ข่าว

เขื่อนภูมิพลวิกฤติอีก3-4วันล้นแน่

เขื่อนภูมิพลวิกฤติอีก3-4วันล้นแน่

02 ต.ค. 2554

เขื่อนภูมิพลเข้าขั้นวิกฤติ อีก 3 -4 วัน น้ำล้นแน่ ผอ.เขื่อนเร่งระบายน้ำเพิ่มขึ้น ผวจ.นครสวรรค์เตือนรับวิกฤตน้ำเขื่อนปล่อยเพิ่ม "ศภช."เตือน9อำเภอภาคเหนือพร้อมรับมือน้ำป่าถล่ม 2 - 3 ต.ค.นี้

              2ต.ค.2554 นายบุญอินทร์ ชื่นชวลิต ผู้อำนวยการเขื่อนภูมิพล อ.สามเงา จ.ตาก เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำในเขื่อนภูมิพลในขณะนี้ว่า เขื่อนภูมิพลมีน้ำกักเก็บ 12,580 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 93.89 ของความจุอ่าง ซึ่งเหลืออีก 6.11 หรือ 822 ล้านลูกบาศก์เมตร ปริมาณน้ำจะล้นอ่าง ขณะที่น้ำไหลเข้าเขื่อนวันละ 110 ล้านลูกบาศก์เมตร แต่ทางเขื่อนต้องระบายน้ำวันละ 45 ล้านลูกบาศก์เมตร เพราะน้ำไหลเข้ามาอยู่ที่ระดับที่สูง

               ด้านนายสามารถ ลอยฟ้า ผวจ.ตาก กล่าวว่า สถานการณ์น้ำในเขื่อนภูมิพลในขณะนี้ ถือว่าวิกฤติ เพราะมีน้ำไหลเข้าเขื่อนเพิ่มขึ้น ซึ่งเหลือไม่เกิน 7 เมตร หรือ 3 - 4 วัน ระดับน้ำอาจจะล้นสปริงเวย์ หรือแนวกั้นน้ำ โดยขณะนี้ ทางจังหวัดตาก กับ เขื่อนภูมิพล ได้ประสานงานกันโดยตลอด เพื่อควบคุมระดับน้ำ ซึ่งจังหวัดที่อยู่ ท้ายเขื่อน เช่น จังหวัดกำแพงเพชร และชัยนาท ต้องระมัดระวังที่จะต้องเผชิญกับปัญหาน้ำท่วม ขณะเดียวกัน น้ำที่ไหลเข้าตัวเขื่อนภูมิพล ก็จะทำให้ระดับน้ำใน พื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ลดลง

 

ผวจ.นครสวรรค์เตือนรับวิกฤตน้ำเขื่อนปล่อยเพิ่ม




                  นายชัยโรจน์   มีแดง  ผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ แจ้งว่า  ตามที่ เขื่อนภูมิพล  ได้แจ้งให้จังหวัดที่อยู่ท้ายเขื่อนภูมิพล เตรียมความพร้อมรับสถานการณ์น้ำปิง ที่จะมีปริมาณมากขึ้น เนื่องจากเขื่อนภูมิพล จำเป็นต้องระบายน้ำลงสู่แม่น้ำปิงเพิ่มขึ้นจากเดิมเป็นวันละประมาณ 40 ล้านลูกบาศก์เมตร เนื่องจากเขื่อนฯ ต้องรับน้ำจากทางเหนือมากขึ้น

                   ผลจากการระบายน้ำดังกล่าว  จะส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำปิง โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำอาจถูกน้ำท่วม จังหวัดนครสวรรค์ จึงให้ขอให้ทุกภาคส่วน ได้ติดตามสถานการณ์ พร้อมแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัย  ได้รับทราบและเตรียมการป้องกัน การอพยพ  การขนย้ายสิ่งของ  สัตว์เลี้ยง เนื่องจากระดับน้ำในลุ่มน้ำปิง น่าน และเจ้าพระยา อาจสุงขึ้น และให้ท้องถิ่น จัดให้มีเจ้าหน้าที่เฝ้าระวัง ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดพร้อมแจ้งเตือนประชาชนได้ตลอดเวลา ระวังพายุเนสาด



   
"ศภช."เตือน9อำเภอภาคเหนือพร้อมรับมือน้ำป่าถล่ม 2 - 3 ต.ค.นี้




                       ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ(ศภช.) แจ้งว่าวันที่ 2 - 3 ต.ค.นี้ อาจเกิดดินถล่มและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะ อ.แม่สะเรียง อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน อ.ห้างฉัตร อ.เมืองปาน อ.งาว จ.ลำปาง อ.ท่าวังผา อ.เมือง จ.น่าน อ.ชาติตระการ จ.พิษณุโลก อ.ด่านซ้าย จ.เลย ขอให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเตรียมพร้อมให้การช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่เฝ้าระวัง และติดตามข้อมูลจากศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติอย่างต่อไป




