ข่าว

เขื่อนอุบลรัตน์วิกฤติน้ำเกินกักเก็บ110%

เขื่อนอุบลรัตน์วิกฤติน้ำเกินกักเก็บ110%

02 ต.ค. 2554

เขื่อนอุบลรัตน์เข้าขั้นวิกฤติ ปริมาณน้ำเกินระดับกักเก็บแล้ว 110 เปอร์เซ็นต์ ขอมติคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำปล่อยน้ำสูงสุดเพิ่มจาก 33 เป็น 34 ล้านลูกบาศก์เมตร กระสอบทรายพังน้ำล้นถนนปทุม–เชียงรากน้อย

            จากภาวะฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ปริมาณน้ำในภาคตะวันออกเฉียงเหนือเพิ่มสูงขึ้น  และไหลทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนของประชาชนที่อยู่ริมฝั่งแม่น้ำอย่างต่อเนื่อง นายพิพัฒน์ คงศิลป์ทวีกุล หัวหน้าฝ่ายเดินเครื่องโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กล่าวว่า  ขณะนี้ปริมาณน้ำเขื่อนอุบลรัตน์ จังหวัดขอนแก่น มีปริมาณน้ำเกินความจุเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง  มีน้ำไหลเข้าเขื่อนวันละประมาณ 86.96  ล้านลูกบาศก์เมตร  ขณะนี้พบว่าปริมาณน้ำในเขื่อนอุบลรัตน์เกินระดับกักเก็บแล้ว  60 เซนติเมตร  คิดเป็นร้อยละ 110  จากปริมาณน้ำทั้งหมด 2,621.56 ล้านลบ.ม.ขณะที่ความจุเขื่อนอยู่ที่ 2,431.30 ล้าน ลบ.ม.
 
            นอกจากนี้ยังได้ประสานกับคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำจังหวัดขอนแก่น  ขอมติในที่ประชุมระบายน้ำในเขื่อน โดยวันที่ 2 ต.ค.ทางเขื่อนระบายน้ำ 33 ล้านลบ.ม.ต่อวัน  ขณะที่วันที่ 3 ตค. 54 นี้ จะขอมติคณะกรรมการระบายน้ำเพิ่มเป็น 34 ล้านลบ.ม.ต่อวัน เพื่อระบายน้ำให้ปริมาณน้ำอยู่ในระดับกักเก็บ

            “ถือว่าสถานการณ์น้ำในปีนี้รุนแรงกว่าทุกปี  น้ำที่ไหลเข้าเขื่อนก็เกินความจุแล้ว  ทำให้ทางโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ต้องเร่งระบายน้ำ โดยวันพรุ่งนี้จะขอมติจากคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำปล่อยน้ำที่ 34 ล้าน ลบ.ม.ต่อวัน  ซึ่งเป็นปริมาณน้ำสูงสุดที่ทางคณะกรรมการอนุญาตให้ปล่อยได้”    นายพิพัฒน์กล่าว

             ด้านนายศุภเดช  เหล็กชูชาติ  รักษาการผู้อำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 6 ขอนแก่น  ได้เตรียมเรือท้องแบน  กำลังเจ้าหน้าที่  รวมทั้งถุงยังชีพให้กับประชาชนในพื้นที่รับผิดชอบ ทั้งร้อยเอ็ด  ขอนแก่น มหาสารคามและกาฬสินธุ์ แล้ว  เบื้องต้นยังขาดแคลนเรือท้องแบนในการช่วยเหลือชาวบ้าน  จึงประสานขอความร่วมมือไปยังองค์การบริหารส่วนจังหวัด อบต. เทศบาล ในพื้นที่ให้จัดเตรียมอุปกรณืในการช่วยเหลือชาวบ้านไว้แล้ว

 

กระสอบทรายพังน้ำล้นถนนปทุม–เชียงรากน้อย


            เกิดเหตุแนวกระสอบทรายที่กั้น ถนนปทุมธานี-เชียงราก พัง  ใน เขต ต.บ้านงิ้ว อ.สามโคก จ.ปทุมธานี หลังระดับสูงขึ้นเมื่อกลางดึกที่ผ่านมา ชาวบ้านและเจ้าหน้าที่ที่ดูแลในพื้นที่ ต้องเร่งเสริมแนวคันกั้นด้วยดิน เสริมทับแนวคันกระสอบทราย ถนนเส้นทางดังกล่าว เพิ่มความแข็งแรงในการกั้นน้ำที่มีปริมาณมากจนล้นคันกั้น และเสริมแนวคันดินเพิ่มอีก 30-50 ซม.เพื่อรับมือน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยา  เนื่องจากเป็นถนนเลียบแม่น้ำเจ้าพระยาที่ระดับน้ำสูงประมาณ 1.20 เมตร ซึ่งล้นแนวคันดินเดิม หลายพื้นที่น้ำเข้าท่วมต้องใช้เรือเป็นพาหนะในการเดินทางเข้าออกบ้าน ชาวบ้านบางรายทำแพไม้ไผ่เตรียมเคลื่อนย้ายข้าวของหากเกิดสถานการณ์น้ำท่วม ฉุกเฉิน

            นายชาญ พวงเพ็ชร์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี พร้อมเจ้าหน้าที่ อบต.บ้านงิ้ว เร่งประสานนำรถดินเสริมแนวคันดินในถนนเส้นทางดังกล่าว โดยเสริมดินทับแนวกระสอบทรายเดิม ทำแนวกั้นในถนนเส้นทางดังกล่าวเป็นคันดิน เสริมสูงขึ้นอีก 30-50 ซม. เพิ่มความแข็งแรงในการรับปริมาณน้ำที่คาดว่าจะมีจำนวนมากกว่านี้ เพราะถนนเส้นดังกล่าว กั้นน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาไว้ไม่ให้เข้าท่วมพื้นที่ด้านหลังมหาวิทยาลัยธรรม ศาสตร์  ศูนย์รังสิต นิคมอุตสาหกรรมนวนคร เมืองเศรษฐกิจ อ.คลองหลวง และอ.ธัญบุรี ซึ่งขณะนี้พื้นที่หลายจุดริมแม่น้ำเจ้าพระยาเสี่ยงต่อการรับน้ำ ทั้งชาวบ้านและเจ้าหน้าที่ที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาเขต อ.เมือง และ อ.สามโคก ต้องคอยเฝ้าระวังปริมาณน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาอยู่ตลอดเวลา

             ส่วนชาวบ้านริมคลองรังสิตประยูรศักดิ์ ที่ได้รับความเดือดร้อนจากน้ำที่เอ่อเข้าท่วมย่านรังสิต กำลังพลของเจ้าหน้าที่และชาวบ้านยังต้องเร่งกรอกกระสอบทรายเสริมประตูระบาย น้ำจุฬาลงกรณ์ บริเวณตลาดรังสิต และเสริมริมคลองรังสิตประยูรศักดิ์ เขต ต.บางพูน ต.หลักหก และ ต.บ้านใหม่ อ.เมือง ป้องกันน้ำเข้าพื้นที่เขต กทม. ซึ่งประชาชนชาว จ.ปทุมธานีช่วยกันป้องน้ำไม่ให้เข้าพื้นที่กทม.และจ.นนทบุรีอย่างเต็มแรง ส่วนพื้นที่เกษตรย่าน อ.ลำลูกกา อ.หนองเสือ จ.ปทุมธานี ที่รับการระบายน้ำจากทาง จ.สระบุรี ชาวสวนในพื้นที่ไร่นา พืชสวน และนาหญ้า ถูกน้ำท่วมจนได้รับความเดือดร้อนอย่างหนักเช่นกัน