พระเกษมลั่นไม่ยอมสึกสู้ถึงที่สุด
"พระเกษม" โต้เดือดคำสั่งให้สึกใน 3 วัน ยันนั่งรอใบประกาศ ลั่นย้ำไม่ยอมสึกขอสู้จนถึงที่สุด พร้อมชนเจ้าหน้าที่สอบสวนหาความผิด นายอำเภอน้ำหนาวรับเอาผิดได้ยาก เหตุคดีหนักกว่านี้พระยังชนะคดี ส่วนข้อหารุกป่าสงวนพิกัดไม่ชัดเจน
แม้ว่า นพ.สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ประกาศกร้าวว่าพฤติการณ์ของพระเกษม อาจิณณสีโล เจ้าอาวาสสำนักสงฆ์ป่าสามแยก ต.วังกวาง อ.น้ำหนาว จ.เพชรบูรณ์ ขัดต่อหลักการของคณะสงฆ์ ดังนั้นคณะสงฆ์จังหวัดอุดรธานีที่ซึ่งพระเกษมได้อุปสมบท จึงมีคำสั่งให้พระเกษมทำการสละสมณเพศภายใน 3 วัน ขณะที่หน่วยงานป่าไม้ได้บทสรุปไม่อนุมัติให้พระเกษมใช้พื้นที่ต่อไป แต่ฝ่ายพระเกษมแสดงท่าทีไม่ยี่หระต่อคำสั่งดังกล่าว ทำให้เรื่องนี้อาจยืดเยื้อไปอีกนาน
เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศภายในสำนักสงฆ์ป่าสามแยก บรรดาลูกศิษย์พระเกษมเดินทางมาปฏิบัติธรรมอย่างต่อเนื่อง นายสำลี พุทธญาติ ผู้ดูแลสำนักสงฆ์ ในฐานะคนใกล้ชิดพระเกษม กล่าวว่า ทราบข่าวว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะนำใบประกาศคำสั่งให้พระเกษมละสมณเพศภายใน 3 วัน มาติดที่สำนักสงฆ์ แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่เห็นใบประกาศดังกล่าว
"หลวงพ่อเกษมกำลังรอดูประกาศอยู่ ท่านอยากเห็นว่าคำสั่งดังกล่าวออกโดยใครและสำนักไหน แต่รออยู่จนดึกก็ไม่เห็นใครนำใบประกาศมาปิดตามคำกล่าวอ้างของรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีที่แถลงข่าวกับสื่อมวลชนเมื่อวานนี้ (1 ต.ค.)" นายสำลีกล่าว
ด้านนายขาว คำมาตร นายอำเภอน้ำหนาว กล่าวว่า การเอาผิดพระเกษมอาจเป็นไปได้ยาก เพราะที่ผ่านมาพระเกษมต้องคดีหนักกว่านี้ เมื่อถูกนำขึ้นสู่กระบวนการยุติธรรมยังชนะคดี คราวนี้ความผิดที่ทำไปยังไม่ถือว่าร้ายแรง ส่วนเจ้าหน้าที่ป่าไม้ที่วัดหาค่าพิกัดว่าใช้พื้นที่บุกรุกป่าสงวนหรือไม่นั้น ก็ยังไม่ชัดเจน ทั้งนี้ หากกรมป่าไม้ยกเลิกโครงการพุทธอุทยาน ถือว่าพระบุกรุกป่าสงวน ตำรวจจะดำเนินการร่วมด้วย ดังนั้นจะเป็นเรื่องกันไม่จบสิ้น