พิจิตรเสนอเพิ่มเรือ-เสื้อชูชีพลดยอดเสียชีวิตพิจิตรพุ่ง



                      นายศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพานิชย์ ลงพื้นที่มอบถุงยังชีพ จำนวน 4,500 ชุด ให้กับผู้ประสบอุทกภัยที่วัดไผ่รอบ ตำบลไผ่รอบ  อำเภอโพธิ์ประทับช้าง และที่ตำบลท่าเสา อำเภอโพทะเล เพื่อเป็นการเยียวยาบรรเทาทุกข์ให้กับผู้ประสบอุทกภัยของจังหวัดพิจิตรที่ยังคงประสบอุทกภัยอยู่ในขณะนี้

                       นายนายศิริวัฒน์ กล่าวว่า ทั้งนี้ ปัญหาอีกอย่างหนึ่งคือการเสียชีวิตจากการจมน้ำขณะนี้จังหวัดพิจิตรเสียชีวิตจากการจมน้ำไปแล้วจำนวน 35 ราย ซึ่งถือว่าเป็นยอดที่สูง ตนจึงจะนำปัญหาที่เกิดขึ้นเสนอต่อนายกรัฐมนตรี และส่วนงานที่เกี่ยวข้องหาวิธีในการลดหรือหยุดการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นจากน้ำ โดยอาจจะมีการจัดสรรเรือ และเสื้อชูชีพ ให้กับผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดพิจิตรเพื่อแก้ปัญหา พร้อมเร่งประชาสัมพันธ์ให้กับประชาชนให้ระมัดนะวังในการดำเนินชีวิตเพื่อลดความสูญเสียจากอุทกภัยต่อไป


   
ผู้ว่าฯกทม.ตรวจระดับน้ำบริเวณพระบรมมหาราชวัง




                   ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย นายพรเทพ เตชะไพบูลย์ และนางทยา ทีปสุวรรณ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายเจริญรัตน์ ชูติกาญจน์ ปลัดกรุงเทพมหานคร คณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร และสำนักการระบายน้ำกรุงเทพมหานคร นำสื่อมวลชนตรวจแนวป้องกันและการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมริมแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณท่าเรือท่าเตียน ชุมชนท่าเตียน ท่าราชวรดิฐ และท่าเรือท่าช้าง เขตพระนคร เพื่อตรวจระดับน้ำและเยี่ยมชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากปริมาณน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาที่สูงขึ้น โดยในวันนี้ระดับน้ำสูงสุดที่ปากคลองตลาดเมื่อเวลาประมาณ 10.00 น. อยู่ที่ระดับ 1.97 เมตรจากระดับ น้ำทะเลปานกลาง ต่ำกว่าระดับแนวป้องกันน้ำท่วมถาวรของกทม.ที่มีความสูง 2.50 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง และปริมาณน้ำที่ปล่อยจากท้ายเขื่อน 3,450 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งผู้ว่าฯ กทม.ยืนยันว่ายังสามารถรับมือสถานการณ์น้ำที่เกิดขึ้นได้

                       ขณะที่ ม.ร.ว.สุขุมพันะขอความร่วมมือให้ผู้ขับเรือเร็วโดยสารในแม่น้ำเจ้าพระยา รวมถึงคลองบางกอกน้อยและคลองมหาสวัสดิ์ โปรดลดความเร็วในการขับเรือ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณท่าเรือและชุมชนที่ตั้งอยู่นอกแนวป้องกันน้ำท่วมริมแม่น้ำเจ้าพระยาและคลองสายต่างๆ 27 ชุมชน เนื่องจากความแรงของคลื่นน้ำจะกระแทกบ้านเรือนอกแนวคันกั้นน้ำได้รับความเสียหายและประชาชนได้รับความเดือดร้อน อีกทั้งขอความร่วมมือสื่อมวลชนให้นำเสนอข่าวด้วยความจริงและไม่ทำให้ประชาชนตื่นตระหนกต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

                       ในส่วนของแนวป้องกันน้ำท่วมบริเวณท่าราชวรดิฐ สโมสรทหารเรือนั้น กทม.ได้เสริมแนวกระสอบทรายให้สูงขึ้นจากแนวป้องกันน้ำท่วมถาวรอีกประมาณ 30 เซนติเมตร เพื่อไม่ให้คลื่นน้ำเอ่อล้นเข้ามาในเขตพระราชฐาน ทำให้แนวป้องกันในบริเวณดังกล่าวมีความสูงตลอดแนว 2.80 เมตร พร้อมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำโดยประตูระบายน้ำท่าราชวรดิฐ ซึ่งควบคุมการระบายน้ำในพื้นที่บริเวณพระบรมมหาราชวัง ท่าเตียน ท่าช้าง และท่าพระจันทร์ ไม่ให้เกิดน้ำท่วมขังอีกด้วย


