
'พท.'ปูดแผน9ขั้นล้มรัฐบาล'ปู'
“เพื่อไทย” ปูด แผนบันได 9 ขั้น เตรียมล้มรัฐบาล“ยิ่งลักษณ์”ก่อนปี 55 อ้างเหตุกลัวบ้านเลขที่ 111 คืนชีพ พร้อมตีกั้นใครคิดทำลายรบ.ถือว่าเป็นคนชั่วร้าย
นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ได้รับข้อมูลจากเจ้าหน้าที่หน่วยงานความมั่นคงว่า มีกลุ่มการเมืองร่วมมือกลุ่มผู้สูญเสียอำนาจ จ้องจะล้มรัฐบาลยิ่งลักษณ์ โดยวางแผน 9 ข้อ 1.ให้สื่อฝ่ายตรงข้ามโจมตีพรรคเพื่อไทยทุกประเด็นทั้งในเรื่องนโยบายและตัวบุคคล 2. กลุ่มผู้มีอำนาจ ผู้สูญเสียอำนาจที่เคย ดูแลกระทรวงไหนมาก่อน สั่งให้ลูกน้องตัวเองเกียร์ว่าง ไม่ให้ความร่วมมือกับผู้บริหารชุดปัจจุบัน 3.ยุยงข้าราชการที่ถูกย้ายให้ออกมาร้องทุกข์กล่าวโทษว่าถูกโยกย้ายไม่เป็นธรรม เพื่อสร้างความเสื่อมเสียให้รัฐบาล
4.ยุยงให้ชาวบ้าน กลุ่มคนมาร้องทุกข์กล่าวโทษผู้บริหารในรัฐบาลเพื่อไทย 5.ให้กลุ่มที่อาศัยคราบเอ็นจีโอบางกลุ่ม ออกมาทำลายความน่าเชื่อถือรัฐบาล โดยการล่ารายชื่อ หรือกลุ่มโจมตีรัฐบาลทุกประเด็น 6.ใช้เครือข่ายสื่อที่ตัวเองที่มี รวมทั้งทางโซเชียลเน็ตเวิร์กให้โยงเป็นคอนเซปต์เดียวว่า ยิ่งลักษณ์ช่วยทักษิณ เพื่อให้ประชาชนเกิดความรู้สึกว่าเป็นรัฐบาลที่จะช่วยเหลือคนๆเดียว
7.โจมตีสมาชิกพรรคเพื่อไทย คนในรัฐบาล ในเรื่องเกี่ยวกับสถาบัน โดยเน้นความไม่จงรักภักดี 8.ดำเนินการทำร้ายแกนนำคนเสื้อแดง สมาชิกพรรคเพื่อไทย รวมถึงบุคคลสำคัญๆในรัฐบาล 9.เมื่อข้อ1-8ประสบผลสำเร็จ ประชาชนเห็นว่ารัฐบาลบริหารงานแล้วส่งผลเสีย ก็ให้เร่งประเด็นยุบพรรคเพื่อไทย
นายพร้อมพงศ์ กล่าวต่อว่า อยากสอบถามว่าแผนทั้ง 9 ข้อ ที่กลุ่มการเมืองและผู้เสียอำนาจบางกลุ่มมุ่งหวังจะล้มรัฐบาลยิ่งลักษณ์ มีจริงหรือไม่ และที่ระบุต้องล้มรัฐบาลยิ่งลักษณ์ให้ได้ก่อน พ.ค. 55 หรือก่อนที่อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย 111คน จะพ้นจากการถูกเพิกถอนสิทธิ์การเมืองเป็นจริงหรือไม่ หากเป็นจริงต้องถือว่าชั่วร้ายมาก ที่มีการกลุ่มจ้องทำลายประชาธิปไตย มองแต่ประโยชน์ส่วนตน มากกว่าประโยชน์ประเทศชาติ ทำลายประชาธิปไตย ไม่เคารพรัฐธรรมนูญ กติกา ไม่ฟังเสียงประชาชน ขอประณามเรื่องเหล่านี้ โดยตนจะนำเรื่องนี้แจ้งต่อพรรคในการประชุมพรรควันอังคารนี้ และจะยื่นให้หน่วยงานต่างๆในรัฐบาลตรวจสอบป้องกันและป้องปราม ไม่ให้เกิดขึ้นด้วย