ส่วนการโต้ตอบทางเว็บไซต์ยูทูบของพระเกษมเมื่อคืนวันที่ 1 ตุลาคม ที่ผ่านมา พระเกษมออกรายการสดโต้ตอบการกระทำของฝ่ายเจ้าหน้าที่บ้านเมือง รวมถึงพระผู้ใหญ่หลายท่านอย่างเผ็ดร้อน พร้อมย้ำว่าจะนั่งรอใบประกาศจากเจ้าหน้าที่ที่นำใบประกาศมาปิด นอกจากนี้พระเกษมประกาศท้าชนเจ้าหน้าที่ที่จะเดินทางมาสอบสวนหาความผิด เพื่อให้พระเกษมได้ชี้แจงข้อเท็จจริงทั้งหมด แต่หากมาใช้การบังคับและจับสึกนั้น พระเกษมบอกว่าจะไม่ยินยอมและขอสู้จนถึงที่สุด
ขณะเดียวกัน พระเกษมโพสต์คลิปลงเว็บไซต์ยูทูบชื่อ "ชี้แจงกรณีหลวงพ่อนพดลบอกว่า พระเกษมเถียงเก่งและไม่มีใครคบด้วย" ตอบโต้พระครูอรรถกิจนันทคุณ (พระอาจารย์นพดล นันทโน) เจ้าอาวาสวัดป่าดอยลับงา จ.กำแพงเพชร คณะกรรมการฝ่ายสงฆ์ของวัดป่าบ้านตาด ที่ให้สัมภาษณ์กับ "คม ชัด ลึก" ว่า "หลวงตาท่านพูดเลยว่า ใครไม่ช่วยก็ไม่ต้องช่วย ถ้าเคารพต่อกันก็ทำไปตามความคิดของท่าน ทุกอย่างวิจารณ์กันได้ ประวัติของพระเกษมก็เคยตำหนิหลวงตา การทำพระเจดีย์ ท่านก็ไม่เชื่อ ไม่เชื่อก็ไม่เชื่อ แต่ไม่ต้องมาตำหนิ มีคนเอาทองมาให้หลวงตา ท่านก็บอกว่าพอใจ จะว่าท่านผิดก็ผิดนะ แต่ใครจะไปว่าหลวงตาล่ะ ท่านไม่ได้ทำเพื่อตัวท่านเองเลย ท่านเกษมก็ไม่ได้หวังดัง เพียงแค่อยากให้ความเห็นของตัวเองให้คนยอมรับ แต่ไม่สำเร็จ เพราะคนไม่ยอมรับ ท่านเกษมเป็นอย่างนี้มานานแล้ว จนไม่มีใครอยากไปตอแยกับท่าน ท่านเถียงเก่ง ใครไปก็แพ้คารมท่านทุกที เพราะความคิดท่านพิสดารเหนือคนอื่น คนที่คิดพิสดารอย่างนี้มีมาตั้งแต่สมัยพุทธกาลแล้ว ก็จะไม่มีพวก"
นอกจากนี้พระเกษมได้ชี้แจงถึงเรื่องการสอบสวน โดยอ้างว่าที่ผ่านมายังไม่มีพระเถระ หรือพระมหาเถระมาสอบสวน หรือเรียกไปให้การ พร้อมแจกแจงถึงคุณสมบัติของพระเถระที่จะได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้สอบสวนจะต้องเป็นไปตามพระธรรมวินัย ส่วนจับพระที่ไม่ได้ทำความผิดสึกนั้น ถือเป็นบาปหนัก และการสึกพระต้องได้รับความยินยอมโดยการเปล่งเสียงยอมสละสมณเพศด้วยความเต็มใจ จึงจะถือว่าขาดจากความเป็นพระ