กลุ่มผู้ค้าล้อเข็นไนท์บาซาร์เฮขายของปกติ


                          นายวีนัส มหาเทพ ผู้ประสานงานกลุ่มผู้ค้าล้อเข็นไนท์บาซาร์ เปิดเผยว่า ไนท์บาซาร์ได้เปิดจำหน่ายสินค้าให้กับนักท่องเที่ยวแล้วตั้งแค่คืนที่ผ่านมา (1 ต.ค.) พบว่ามีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติเดินทางแวะเวียนมาเลือกซื้อสินค้า ส่วนหนึ่งเป็นเพราะซื้อแพคเกจทัวร์มาเป็นที่เรียบร้อยแล้วและได้เดินทางมาเชียงใหม่ก่อนหน้าที่จะเกิดน้ำท่วมขึ้น เมื่อทราบข่าวสถานการณ์เข้าสู่ภาวะปกติก็มาเดินเที่ยว

                          ด้านนายวิลาศ ปัญญาวงศ์ ประธานชมรมผู้ประกอบการย่านไนท์บาซาร์ กล่าวว่า ตอนนี้สถานการณ์น้ำท่วมคลี่คลายแล้ว กลับผู้ค้าย่านไนท์บาซ่าทั้งในศูนย์การค้าต่างๆ และผู้ค้าล้อเข็นก็ได้กลับมาขายสินค้าได้ตามปกติตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา แต่บรรยากาศในการซื้อขายยังไม่ถือว่าคึกคักมากนัก มีนักท่องเที่ยวเข้ามาบ้าง ส่วนมูลค่าการเสียโอกาสจากน้ำท่วมนั้นยังไม่ได้มีการประเมิน รวมถึงความเสียหายก็เช่นเดียวกัน

สสจ.เชียงใหม่เผยออกหน่วยเคลื่อนน้ำท่วมน้ำกัดเท้าพุ่ง



                  ทพ.ดร.สุรสิงห์ วิศรุตรัตน์ รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า หลังจากเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมหลายพื้นที่ในจังหวัดเชียงใหม่ตั้งแต่วันที่ 28 กันยายน เป็นต้นมา ทางสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ ได้ออกหน่วยเคลื่อนที่แบ่งออกเป็น 2 ทีม คือทีมรักษาพยาบาลและทีมสิ่งแวดล้อม โดยได้หมุนเวียนในทุกพื้นที่ที่ได้รับความเดือดร้อน แต่ตอนนี้สถานการณ์น้ำท่วมได้คลี่คลายเริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติเหลือเพียงบางพื้นที่ที่ยังมีน้ำท่วมขัง วันนี้ (2 ตุลาคม) จึงเป็นวันออกหน่วยเคลื่อนที่วันสุดท้าย หลังจากนี้ก็ให้ประชาชนใช้บริการได้ตามสถานีอนามัยได้ตามปกติ เพราะการสัญจรไปมาเป็นปกติแล้ว

                  จากการออกหน่วยเคลื่อนที่ก็พบว่าประชาชนส่วนใหญ่จะป่วยด้วยโรคน้ำกัดเท้า เนื่องจากต้องแช่น้ำเป็นระยะเวลากว่า 3 วัน ซึ่งหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ได้แจกกล่องปฐมพยาบาลพื้นฐานไปแล้วไม่ต่ำกว่า 500 ชุด อย่างไรก็ตาม ฝากเตือนชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมหลังจากนี้ไป 7-10 วันหากพบว่ามีอาการไข้ขึ้นสูง ปวดท่องอย่างรุนแรง อาจเป็นโรคฉี่หนูซึ่งมักมากับน้ำท่วมให้รีบไปโรงพยาบาลทันที เนื่องจากน้ำท่วมไม่ทราบว่าในน้ำมีเชื้อโรคชนิดใดบ้าง



สารภีน้ำลดต่อเนื่อง-เร่งนอภ.สำรวจรายงานความเสียหาย




                      นายคมสัน สุวรรณอัมพา ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า วันนี้ (2 ต.ค.) นายปรีชา เร่งสมบูรณ์ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้เรียกประชุมติดตามความคืบหน้าการฟื้นฟูน้ำท่วม โดยมีม.ล.ปนัดดา ดิศกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ นายทัศนัย บูรณุปกรณ์ นายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ เข้าร่วมประชุม โดยสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่เขตอ.เมือง ขณะนี้คลี่คลายเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว อยู่ระหว่างการล้างทำความสะอาดเศษดินโคลนที่ถูกพัดมากับน้ำ พร้อมกับลุกลอกท่อระบายน้ำที่มีเศษสวะมาติกด ทุกหน่วยก็ได้เร่งระดมรถฉีดน้ำให้ความช่วยเหลือเต็มที่ คาดว่าจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติได้ใน 1-2 วันนี้

