ข่าว

โพลล์ชี้เศรษฐกิจไทย3-6เดือนทรุด

โพลล์ชี้เศรษฐกิจไทย3-6เดือนทรุด

03 ต.ค. 2554

โพลล์นักเศรษฐศาสตร์ ชี้'ดัชนีคาดการณ์เศรษฐกิจไทย'3-6 เดือนข้างหน้าทรุด

        3 ก.ย.54 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ(กรุงเทพโพลล์) ได้เปิดเผยผลสำรวจความเห็นนักเศรษฐศาสตร์ที่ทำงานอยู่ในหน่วยงานด้านการวิเคราะห์ วิจัยเศรษฐกิจระดับชั้นนำของประเทศ 30 แห่ง จำนวน 63 คน เรื่อง “ดัชนีคาดการณ์เศรษฐกิจไทย 3 และ 6 เดือนข้างหน้า” โดยเก็บข้อมูลระหว่างวันที่   26-30 ก.ย. ที่ผ่านมา  พบว่า

        จากการสำรวจพบว่า ดัชนีคาดการณ์เศรษฐกิจไทยในอีก 3 เดือนข้างหน้า อยู่ที่ 47.46 ซึ่งเป็นระดับที่ลดลงเมื่อเปรียบเทียบกับการสำรวจในครั้งก่อนหน้าที่ค่าดัชนีอยู่ที่ 62.11  อีกทั้งค่าดัชนียังอยู่ในระดับที่ต่ำกว่า 50  ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนมุมมองนักเศรษฐศาสตร์ที่มีต่อเศรษฐกิจในอีก 3 เดือนข้างหน้าว่าจะแย่ลงเมื่อเปรียบเทียบกับปัจจุบัน  เช่นเดียวกับ  ดัชนีคาดการณ์เศรษฐกิจไทยในอีก 6 เดือนข้างหน้า ที่อยู่ในระดับ  45.14  ซึ่งเป็นระดับที่ต่ำกว่าดัชนีคาดการณ์ 3 เดือนข้างหน้า  แสดงให้เห็นว่าเศรษฐกิจไทยจะทรุดอย่างต่อเนื่องในอีก 6 เดือนข้างหน้า 
  
        หากแยกแต่ละปัจจัยขับเคลื่อนเศรษฐกิจในอีก 3 เดือนข้างหน้า พบว่า 4 ใน 5 ปัจจัย  ค่าดัชนีมีการปรับตัวลดลงและอยู่ในระดับที่ต่ำกว่า 50 ค่อนข้างมากประกอบด้วย  การบริโภคภาคเอกชน  การลงทุนภาคเอกชน  การส่งออกสินค้า  และการท่องเที่ยวจากต่างประเทศ  มีเพียงปัจจัยการใช้จ่ายและการลงทุนภาครัฐ  เท่านั้น  ที่นักเศรษฐศาสตร์มองว่าจะปรับตัวดีขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับปัจจุบัน  ส่วนการคาดการณ์ในอีก 6 เดือนข้างหน้า นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ว่าปัจจัยภายในประเทศจะปรับตัวดีขึ้น(ประกอบด้วย การบริโภคภาคเอกชน  การลงทุนภาคเอกชน  และการใช้จ่ายและการลงทุนภาครัฐ) ขณะที่ปัจจัยภายนอกประเทศจะแย่ลงไปอีก ( การส่งออกสินค้า  และ การท่องเที่ยวจากต่างประเทศ)

        ส่วนดัชนีสถานะเศรษฐกิจไทยในปัจจุบันยังคงอยู่ในสถานะที่แข็งแกร่งเห็นได้จากค่าดัชนีที่อยู่ในระดับ  53.92  (ค่าดัชนีสูงกว่า 50)   แต่เป็นการแข็งแกร่งที่ลดลงเล็กน้อยเมื่อเปรียบเทียบกับการสำรวจครั้งก่อนหน้าที่ค่าดัชนีอยู่ที่ 56.94 (เดือนกรกฎาคม 54)   เมื่อพิจารณาในแต่ละปัจจัยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ พบว่า  การใช้จ่ายและการลงทุนภาครัฐ  การส่งออกสินค้า  และการท่องเที่ยวจากต่างประเทศ ยังคงอยู่ในสถานะที่แข็งแกร่ง  ขณะที่ปัจจัยการบริโภคภาคเอกชน  และการลงทุนภาคเอกชน  อยู่ในสถานะที่อ่อนแอ