
ยุปชช.ปฏิวัติถอนรากการเมืองเก่า
"อดีตนายกฯอานันท์" ชี้สังคมไทยมีปัญหา งมงายกลไกการเมืองแบบเก่า ยุภาคประชาชนสร้างประชาธิปไตยแท้จริงด้วยการปฏิวัติอำนาจเบ็ดเสร็จ - ยุบกฤษฎีกา - ค้านรัฐประหาร "คมสัน" เผย "คณาจารย์นิติศาสตร์" เตรียมเคลื่อนไหวต่อเนื่อง
ที่โรงแรมมณเฑียร ริเวอร์ไซด์ วันที่ 2 ต.ค.นายอานันท์ ปัญยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวปัจฉิมกถาตอนหนึ่งในงานหาทุนสร้าง “อนุสาวรีย์วีรชนพฤษภา 2535 ” ที่มูลนิธิพฤษภาประชาธรรมจัดขึ้นว่า ปัจจุบันสังคมไทยยังคงงมงายกับปัญหาเก่า อาทิ การแก้ไขรัฐธรรมนูญ การรัฐประหารจะเกิดหรือไม่ การเลือกตั้ง พรรคการเมือง นักการเมือง ซึ่งเป็นเพียงกลไกการเมืองไม่ใช่สาระสำคัญที่จะไปสู่ความก้าวหน้าของอนาคต ซึ่งตนอยากให้สังคมไทยมองข้ามไปในภาพอื่นเพราะเคยพิสูจน์มาแล้วว่าแม้จะเลวทรามอย่างฮิตเลอร์ก็สามารถเข้าสู่ระบอบประชาธิปไตยได้ แต่มีจุดมุ่งหมายเดียวคือการผูกขาดอำนาจ เหมือนกับในทางเศรษฐกิจ ที่มีพ่อค้ารายใหญ่ เข้ามาผูกขาดในการซื้อขาย ผูกขาดธุรกิจประเภทนั้นๆเพื่อให้ได้กำไร ฉันใดก็ฉันนั้นทางการเมืองคือการเข้ามามีอำนาจเบ็ดเสร็จรวบอำนาจ
ส่วนปัญหาใหญ่ในสังคมไทยตามมุมมองของตนคือ การรวบอำนาจศาล , บริหาร และนิติบัญญัติ แบบเบ็ดเสร็จไว้ที่บุคคลเพียงคนเดียวและกลุ่มคนเล็กๆ กลุ่มเดียว นอกจากนั้นแล้วคนในสังคมไทยไม่มีจิตใจเป็นสาธารณะ คิดแต่รวมกลุ่มเพื่อต่อต้านมากกว่าการเรียกร้องในลักษณะเชิงบวก
“กระบวนการที่ต่อสู้เพื่อความเป็นประชาธิปไตย ไม่ใช่ต่อสู้เรื่องเลือกตั้ง การโกงกิน หรือ การใช้อำนาจที่ไม่ถูกต้องในกาเลือกตั้ง แต่ต้องหาวิธีต่อสู้เพื่อไม่ให้มีการรวบอำนาจ โดยไม่อาศัยกองกำลัง หรือ กองทัพ” นายอานันท์ กล่าว
นายอานันท์ กล่าวอีกว่า สำหรับกระบวนการยุติธรรมที่ผ่านมา ตนมองว่ายังด้อยพัฒนา โดยเฉพาะตัวกฎหมาย การบังคับใช้กฎหมาย และบุคลากรในกระบวนการยุติธรรม รวมถึงสถาบันการศึกษาที่สอนเรื่องกระบวนการยุติธรรมยังด้อยพัฒนา ความเห็นส่วนตัวมองว่าต้องยุบสำนักงานกฤษฎีกาเพราะในการบริหารราชการแผ่นดินไม่ใช่การบริหารด้วยกฎหมาย อีกทั้งบุคคลที่นั่งเป็นกรรมการกฤษฎีกาเป็นผู้ที่มีอายุ 70-80 ปี ซึ่งแก่ไปแล้ว นอกจากนั้นมองว่าตราบใดที่คิดว่าจะให้กระบวนการยุติรรมเกิด ต้องเข้าถึงธรรมและความชอบธรรม ไม่ใช่ยุติด้วยการทำ ที่ผ่านมาไม่มีทางออกที่ไหน การรัฐประหารก็ใช้ไม่ได้อีกต่อไป รัฐประหารมากี่ครั้งไม่ได้พิสูจน์อะไรเลย นอกจากทหารที่บริหารงานไม่เป็น สิ่งเหล่านี้จำเป็นต้องศึกษาในรายละเอียด
"คมสัน" เผย "คณาจารย์นิติศาสตร์"เตรียมเคลื่อนไหวต่อเนื่อง
