยังอยู่ในภาวะวิกฤต โดยเฉพาะเขื่อนภูมิพล มีปริมาณน้ำ 93 เปอร์เซนต์ เขื่อนสิริกิติ์ มีปริมาณน้ำ 99 เปอร์เซ็นต์ เขื่อนแควน้อย มีปริมาณน้ำ 94 เปอร์เซ็นต์ เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์มีปริมาณน้ำ 136 เปอร์เซ็นต์
"ในวันนี้จะมีฝนตกค่อนข้างหนักมากกระจายทุกภูมิภาคของประเทศ ภาคเหนือ จ.ลำพูน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดนครราชสีมา และ จังหวัดเลย ภาคตะวันออก จังหวัดตราด ภาคใต้ฝั่งทะเลอันดามัน โดยเฉพาะจังหวัดระนอง และพังงา ส่วนพายุโซนร้อนนาลแก คาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศเวียดนามตอนบนในวันที่ 5 ต.ค.และจะส่งผลกระทบต่อประเทศไทย ทำให้บริเวณภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน มีฝนตกหนักในช่วงวันที่ 6-8 ต.ค.นี้ ศอส. จึงได้ประสานจังหวัดที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยดังกล่าว จัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังติดตามสถานการณ์ภัย และแจ้งเตือนประชาชนให้รับทราบปริมาณน้ำและความเร็วของกระแสน้ำ เพื่อสามารถเตรียมพร้อมอพยพหนีภัยได้ทันท่วงที" นายพระนาย กล่าว
กทม. ตั้งวอร์รูมรายงานสถานการณ์น้ำ
นายพระเทพ เตชะไพบูลย์ รองผู้ว่า กทม. แถลงข่าวภายหลังการประชุมผู้บริหาร กทม.ว่า ที่ประชุมได้หารือถึงสถานการณ์น้ำที่จะเกิดขึ้น โดย กทม.ได้เตรียมรับมือแล้ว โดยเฉพาะฝั่งตะวันออก อย่างเขตมีนบุรี และเขตหนองจอก ซึ่งหลังจากนี้ กทม.เตรียมจะเปิดศูนย์รับเรื่องร้องทุกข์ เพื่อประสานไปยังหน่วยงานของ กทม. ให้เตรียมแก้ปัญหาทั้งเบื้องต้นและระยะยาว โดยจะประสานไปยังกองประชาสัมพันธ์ ให้ประสานกับสำนักการระบายน้ำให้เผยแพร่ข้อมูลประจำวันของสถานการณ์น้ำ ให้สื่อและประชาชนรับทรายสถานการณ์น้ำในแต่ละวัน นอกจากนี้จะเขื่อมต่อไปยังส่ายด่วน 1555 ของ กทม. เพื่อเให้ประชาชนที่อยู่ในจุดเสี่ยงต่างๆสามารถแจ้งเหตุได้
นายพรเทพ กล่าวต่อว่า ยืนยันว่าขณะนี้ กทมง ยังรับมือกับสถารนการณ์น้ำได้ไหง เพราะเรามีแผนป้องกันเตรียมพร้อมไว้แล้ว โดยเฉพาะแนวเขื่อนริมแม่น้ำเเจ้าพระยาที่สูง 2.5เมตร ซึ่งวานนี้ น้ำขึ้นยสูงสุดที่ 1.90 เมตร จึงถือว่าไม่อูยูในระดับที่น่ากังวล ทั้งนี้ กทม. จะติดตามสถานการณ์อย่างใกลชิด
เขื่อนลำปาวส่อล้นเร่งระบายวันละ 35 ล้าน ลบ.ม.
สถานการณ์น้ำที่จังหวัดกาฬสินธุ์ยังคงวิกฤต เนื่องจากระดับน้ำในเขื่อนลำปาวยังเกินระดับเก็บกักที่ 101% หรือปริมาณการกักเก็บที่ 1,990 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งยังคงมีน้ำไหลหลากเข้ามายังเขื่อนจำนวนมากไม่ต่ำกว่าวันละ 30 ล้านลูกบาศก์เมตร และปัจจุบันเขื่อนลำปาวได้ระบายในอัตราวันละ 35 ล้านลูกบาศก์เมตร โดยได้ระบายระดับนี้ต่อเนื่องเป็นวันที่ 3 แล้ว
อย่างไรก็ตามจากการสำรวจเส้นทางน้ำในลำน้ำปาวที่มีระดับสูงขึ้น ต่อเนื่องเฉลี่ยวันละ 10-15 ซม.ต่อวัน ทำให้พื้นที่ลุ่ม 5 อำเภอที่ประกอบด้วย อ.เมืองกาฬสินธุ์ อ.กมลาไสย อ.ยางตลาด อ.ฆ้องชัย และอ.ร่องคำ ถูกน้ำท่วมเสียหายเป็นบริเวณกว้างทั้งนาข้าว ไร่สวนและบ้านเรือนราษฎร ทั้งนี้น้ำยังล้นตะลิ่งต่อเนื่อง จากจุดวิกฤตที่ 7.00 เมตรปัจจุบันลำน้ำปาวมีระดับที่ 9.83 ม. นับว่าเป็นระดับน้ำริมตะลิ่งน้ำลำปาวสูงที่สุดเท่าที่เคยมีมาหลายสิบปี
นอกจากนี้ ยังพบว่าหลายหมู่บ้านที่อาศัยบริเวณลำน้ำปาวในอ.เมืองกาฬสินธุ์ ถูกน้ำท่วมเสียหายเพิ่มขึ้นระดับน้ำสูงเกือบ 1 เมตรแล้วโดยเฉพาะบ้านที่สินและบ้านท่าสีดา ต.ลำพาน และต.หลุบ อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ ที่ขณะนี้หลายฝ่ายได้ร่วมกันป้องกันน้ำท่วมสถานที่ราชการในหมู่บ้านที่สำคัญโดยเฉพาะโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพระดับตำบลหลุบที่น้ำเริ่มไหลเข้าท่วมแล้วในขณะนี้ด้วย