พระเกษมระบุว่า "เรียนถามหลวงพ่อนพดลว่า ใครเจ๋งกว่ากันระหว่างสองคนนี้ ใครน่าจะสนใจ ใครน่าจะเคารพนับถือมากว่ากัน ใครน่าเชื่อมั่นว่าศรัทธายำเกรงต่อพระพุทธเจ้ากันแน่ เพราะในวินัยมีอยู่เช่น พระแต่วัด พวกท่านก็คงจะไมรอดมั้ง ที่ต้องพากันเปิดบัญชีเงินฝากสำหรับวัด และรับเงินเจ้าอาวาส ที่หลวงพ่อพูดว่าผมเถียงเก่ง โถ...คณะไหนยกมามากก็บอกว่าเราไม่ต้องคุยกันเรื่องวินัยนะ ในการคุยเรื่องวินัยพวกเราสู้ท่านไม่ได้หรอก ฝากถึงท่านชูด้วย ปู่พิมพาอยู่ใกล้ๆ ตดก็ได้ยินเสียงเนี่ยะ ปู่เหลิมด้วยพระบ้านตาดทุกรูป รวมถึงพระผู้ใหญ่ทุกรูปที่เคยเดินทางมาที่นี่บ้าง หรือไปเจอกันที่อื่นบ้าง ผมพูดเรื่องวินัย แต่ละท่านลุกหนีจากผมหมด บอกว่าถ้าคุยเรื่องวินัยจะได้ตีกัน โอ๊ยผมก็ต้องยืนยันเหมือนเดิมคือวินัยเป็นวินัย"
"แล้วหลวงปู่นพดลก็บอกว่าผมเคยตำหนิหลวงตา แล้วบอกว่าหลวงตารับเงินรับทอง หลวงตาบอกว่าดีใจๆ พอใจๆ หลวงพ่อบอกว่าถ้าจะว่าผิดก็ผิดนะ แต่ว่าใครจะไปกล้าว่าหลวงตา ก็ท่านนั่นแหละองค์หนึ่งกล้าว่า ผมอยากแนะว่าท่านทั้งหลายที่อยากจะคุยกับผม ต้องคุยกันเรื่องวินัย คุยกันเรื่องธรรม ทุกพระทุกองค์ลุกหนีจากผมบอกว่าถ้าคุยกันเรื่องวินัยมันจะได้ตีกัน แล้วก็ไม่ตดต่อกับผมเลย แล้วหลวงปู่นพดลจะว่าผมเถียงเก่งได้ยังไง ผมเคยบอกว่ารถอย่าเอาขึ้นบัญชีตน มิหนำซ้ำยังมีบัญชีเงินฝากไปฝากธนาคารชื่อตัวเอง มันใช้ไม่ได้ มันชิบหายแล้วพระกัมฐานไปจับเงิน ไปจับอิฐจับปูน ซื้อของเอง สั่งซื้อเองใช้ไม่ได้ ต้องให้ชาวบ้านเขาทำ"
วันเดียวกัน พระเทพวรลังการ์ หรือท่านเจ้าคุณสิงห์ เจ้าคณะจังหวัดอุดรธานี ให้สัมภาษณ์ว่า คณะสงฆ์ใน จ.อุดรธานี ไม่ขัดข้องประการใด ที่คณะสงฆ์ใน จ.เพชรบูรณ์ ทำหนังสือส่งให้พระเกษมลาสิกขาภายใน 3 วัน พระเกษมและสำนักสงฆ์อยู่ในพื้นเพชรบูรณ์ ดังนั้นพระเถระชั้นผู้ใหญ่ในจังหวัดมีอำนาจดำเนินการกับพระสงฆ์ที่ประพฤติผิดพระธรรมวินัย หรือเห็นสมควรจะดำเนินการอย่างไรกับพระสงฆ์ที่ปฏิบัติตนมิชอบ หรือทำผิดต่อพระธรรมวินัย
"อาตมาไม่ขอวิจารณ์พระเกษม ขอให้เป็นไปตามกฎของพระธรรมวินัยที่ยึดปฏิบัติมาตั้งแต่ครั้งพุทธกาล อาตมารู้เพียงว่า หลวงตาเหลิม ลูกศิษย์หลวงตาบัว ผู้ปฏิบัติชอบในพระธรรมวินัยของสงฆ์ ยังอยู่ร่วมจำพรรษาในวัดดังกล่าวกับพระเกษมไม่ได้ ซ้ำท่านยังหนีออกจากสำนักสงฆ์ป่าสามแยก ท่านเป็นผู้ก่อตั้งวัดและจำพรรษามาก่อน ตั้งแต่ในวัดมีศาลาเพียงหลังเดียว หลวงพ่ออินทร์ถวาย สันตุสสโก เจ้าอาวาสวัดป่านาคำน้อย อ.นายูง จ.อุดรธานี หนึ่งในศิษย์ของหลวงตาพระมหาบัว ท่านรู้เรื่องนี้ดี” พระเทพวรลังการ์กล่าว



