ข่าว

จับตา'อริสมันต์'ยกปรองดองมอบตัว

จับตา'อริสมันต์'ยกปรองดองมอบตัว

03 ต.ค. 2554

จับตา'อริสมันต์'ยกปรองดองมอบตัว : ขยายปม โดย สมถวิล เทพสวัสดิ์

            เห็นข้อความผ่านทวิตเตอร์ภายใต้ชื่อ @kk_justice ของ "กิตติพงษ์ กิตยารักษ์" ปลัดกระทรวงยุติธรรม และ กรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริง เพื่อการปรองดองแห่งชาติ (คอป.) เกี่ยวกับการรอความชัดเจนจากรัฐบาลเรื่องการตั้งคณะกรรมการเยียวยาให้แก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมทางการเมือง ตามข้อเสนอของ คอป.

            อย่างน้อยก็ทำให้ "อุ่นใจ" ได้บ้างเกี่ยวกับหลักการพิจารณา "สิทธิ" ของผู้ต้องหาและผู้ต้องขัง ก่อนเสนอให้ได้รับการประกันตัว !

             เพราะขณะนี้ดูเหมือนคำว่า "ปรองดอง" จะถูกหยิบยกขึ้นมาใช้จนกลายเป็น "ยาวิเศษ" ที่สามารถแก้ไขปัญหาวิกฤติที่กำลังเกิดขึ้นในบ้านเมืองได้ในพริบตา หากทำตามข้อเสนอโดยไม่คำนึงถึงหลักนิติธรรม

             บางช่วงของข้อความผ่านทวิตเตอร์ "กิตติพงษ์" ที่ระบุถึงข้อเสนอเกี่ยวกับผู้ต้องขัง ทบทวนข้อหา และสิทธิในการประกันตัว ระบุว่า "จะต้องพิจารณาเป็นรายกรณี และต้องแยกแยะข้อหาการกระทำผิด สิ่งสำคัญจะต้องดูรายละเอียดเกี่ยวกับเจตนาและความเหมาะสมเป็นรายบุคคล โดยการลงโทษจะต้องเหมาะสมกับพฤติกรรมการกระทำผิด ส่วนแกนนำ นปช.ที่หลบหนีอยู่ในต่างประเทศ กลุ่มนี้ไม่ได้อยู่ในข้อเสนอของ คอป.ที่ให้มีการปล่อยตัวชั่วคราว เนื่องจากเป็นกรณีพิเศษเฉพาะบุคคล"

            จากข้อความของ "กิตติพงษ์" ก็ทำให้อดคิดถึงข่าวการขอมอบตัวของ "กี้ร์" อริสมันต์ พงศ์เรืองรอง แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง ผู้ต้องหาคดีก่อการร้าย กับ "เจ๊ดา" ดารุณี กฤตบุญญาลัย ในความผิดตามพ.ร.บ.ความมั่นคง

            ส่วนของ "เจ๊ดา" หากดูจากพฤติการณ์ส่วนตัวกับความผิดเชื่อว่าไม่น่าจะมีปัญหาในเรื่องการขอประกันตัว หากใครติดตามการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงจะเห็นว่า "เจ๊ดา" เน้นเรื่องการสร้างสีสันบนเวที ร้องรำทำเพลงเป็นส่วนใหญ่

            ขณะที่อีกคน "กี้ร์" อริสมันต์ ถือว่าพฤติการณ์ส่วนตัวจัดอยู่ใน "กลุ่มฮาร์ดคอ" หรือภาษาสมัยนี้ก็เรียกว่า "จัดหนัก" ทุกเรื่อง

             หากไล่เรียงดูพฤติการณ์ของ "กี้ร์" ที่ผ่านมาสมัยเป็นแกนนำการชุมนุมทั้งบริบทการนำบนเวที การบุกรัฐสภา การบุกเข้าอาคารที่ประชุมอาเซียน ในโรงแรมรอยัล คลิฟ บีช รีสอร์ท พัทยา จนทำให้การประชุมล้ม ขัดขวางการจับกุมของเจ้าหน้าที่ ที่ รร.เอสซีปาร์ค 

            ที่สำคัญคำปราศรัยของ "อริสมันต์" ที่หน้ากองบัญชาการกองทัพบก เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2553 บางตอนที่กล่าวถึงกลุ่ม "กองกำลังไม่ทราบฝ่าย" ว่าจะเข้ามาช่วยคนเสื้อแดง ทำให้ขบวนการต่อสู้มีแก้วสามประการครบแล้ว คือมีพรรคการเมือง มีมวลชน และมีกองกำลัง สิ่งที่เกิดขึ้นหลังคำปราศัยของ "กี้ร์" เผอิญช่างสอดคล้องกัน

            จุดนี้เองทำให้ "อริสมันต์" น่าจะคาดเดาชะตาของตัวเองได้ว่าหากท้ายที่สุดเมื่อตัดสินใจเข้ามอบตัวอาจจะไม่ได้รับการประกันตัว