แพทย์เตือนน้ำท่วมขังเพิ่มภาชนะยุงวางไข่ เสี่ยงโรคไข้เลือดออก
ผู้สื่อข่าวรายงาน ปริมาณน้ำของ จ.อุบลราชธานี เริ่มมีระดับคงที่ ล่าสุดปริมาณน้ำของแม่น้ำมูลที่เชิงสะพานเสรีประชาธิปไตย ล้นตลิ่งที่ระดับ 2.14 ม. ทำให้น้ำเอ่อไหลเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนริม 2 ฝั่งแม่น้ำ ในเขตเทศบาลเมืองวารินชำราบ และเทศบาลนครอุบลราชธานี จนต้องอพยพขึ้นมาอาศัยอยู่ ณ จุดที่ปลอดภัย ซึ่งทางหน่วยราชการได้จัดไว้ให้
ทั้งนี้ พ.อ.ชาญชัย ติกขะปัญโญ ผอ.โรงพยาบาลค่ายสรรพสิทธิประสงค์ อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี กล่าวว่า จากสถานการณ์น้ำท่วมดังกล่าว สิ่งที่ควรเฝ้าระวังคือ การเกิดภาชนะน้ำขังเพิ่มขึ้น ทำให้ยุงลายที่เป็นพาหะนำโรคไข้เลือดออกมีโอกาสในการวางไข่และเพิ่มจำนวนยุงลายมากขึ้น และประกอบกับช่วงนี้ฝนยังตกชุก ในปี 2554 มีผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกที่เข้ารับการรักษาตัวที่ รพ.ค่ายสรรพสิทธิประสงค์ แล้วกว่า 102 ราย ประชาชนควรมีการดูแลตนเองและบุตรหลานอย่างต่อเนื่อง
โดยการสวมใส่เสื้อผ้าที่หนาพอสมควร หรือจะใส่เสื้อแขนยาว และกางเกงขายาว นอนในมุ้งลวด หรือมุ้ง ใช้กลิ่นกันยุง เช่น ตะไคร้ หรือสารเคมีอื่นๆ และกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายในบริเวณบ้าน หากพบว่าคนในครอบครัวมีไข้สูงผิดปกติ ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที ทั้งนี้ ทาง รพ.ค่ายสรรพสิทธิประสงค์ ได้มีการจัดหน่วยแพทย์ลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนชนที่ประสบภัย ในเขตเทศบาลเมืองวารินชำราบ ซึ่งเป็นพื้นที่รับผิดชอบ โดยนำยาชุดสามัญประจำบ้าน และอุปกรณ์สำหรับการปฐมพยาบาลเบื้องต้นแจกจ่ายให้กับผู้เดือดร้อนอย่างทั่วถึง
ฝนกระหน่ำลพบุรีทั้งวันทั้งคืน ทำให้น้ำสูงขึ้นอีก
รายงานข่าวจากจังหวัดลพบุรีแจ้งว่า เมื่อเวลา 09.00 น วันที่ 3 ตุลาคม ที่ห้องประชุม อำเภอบ้านหมี่ นายสันติ เหล่าบุญเสงี่ยม นายอำเภอบ้านหมี่ เรียกบรรดาหัวหน้าส่วนราชการ เข้าประชุม และให้ กำนัน ผู้ใหญ่บ้านแต่ละแห่งชี้แจงถึงสถานการณ์น้ำท่วม ในเขต 5 ตำบล หลักของอำเภอบ้านหมี่คือตำบลบางพึ่ง ตำบลบางขาม ตำบลบ้านชี ตำบลมหาสอนและตำบลสนามแจงที่ถูกน้ำหลากเข้าท่วมใหม่อีก 1 ตำบล โดยทางที่ประชุม ขอให้ทางตัวแทนของกรมชลประทานเร่งดำเนินแก้ปัญหาเรื่องการอุดประตูน้ำบางโฉมศรีโดยเร็ว และขอให้ทางราชการเตรียมการฟื้นฟูหลังน้ำลด
นายนพพร ชัยพิชิต ผู้อำนวยการ สำนักชลประทานที่ 10 ว่า สำหรับในเขตจังหวัดลพบุรีเกิดพายุฝนได้ตกกระหน่ำอย่างหนักตั้งแต่เวลาประมาณ01.00 น ของวันที่ 3 ตุลาคม จนกระทั้ง 12.00 นของวันที่ 3 ตุลาคม ฝนก็ยังไม่หยุดตก เป็นการเติมน้ำให้สูงขึ้น อีกโดยเฉพาะจุดที่สะพานวัดมณีชลขัณฑ์ อำเภอเมืองลพบุรีน้ำท่วมสูงขึ้นอีก 4 ซ.ม.
ทั้งนี้ รายงานข่าวแจ้งว่ามีข่าวลือกันว่าจะมีการวางระเบิดที่ประตูน้ำพลเทพ เหนือเขื่อนเจ้าพระยาเพราะ ประชาชนเขต จังหวัดลพบุรี สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยาสระบุรี และลพบุรีไม่สามารถที่จะทนอยู่กับน้ำที่ท่วมขังได้แล้ว ทางด้านนายนพพร ชัยพิชิต ผู้อำนวยการสำนักชลประทานที่ 101 ว่ายังไม่ได้ยินข่าว และประตูน้ำพลเทพ ก็อย่าในเขตชลประทาน 12 เหนือเขื่อนเจ้าพระยา