นายคมสัน โพธิ์คง อาจารย์นิติศาสตร์มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช หนึ่งในกลุ่ม "คณาจารย์นิติศาสตร์" ซึ่งออกแถลงการณ์วิพากษ์ ข้อเสนอของกลุ่มนิติราษฎร์ เปิดเผยว่า การรวมกลุ่มนี้เป็นการรวมกลุ่มของอาจารย์นิศาสตร์กลุ่มเล็กๆ ที่เรารวมกันมานานแล้ว และเคยออกแถลงการณ์มาก่อนนี้แต่ก็ได้หยุดไป แต่ครั้งนี้ที่ออกมามาเพราะต้องการบอกว่า คนที่อึดอัดทั้งหลายเห็นอย่างไร หากดูในแถลงการณ์เราก็ไม่ได้ว่าเขาเลว แต่เขาควรเสนอให้รอบคอบ หากจะบอกว่าเผ็ดจการเลว มันก็เลวทั้งนั้นทุกรูปแบบ แต่กลุ่มนิติราษฎร์อ้างแบบเดียว แล้วก็อ้างหลักการต่างๆ
"พวกเราอึดอัดมาตั้งแต่แถลงการณ์ฉบับแรกๆของนิติราษฎร์ แต่เราก็ปล่อยไม่อยากไปโต้อะไรมาก คิดว่าสังคมคงเรียนรู้เอง แต่พอมาถึงขั้นนี้มันไม่ไหว ข้อเสนอไปช่วยคนบางคน ท่าทีของการแสดงออกของนักวิชาการในขณะนี้คือเมื่อมีคนขึ้นสู่อำนาจ ก็ต้องระมัดระวังเรื่องการใช้อำนาจและวิพากษ์วิจารณ์ในเชิงวิชาการ นี่คือสิ่งที่นักวิชาการควรทำ ไม่ใช่มาคิดเรื่องย้อนกลับ"นายคมสันกล่าว
นายคมสันกล่าวต่อว่า หลังจากนี้ก็จะคุยกันและเคลื่อนไหวกันต่อไปเรื่อย หากมีประเด็นอะไรก็จะออกมา อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้ที่ไม่ได้ออกมาเนื่องจากเห็นว่า เมื่อเลือกตั้งแล้วก็ควรปล่อยให้เป็นไปตามครรลอง หากเขาออกมาเราก็ออกเหมือนกันไม่เป็นไร
ผู้สื่อข่าวถามว่ากังวลว่าจะถูกโจมตีหรือวิจารณ์หรือไม่ นายคมสันกล่าวว่าไม่กลัว เพราะพวกตนไม่มีผลประโยชน์ ไม่ใช่ว่าใครเห็นการกระทำของพวกตนแล้วต้องเรียกไปรับใช้ คุณจะไม่สบอารมณ์ก็เป็นเรื่องของคุณ
“สถาพร”เชื่อสองปีหมู่บ้านเสื้อแดงผุดทั่วประเทศ
นายสถาพร มณีรัตน์ ส.ส.ลำพูน เขต 2 พรรคเพื่อไทย เชื่อว่าไม่เกิน 2 ปี จะให้หมู่บ้าน นชป. เกิดทุกจังหวัดเริ่มต้นจากหมู่บ้าน ชุมชน ตำบล อำเภอ ให้เป็นหมู่บ้านเสื้อแดงเพื่อประชาธิปไตย ในอนาคตอันใกล้นี้จะมีการยกระดับมาเป็นสมาพันธ์หมู่บ้านเสื้อแดง เพื่อประชาธิปไตย แห่งประเทศไทย ในวันที่ 5 ต.ค.2554 ซึ่งจะมีการคัดสรรคณะกรรมการ และ เลือกตั้ง ประธาน ขึ้นมาเป็นผู้บริหารต่อไป
สำหรับสมาพันธ์หมู่บ้านเสื้อแดง เพื่อประชาธิปไตย แห่งประเทศไทย จะมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่อาคารเดียวกันกับ มูลนิธิ 111ไทยรักไทย ตั้งอยู่เลขที่ 444/1 ถนนนครสวรรค์ แขวงสี่แยกมหานาค เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร ส่วนภูมิภาคก็กระจายกันตามหัวเมืองใหญ่ ๆ ของแต่ละภาค เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับคนเสื้อแดง ที่จะดำเนินการเปิด หมู่บ้านเสื้อแดง เพื่อประชาธิปไตยอย่างแท้จริง
ทั้งนี้ได้เดินทางไปพบ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ประเทศกัมพูชา เพื่อปรึกษาหารือเกี่ยวกับการขับเคลื่อนเปิดหมู่บ้านเสื้อแดง ว่าจะดำเนินการต่อหรือและจะให้ทำในรูปแบบไหนที่ไม่ให้เกิดผลกระทบต่อรัฐบาล ที่ถูกมองว่าเป็นหมู่บ้านซ่องสุมกำลัง หมู่บ้านคอมมิวนิสต์



