ข่าว

ปม'มาเฟีย-ยา'3เหลี่ยมทองคำระอุ

ปม'มาเฟีย-ยา'3เหลี่ยมทองคำระอุ

03 ต.ค. 2554

ปม...'มาเฟีย-ยาเสพติด' สามเหลี่ยมทองคำ...ระอุ : ตะลุยข่าว โดย ชินภัทร์ ไชยมล

             เหตุการณ์ที่เจ้าหน้าที่ปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ของสาธารณรัฐประชาชนจีน ร่วมกับกำลังทหารของ ส.ป.ป.ลาว เข้ายึดยาบ้า 6 แสนเม็ด ในพื้นที่โครงการคิงส์โรมัน เขตเมืองต้นผึ้ง แขวงบ่อแก้ว ส.ป.ป.ลาว  ทำให้เกิดข้อสงสัยว่า กาสิโนขนาดใหญ่แห่งนี้ อาจจะเป็นแหล่งพักและแหล่งผลิตยาเสพติด แล้วล่องมาตามลำแม่น้ำโขงจนกระทั่งถึงเขตแดนไทยที่สามเหลี่ยมทองคำหรือไม่?!!

             ทั้งนี้ โครงการคิงส์โรมัน ซึ่งเป็นกลุ่มทุนจีนที่เข้ามาเช่าสัมปทานพื้นที่ เมืองต้นผึ้ง ส.ป.ป.ลาว เพื่อลงทุนในกิจการบ่อนกาสิโน และพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวขนาดใหญ่ หลังเกิดเหตุดังกล่าว ผู้บริหารโครงการคิงส์โรมันชี้แจงทำนองว่า นอกจากจะบริหารโครงการคิงส์เองแล้ว ยังเปิดให้นักลงทุนจากภายนอกมาเช่าพื้นที่ลงทุนได้ด้วย โดยเฉพาะบริเวณที่เกิดเหตุเป็นจุดที่ใกล้กับท่าเรือ และจุดให้บริการของตำรวจตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) เมืองต้นผึ้ง แขวงบ่อแก้ว ส.ป.ป.ลาว เป็นโซนที่นักท่องเที่ยว ชาวบ้าน และบุคคลทั่วไป ก็สามารถใช้ในการสัญจรผ่านไปมาได้

             อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้าจะเกิดเหตุการณ์ตรวจยึดยาบ้า 6 แสนเม็ดเพียงไม่กี่วัน ทางตอนเหนือสามเหลี่ยมทองคำ อ.เชียงแสน ขึ้นไปประมาณ 10 กิโลเมตร เรือสินค้าจีนถูกกระหน่ำยิง จากกองกำลังไม่ทราบฝ่าย มีผู้ได้รับบาดเจ็บถึง 4 คน ทั้งหมดถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล ใน อ.เชียงแสน และเมืองเชียงราย

             เป็นที่ทราบกันว่าพื้นที่ที่เกิดเหตุดังกล่าว เป็นเขตอิทธิพลหรือพื้นที่การเคลื่อนไหวของกองกำลังติดอาวุธ และหนึ่งในนั้น คือกลุ่มของ “นายหน่อคำ” กลายเป็นเป้าสงสัยมากที่สุด...เพียงแค่ข้ามคืน ปัญหาที่เกิดขึ้นครั้งนี้ ดูเหมือนว่าได้ขยายออกไปเป็นวงกว้าง ท่าทีของรัฐบาลทหารพม่าเหมือนจะไม่พอใจการให้ความช่วยเหลือกลุ่มผู้ได้รับบาดเจ็บ จากเหตุการณ์ยิงปะทะในแม่น้ำโขงมากนัก ในขณะที่หน่วยงานของรัฐทางฝั่งไทยเห็นว่าเป็นเรื่องของมนุษยธรรมเบื้องต้น จนกระทั่งปัญหาได้ลุกลามเพิ่มขึ้นอีกขั้น เมื่อตำรวจที่ควบคุมตัวผู้ได้รับบาดเจ็บได้ปล่อยให้ 2 ใน 4 คน เดินทางกลับออกไปโดยไม่ผ่านขบวนการสอบสวนหรือประสานกับหน่วยงานทางด้านความมั่นคง และประเทศเพื่อนบ้าน ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นี้

             สองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเวลาใกล้เคียงกัน กลายเป็นปมสะเทือนความมั่นคง ในพื้นที่ตามแนวชายแดนไม่ใช่น้อย ตั้งแต่บริเวณสามเหลี่ยมทองคำ อ.เชียงแสน และเมืองต้นผึ้ง แขวงบ่อแก้ว ส.ป.ป.ลาว รวมถึงอีกฟากหนึ่งของแม่น้ำโขง คือประเทศพม่า

             จากปัญหาที่เกิดขึ้นในพื้นที่รอยต่อพรมแดน 3 ประเทศ เป็นเหตุให้ไม่เฉพาะแต่ไทย พม่า และลาว เท่านั้น ที่ต้องเข้ามามีบทบาทในการวางแผนร่วมกัน เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง แต่ยังรวมไปถึงเจ้าหน้าที่ของประเทศจีน ที่แสดงออกอย่างชัดเจนต่อการไม่เอาด้วยกับขบวนการค้ายาเสพติด

              น.อ.โสภณ รัชตาภิรักษ์ ผบ.หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำน้ำโขง (นรข.) เขตเชียงราย กล่าวว่า สถานการณ์ที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งในแม่น้ำโขง เป็นพื้นที่คาบเกี่ยว ทั้งไทย ลาว และพม่า ดังนั้นแนวทางการแก้ไขปัญหาร่วมกันอาจจะต้องใช้เวลา เพื่อให้สามารถปฏิบัติงานร่วมกันได้ อย่างไรก็ตามตอนนี้ได้เพิ่มความเข้มข้นในการลาดตระเวนและเฝ้าระวังเหตุการณ์มากขึ้น ทั้งการหลบหนีเข้าเมืองของกลุ่มขบวนการ และการลักลอบลำเลียงยาเสพติดผ่านแม่น้ำโขง เข้ามายังฝั่งพรมแดนไทย

             แหล่งข่าวจากหน่วยงานทางด้านความมั่นคงระบุด้วยว่า การประสานงานระดับพื้นที่อาจจะสามารถทำได้เพียงแค่ระดับหนึ่งเท่านั้น ตอนนี้ปัญหาที่เกิดขึ้นถูกรายงานไปยังสภาความมั่นคงแห่งชาติเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพื่อดำเนินการในขั้นตอนการเจรจาเพื่อหาแนวทางร่วมกัน ซึ่งแต่ละประเทศอาจจะต้องหารือกับหน่วยงานต้นสังกัดที่สูงขึ้น ในภารกิจที่จะต้องปฏิบัติงานร่วมกัน ในการปราบปรามกองกำลัง และกลุ่มขบวนการลักลอบขนยาเสพติดในพื้นที่แม่น้ำโขง เหนือสามเหลี่ยมทองคำ

                 สถานการณ์บริเวณลุ่มน้ำโขงกำลังทวีความรุนแรงมากขึ้น จนดูเหมือนว่า กำลังปลุกชื่อของดินแดน "สามเหลี่ยมทองคำ” ขึ้นมาอีกครั้ง หากแต่ครั้งนี้ จะเป็นผลกระทบและขยายวงออกไปกว้างขึ้น ทั้งพม่า ไทย ลาว และจีน !!