
กต.รอผลคดี'แม้ว'ชัดก่อนคืนพาสปอร์ต
กต. รอ "กฤษฎีกา- อสส.- สตช." หาข้อกระจ่างทางคดี ก่อนตัดสินคืนพาสปอร์ต “ทักษิณ” ขณะที่ตำแหน่ง ผบ.ตร. "ยิ่งลักษณ์" ยังไม่นัดตั้ง
2ต.ค.2554 จากการที่นายสุรพงษ์ โตวิจักษ์ชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เตรียมพิจารณาหาช่องกฎหมายเพื่อคืนหนังสือเดินทางบุคคลธรรมดาให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โดยจะเชิญคณะกรรมการกฤษฎีกา เจ้าหน้าที่สำนักงานอัยการสูงสุด (อสส.) และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ร่วมหารือเรื่องนี้ หลังเดินทางกลับจากการร่วมประชุมสมัชชาสหประชาชาติ ที่นครนิวยอร์กในปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมานั้น
แหล่งข่าวกระทรวงการต่างประเทศ ระบุว่า ท่าทีของกระทรวงการต่างประเทศล่าสุดว่า จะยังไม่ดำเนินการใด หากยังไม่สามารถหาข้อสรุปและสร้างความกระจ่างเกี่ยวกับคดีต้องโทษของ พ.ต.ท.ทักษิณเสียก่อน ซึ่งในระเบียบฯ หมวด 7 ว่าด้วยการปฏิเสธหรือยับยั้งคำขอหนังสือเดินทาง ข้อ 21 พนักงานเจ้าหน้าที่สามารถปฎิเสธหรือยับยั้งการขอ หรือแก้ไขหนังสือเดินทาง ใน (2) เมื่อได้รับแจ้งว่าผู้ร้องเป็นผู้ซึ่งกำลังรับโทษในคดีอาญา หรืออยู่ระหว่างการปล่อยตัวชั่วคราว หรือเป็นผู้ต้องหาในคดีอาญาที่ได้มีการออกหมายจับไว้แล้ว ซึ่งศาลหรือพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจเห็นว่าไม่ควรจะออกหนังสือเดินทางให้ ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับคณะกรรมการกฤษฎีกา อสส. ดีเอสไอ และสตช. จะหารือได้ข้อสรุปในเรื่องนี้ว่าอย่างไร ทางกระทรวงการต่างประเทศก็จะพิจารณาออกหนังสือเดินทางบุคคลธรรมดาให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ได้
แหล่งข่าวกระทรวงการต่างประเทศยังระบุอีกว่า ในระเบียบกระทรวงการต่างประเทศว่าด้วยการออกหนังสือเดินทาง พ.ศ. 2548 เป็นกฎกระทรวง ที่มอบอำนาจให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และปลัดกระทรวงการต่างประเทศ เป็นผู้พิจารณาและดำเนินการ ซึ่งในเนื้อหาของระเบียบดังกล่าว เขียนไว้แบบไม่รัดกุม ซึ่งสามารถตีความได้หลายทาง โดยการพิจารณาคืนพาสปอร์ตให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ก็ขึ้นอยู่กับการตีความระเบียบดังกล่าว และใช้ข้อกฎหมายเป็นเครื่องสนับสนุนดำเนินการ
สำหรับการยกเลิกพาสปอร์ตของ พ.ต.ท.ทักษิณ ในสมัยที่นาย กษิต ภิรมย์ ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี ซึ่งมีอำนาจตามระเบียบฯ ในหมวด 8 ว่าด้วยการยกเลิกหนังสือเดินทาง ข้อ 23(7) ซึ่งระบุว่า "สามารถยกเลิกและเรียกคืนหนังสือเดินทางได้ เมื่อปรากฎภายหลังว่า พิจารณาเห็นว่า หากให้ผู้ถือหนังสือเดินทางยังคงอยู่ในต่างประเทศต่อไปอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประเทศไทยหรือต่างประเทศได้ เนื่องจากมีข้อมูลที่อ้างได้ว่า พ.ต.ท.ทักษิณ สั่งการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดง ทั้งนี้เพื่อป้องกันไม่ให้มีการเคลื่อนไหวทางการเมืองที่เป็นภัยต่อประเทศ"
"การยกเลิกนั้นเป็นการใช้ระเบียบเท่านั้นมิใช่พระราชบัญญัติ อีกทั้งตามระเบียบยังระบุว่า ประชาชนมีสิทธิจะได้หนังสือเดินทางของบุคคลทั่วไป หรือพาสปอร์ตสีน้ำตาล แต่การอ้างเหตุผลในหมวด 8 ว่าด้วยการยกเลิกหนังสือเดินทางของ พ.ต.ท.ทักษิณ ข้อ 23(7) หากมองให้ชัด จะเห็นว่า เป็นข้อกล่าวหาทางการเมือง"แหล่งข่าวกล่าว
"ยิ่งลักษณ์"ยังไม่นัดตั้งผบ.ตร.
พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ ที่ปรึกษา สบ 10 ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ(ก.ต.ช.) กล่าวถึงกรณีที่มีข่าวว่ามีการนัดประชุม ก.ต.ช.เพื่อแต่งตั้ง พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ รักษาราชการแทน ผบ.ตร. ขึ้นเป็น ผบ.ตร. ในวันที่ 7 ตุลาคม ว่าขณะนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธาน ก.ต.ช.ยังไม่ได้นัดหมายเพื่อประชุม ก.ต.ช.แต่อย่างใด
ทั้งนี้ การแต่งตั้ง ผบ.ตร.คนใหม่จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อตำแหน่ง ผบ.ตร.ว่างลงเสียก่อน โดยหากมีการเสนอชื่อ พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธ์ศรี ผบ.ตร.ไปเป็นเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ เข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีในวันที่ 4 ตุลาคม ตามที่เป็นข่าวจริง ก็อยู่ที่นายกรัฐมนตรีว่าจะนัดประชุม ก.ต.ช.เมื่อใด ทั้งนี้ตามระเบียบต้องนัดหมายล่วงหน้า 3 วัน