นายพร้อมพงศ์ กล่าวต่ออีกว่า การมุ่งทำร้ายคนในพรรค คนในรัฐบาล สมาชิกพรรคเพื่อไทย เพื่อให้เกิดความหวาดระแวง ระหว่างคนทั้ง 3 ส่วน กับกองทัพ โดยกลุ่มที่เสียประโยชน์ต้องการให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง ทำให้รัฐบาลบริหารงานไม่ได้ก่อนที่จะเชื่อมโยงมาสู่การยุบพรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นเหมือนกับเหตุการณ์ปี 2551 ในการยุบพรรคพลังประชาชน เรื่องนี้ถือว่าเป็นสิ่งอัปลักษณ์ ของกลุ่มอยากมีอำนาจ กระสันอำนาจที่ไม่ต้องลงเลือกตั้ง ซึ่งจะนำเรื่องนี้เข้าสู่ที่ประชุม เพื่อให้รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องตรวจสอบเรื่องนี้ต่อไปเพราะอาจจะนำไปสู่กลียุคได้
"พร้อมพงศ์"ปัด"พท."ยัน ไมเกี่ยวแนวคิดตั้งคาสิโน
นายพร้อมพงศ์ กล่าวถึงกรณีที่ผอ.สำนักงานสลากฯ เสนอความเห็นควรตั้งกาสิโน หรือเอนเตอร์เทนเมนท์ คอมเพล็ก โดยฝ่ายตรงข้ามพยายามเชื่อมโยงถึงรัฐบาลยิ่งลักษณ์และพรรคเพื่อไทย ว่า พรรคเพื่อไทยขอปฏิเสธอย่างสิ้นเชิง เราไม่มีนโยบาย ที่จะให้เปิดกาสิโนในประเทศไทย เรื่องนี้เป็นเพียงแนวคิดส่วนตัวของคนเสนอ อีกทั้งยังขัดหลักพุทธศาสนา ไม่ต้องการให้มีอบายมุขเกิดขึ้น ในประเทศไทย
"พร้อมพงศ์" โยนขี้ "อภิสิทธิ์" ต้นเหตุทำให้เกิดน้ำท่วม
นายพร้อมพงศ์ กล่าวถึงกรณีที่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ประกาศในรายการวิทยุ " รัฐบาลยิ่งลักษณ์พบประชาชน โดยระบุให้การแก้ไขน้ำท่วมเป็นวาระแห่งชาติ ว่า ถือว่าถูกต้องแล้ว จากความเสียหายด้านบ้านเรือน ทรัพย์สิน และพื้นที่เกษตรกว่า 5 หมื่นล้านบาท หากไม่มีการแก้ไขอย่างเป็นระบบ ในปีต่อไปก็อาจต้องเผชิญความรุนแรงและอาจต้องสูญเสียงบประมาณอีกกว่า 5 หมื่นล้านบาท ในการแก้ปัญหา
นอกจากแก้ปัญหาน้ำท่วมแล้ว จะต้องผลักดันแก้ไขปัญหาอย่างบูรณาการในการแก้ปัญหาน้ำแล้งซ้ำซากในหลายพื้นที่ด้วย พรรคยังมอบหมายให้ส.ส.ลงพื้นที่หลายจังหวัด เพื่อช่วยประสานงานแก้ไขปัญหาน้ำท่วม นอกจากนี้ทางพรรคยังได้รับข้อมูลมาปัญหาดังกล่าวเกิดจากการตัดไม้ทำลายป่า ซึ่งในรัฐบาลอภิสิทธิ์ ล้มเหลวอย่างสิ้นเชิงในการแก้ปัญหาเรื่องนี้ เนื่องจากมีปริมาณป่าถูกทำลายสูงถึง 1 ล้านไร่ เมื่อป่าธรรมชาติถูกทำลายก็ไม่สามารถรองรับน้ำได้ เรื่องนี้ก็ถือเป็นสิ่งที่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ต้องดำเนินการป้องกัน ปลูกป่าทดแทน ให้เป็นแหล่งซับน้ำตามธรรมชาติ เช่นเดียวกับการดำเนินการอย่างเด็ดขาดต่อผู้ตัดไม้ ทำลายป่า
"พท."เตรียมยื่น"ดีเอสไอ"ตรวจสอบปม"กล้องซีซีทีวี"บ่ายโมงวัน3ต.ค.
นายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า ทั้งนี้ในวันที่ 3 ต.ค. 54 เวลา 13.00น. จะไปยื่นเอกสารให้ดีเอสไอตรวจสอบ การติดตั้งกล้องซีซีทีวี ในกทม.ว่ามีการฮั้วประมูล ล็อกเสปก และอุปกรณ์ในการติดตั้งแพงกว่าตลาดจริงหรือไม่ ซึ่งเราเชื่อว่าน่าจะส่อไปในทางทุจริตแน่นอน อีกทั้งในการประชุมกรรมาธิการปปช.ที่มีตนเป็นกรรมาธิการ จะนำเรื่องนี้ไปสู่ที่ประชุมด้วย ซึ่งถือเป็นการทำงานตรวจสอบคู่ขนานกับ ดีเอสไอ นอกจากนี้จะตรวจสอบโครงการไทยเข้มแข็งที่ทำให้รัฐเสียงบประมาณไม่ต่ำกว่า 3 หมื่นล้านบาท โครงถนนปลอดฝุ่น ซึ่งได้รับการร้องเรียนเมื่อน้ำลดถนนกลับเสียหาย และจะลงพื้นที่ตรวจสอบเรื่องทั้งหมดอย่างจริงจัง ขอยืนยันว่าจะตรวจสอบอย่างตรงไป ตรงมา ไม่ได้ตั้งธงไว้ก่อน
"พร้อมพงศ์" ปัดข่าว"พท."จุ้นจัดโผทหาร
นายพร้อมพงศ์ กล่าวถึงกรณีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พยายามเชื่อมโยงว่าฝ่ายการเมืองไปแทรกแซงการแต่งตั้งโยกย้าย นายทหาร ว่า พรรคไม่ได้แทรกแซงโผกองทัพ เป็นการจัดโดยคนในกองทัพเอง เป็นไปตามขั้นตอน ตามหลักคุณธรรม เป็นการแต่งตั้งตามปีงบประมาณประจำปี โดยพรรคไม่มีการแทรกแซงแต่งตั้ง และเรื่องนี้ไม่ได้เป็นประโยชน์กับพรรคเพื่อไทย แต่เป็นประโยชน์กับคนทั้งประเทศ ในการจะหาคนมาแก้ปัญหาให้ประชาชน
ปชป.จี้ให้“ผู้นำฝ่ายค้านฯ”จัดรายการ
นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ( เงา ) แถลงข่าวกรณีที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จัดรายการนายกฯพบประชาชนว่า ตนได้แถลงข่าวเรียกร้องไปยังรัฐบาลให้เปิดโอกาส ให้ผู้นำฝ่ายค้านฯได้จัดรายการผู้นำฝ่ายค้านพบประชาชนด้วย ซึ่งก็มีเสียงวิพากษณ์วิจารณ์เกิดขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่าทีของกลุ่มคนในพรรคเพื่อไทย ที่ออกมาปฎิเสธว่าเรื่องดังกล่าว และพรรคเพื่อไทยยืนยันว่าจะไม่เปิดโอกาสให้พรรคประชาธิปัตย์จัดรายการผู้นำฝ่ายค้านพบประชาชน
ยันไม่ได้กดดันอัยการสูงสุด
นายสกลธี ภัททิยกุล รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงข่าวปฏิเสธถึงการกดดันการทำงานอัยการสูงสุดตามที่พรรคเพื่อไทยกล่าวหา โดยระบุว่า พรรคประชาธิปัตย์ทราบดีถึงเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ฯ มาตรา 255 ที่ให้อิสระอัยการในการพิจารณาสั่งคดี และปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเที่ยงธรรม แต่ต้องพิจารณาควบคู่กันไปด้วยว่าในการทำงานของอัยการนั้นเป็นไปตามหลักนิติธรรมหรือไม่ อีกทั้งในกรณีดังกล่าวยังได้สร้างความกังขาแก่สังคมเพราะเป็นคดีที่การพิจารณาได้เกิดความเห็นที่แตกต่างกันระหว่างศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ดังนั้นศาลฎีกาก็ควรจะมีการพิจารณาชี้ขาดเพื่อให้เกิดเป็นบรรทัดฐาน ทั้งนี้ยืนยันว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้กดดันแต่อย่างใด แต่เป็นการทำหน้าที่ของฝ่ายค้านที่จะตรวจสอบการทำงานขององค์กรตามรัฐธรรมนูญว่ามีการทำหน้าที่เพื่อช่วยเหลือฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหรือไม่
อัดนโยบายพลังงานรัฐบาล
นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า จากการดำเนินนโยบายน้ำมันที่รัฐบาลกลับไปกลับมาจนเกิดความสับสนในการบริหาร โดยขณะนี้ได้มีมติคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.)ที่อนุมัติให้มีการกู้เงิน 10,000 ล้านบาทเข้ากองทุนน้ำมันนั้น ทำให้ชี้ชัดว่าแนวทางการเลิกการจัดเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันเป็นเพียงการสนองนโยบายที่พูดเอาไว้ตอนหาเสียงเป็นการแก้บนระยะสั้นๆ อีกทั้งที่ผ่านมาพบว่าแม้ว่าราคาน้ำมันจะลดลงแต่ราคาสินค้าไม่เคยลดลงตามค่าขนส่งที่ลดลง ขณะที่รัฐบาลกลับกู้เงินมาอีกจนทำให้ประชาชนเป็นหนี้ทั้งประเทศ นอกจากนี้รัฐบาลเคยบอกว่าราคาน้ำมันโลกจะลดลง แต่บริษัทน้ำมันก็ประกาศปรับราคาขึ้นหักหน้ารัฐบาล ดังนั้นจึงต้องถามว่ารัฐบาลจะเอาอย่างไรในนโยบายด้านพลังงานกันแน่
“ในปี 2555 รัฐบาลประกาศว่าจะทยอยขึ้นราคาก๊าซแอลพีจี-เอ็นจีวี ซึ่งทำให้ในปีหน้าประชาชนไทยจะเห็นทั้งน้ำมันราคาแพงและก๊าซขึ้นราคา จากความสับสนในนโยบายทำให้เราไม่รู้ว่ารัฐบาลเล่นเกมมีอะไร นักวิชาการก็สับสนในสิ่งที่กำลังทำอยู่ การที่รัฐบาลต้องไปกู้หมื่นล้านบาทก็เพราะเอาประเทศไทยไปเป็นเครื่องมือทางการเมืองสนองสิ่งที่ไปสัญญาเอาไว้ตอนหาเสียง ”โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ระบุ
นายชวนนท์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ยังกล่าวถึงการออกรายการ " นายกฯยิ่งลักษณ์พบประชาชน " ด้วยว่า นายกฯ คนนี้ไม่ถนัดในการพูดและให้สัมภาษณ์ ซึ่งนั่นก็ไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไรหากมีความสามารถและเก่งในการบริหาร แต่การออกรายการ " นายกฯยิ่งลักษณ์พบประชาชน " ตอนหนึ่งนายกฯ กลับเรียกชื่อหญ้าผิด จากแฝกเป็นหญ้าแพรก ซึ่งไม่ใช่เรื่องตลกและคนไม่รู้ว่าสิ่งที่ท่านพูดมันผิดแล้วนำไปปฏิบัติอะไรจะเกิดขึ้น ถ้าคนไปปลูกหญ้าแพรกเพื่อป้องกันน้ำท่วมประเทศไทยจะเป็นอย่างไร จึงเรียกร้องว่าถ้าท่านไม่ไหวที่จะพูดก็พยายามท่องให้ถูกต้องและเมื่อพูดผิดก็ต้องมาขอโทษประชาชนและทำให้ชัดเจน
ดักคอ"ดีเอสไอ"อย่าคิดปรองดองแต่กับรัฐบาล
นายชวนนท์ กล่าวถึงที่กรณีกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ)พยายามปฏิบัติตามนโยบายรัฐบาลในเรื่องการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ว่า เป็นเรื่องดีที่เรามีแนวคิดปรองดอง และการดำเนินการตามนโยบายเป็นสิ่งที่พึงกระทำของข้าราชการประจำ แต่ทั้งนี้ต้องอย่าละทิ้งความจริงและความถูกต้องที่ประชาชนส่วนใหญ่ต้องเผชิญในช่วงการชุมนุมด้วย ต้องว่าไปตามข้อเท็จจริงและตัวบทกฎหมาย ไม่ใช่รัฐบาลสั่งให้ปรองดองท่านก็จะไปปรองดองกับฝั่งที่เป็นพวกของรัฐบาลเพียงอย่างเดียว ขณะที่ฝ่ายทหารและพรรคประชาธิปัตย์ก็เกิดภาพกดดันให้เป็นให้ตาย ดังนั้นจึงขอเรียกร้องในความเป็นข้าราชการของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวด้วยการทำงานอย่างตรงไปตรงมาเพราะเราพร้อมที่จะให้ตรวจสอบ
ส่วนเรื่องการมอบตัวของคนเสื้อแดงที่ติดคดีนั้น นายชวนนท์ กล่าวว่า ขอตั้งข้อสังเกตว่าบุคคลเหล่านี้ได้ไปเตะฟุตบอลที่กรุงพนมเปญเมื่อสัปดาห์ก่อน และการที่ประกาศว่าจะเดินทางเข้ามาที่กรุงเทพ โดยระบุว่าจะมอบตัวที่สน.ลุมพินีทั้งๆที่บุคคลเหล่ามีหมายจับนั้น จึงน่าสงสัยว่าประเทศไทยเข้าออกง่ายขนาดนี้เลยหรือ เหมือนกับว่ากลุ่มคนเหล่านี้อยากจะมาเมื่อไหร่ก็ได้โดยที่เจ้าหน้าที่รัฐบาลไม่มีท่าทีอะไรเลยทั้งที่คนกลุ่มนี้มีหมายจับ ดังนั้นเจ้าหน้าที่ต้องทำให้เห็นว่ากฎหมายยังคงศักดิ์สิทธิ์ และมีความยุติธรรมกับทุกคนไม่ใช่ยุติธรรมเฉพาะคนที่สนับสนุนรัฐบาลเท่านั้น