            จนกระทั่งก่อนการแข่งขันฟุตบอลนัดกระชับมิตรระหว่างทีมกัมพูชากับ ส.ส.พรรคเพื่อไทย ในวันที่ 24 กันยายน ที่ผ่านมา แกนนำเสื้อแดงได้เดินทางเข้าไปในกัมพูชา ครั้งนั้น "อริสมันต์" ได้มีการพูดคุยกับ "จตุพร พรหมพันธุ์-ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ส.ส.พรรคเพื่อไทย และแกนนำเสื้อแดง

            โดยมีการแนะนำให้ "อริสมันต์" เข้ามอบตัว เนื่องจากขณะนี้เปลี่ยนรัฐบาลแล้ว ซึ่ง "จตุพร" รับปากจะดูแลเรื่องการประกันตัวให้

            ประกอบกับ "คอป." ได้เสนอแนวทาง 7 ข้อมูล เพื่อความปรองดองของประเทศต่อคณะรัฐมนตรีมีเนื้อหาเห็นควรชะลอคดีการเมือง-ปล่อยตัว-เยียวยาจำเลย โดย "คณะรัฐมนตรี" ก็มีมติเห็นชอบกับข้อเสนอดังกล่าว

            ขณะที่ "กรมสอบสวนคดีพิเศษ" (ดีเอสไอ) "ธาริต เพ็งดิษฐ์" อธิบดีดีเอสไอ ก็รับลูกพร้อมนำข้อเสนอดังกล่าวมาประกอบการพิจารณาคดี

            ซึ่ง "ธาริต" ระบุว่า "ข้อเสนอ คอป.ดังกล่าว มีผลต่อการให้ประกันตัวแน่นอน!"


            และเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา "อริสมันต์" ได้ส่งทนายความติดต่อไปยัง "ดีเอสไอ" เพื่อติดต่อขอเข้ามอบตัว

             ขณะที่ "เจ๊ดา" ได้เดินทางกลับมาถึงประเทศไทยแล้ว และในสัปดาห์นี้จะเข้ามอบตัว

            ดูเหมือนเส้นทางการเข้ามอบตัวของ "อริสมันต์" น่าจะปลอดโปร่ง หลังจากมีหลายฝ่ายออกมาประสานเสียงขานรับ

             ดูเหมือนว่าข้อเสนอของ "คอป." กำลังถูกหยิบยกมาเป็นหลักทรัพย์เพื่อค้ำประกัน "อริสมันต์" ไปโดยปริยาย เพราะขณะนี้มีหลายคนเข้าใจว่า "อริสมันต์" จะได้รับการประกันตัว เพื่อความ "ปรองดอง" ตามข้อเสนอของ "คอป."

            ดังนั้น การทวิตข้อความผ่านทวิตเตอร์ของ "กิตติพงษ์" เมื่อวันศุกร์ที่ 30 กันยายน ที่ผ่านมา ที่มีเนื้อหาบางช่วงที่ระบุว่า

            "สิทธิในการประกันตัวนั้น จะต้องพิจารณาเป็นรายกรณี และต้องแยกแยะข้อหาการกระทำผิดด้วย  เพราะบางกรณีต้องยอมรับว่ามีการตั้งข้อกล่าวหาเกินความเป็นจริง จึงต้องมาแยกพิจารณาตามหลักฐาน โดยเฉพาะคดีหมิ่นสถาบันที่ต้องแยกตามพฤติกรรม สิ่งสำคัญจะต้องดูรายละเอียดเกี่ยวกับเจตนาและความเหมาะสมเป็นรายบุคคล โดยการลงโทษจะต้องเหมาะสมกับพฤติกรรมการกระทำผิด ส่วนแกนนำ นปช.ที่หลบหนีอยู่ในต่างประเทศ กลุ่มนี้ไม่ได้อยู่ในข้อเสนอของ คอป.ที่ให้มีการปล่อยตัวชั่วคราว เนื่องจากเป็นกรณีพิเศษเฉพาะบุคคล"

            หากวิเคราะห์เนื้อหาข้อความที่ "กิตติพงษ์" ในฐานะ "กรรมการคอป." ระบุก็คงทำให้  "อริสมันต์" ต้องกลับไปคิดใหม่เรื่องการเข้ามอบตัว

            เพราะพฤติการณ์ส่วนตัวของ "อริสมันต์" ต่างจากผู้ต้องหารายอื่น!

            ก่อนเข้ามอบตัว "อริสมันต์" คงต้องกลับไป "หาพี่เลี้ยง" เพื่อขอคำแนะนำใหม่ เพราะ "เวทีนี้ไม่มีพี่เลี้ยง" คงไม่ได้ ถ้าสุดท้ายเข้ามอบตัวแล้วไม่ได้รับการประกันตัวจะมาโอดโอยภายหลังว่า "เธอลำเอียง" คงไม่ได้!