                     "เมื่อคืนย่านการค้าไนท์บาซาที่ถูกน้ำท่วมเมื่อ 2-3 วันที่ผ่านมา ก็เปิดค้าขายได้ตามปกติแล้ว มีนักท่องเที่ยวบ้างแต่บางตาอยู่ จึงอยากประชาสัมพันธ์ว่าตอนนี้น้ำท่วมเชียงใหม่คลี่คลายแล้ว เดินทางมาท่องเที่ยวได้ตามปกติ ส่วนการสรุปความเสียหายนั้น เนื่องจากนี้ที่อ.สารภี ระดับน้ำยังท่วมอยู่แต่มีแนวโน้มลดลงต่อเนื่อง ได้มีการสั่งให้นายอำเภอเร่งสำรวจความเสียหายและรายงานเข้ามาวันที่ 6 ตุลาคม" นายคมสัน กล่าว

                      อย่างไรก็ตาม เมื่อคืนนี้ (1 ต.ค.) ได้มีฝนตกลงมาอย่างหนักบริเวณอ.หางดง จึงได้แจ้งเตือนประชาชนให้รับทราบและเตรียมพร้อมรับมือ แต่ก็ไม่เกิดเหตุการณ์น้ำท่วมแต่อย่างใด ทั้งนี้ ทางศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือ ได้รายงานว่าวันนี้จะมีฝนตก 40-60% ของพื้นที่ จึงไม่นิ่งนอนใจ แจ้งเตือนให้ประชาชนได้เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน ซึ่งสภาพอากาศช่วงบ่ายวันนี้ก็พบว่าท้องฟ้ามืดครึ้ม แต่ก็ยังไม่มีฝนตกลงมาแต่อย่างใด

 

ลำปางน้ำแม่ตานไหลทะลักท่วมบ้านห้างฉัตรเหนือ


              เมื่อเวลา 03.30 น.วันที่ 2 ต.ค. เกิดเหตุลำน้ำแม่ตาน ไหลทะลักล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎรบ้านห้างฉัตรเหนือ ต.ห้างฉัตร  อ.ห้างฉัตร  จ.ลำปาง ที่อยู่สองฝากฝั่งอย่างรวดเร็ว หลังจากมีฝนตกหนักในพื้นที่ ถึงแม้ทางตำรวจ สภ.ห้างฉัตร และเจ้าหน้าที่ อปพร. ได้ออกมาแจ้งเตือนพร้อมทั้งประกาศเสียงตามสายให้เก็บของขึ้นไว้ในที่สูงและปลอดภัย แต่ด้วยสภาพน้ำที่ไหลแรงและรวดเร็ว ทำให้ชาวบ้านขนของหนีน้ำไม่ทันบางส่วน จึงต้องปล่อยจมน้ำได้รับความเสียหาย ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสร้างความโกลาหลไปชั่วขณะหนึ่ง เนื่องจากว่าในช่วงที่เกิดเหตุเป็นช่วงที่ชาวบ้านกำลังหลับสนิทและไม่คาดคิดว่าน้ำจะมาเร็วและแรงแบบนี้

                  อย่างไรก็ตาม แม้ที่ผ่านมาจะเกิดเหตุการณ์น้ำล้นตลิ่งมาแล้วหลายครั้งแต่ในครั้งนี้ถือว่าแรงกว่าที่ผ่านมา นอกจากนั้นน้ำจากลำห้วยแม่ตานที่ไหลผ่านพื้นที่ อ.ห้างฉัตร และ อ.เกาะคาได้ไหลทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎรได้รับความเดือนร้อนเป็นบริเวณกว้างแล้ว

                  นายเพชร หอมหา ผู้ใหญ่บ้านแม่ตาลน้อย เปิดเผยว่า พื้นที่ต้นน้ำคือบ้านแม่ตาลน้อย บ้านห้วยเรียน ต.เวียงตาล อ.ห้างฉัตร ตลอดทั้งคืนที่ผ่านมาฝนตกหนักในพื้นที่ จึงได้เฝ้าติดตามสถานการณ์น้ำอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งเวลา 23.30 น.ลำน้ำแม่ตาน ได้เปลี่ยนสีขุ่นและไหลแรงและมีปริมาณมากกว่าที่ผ่านมา จึงได้ประกาศแจ้งเตือนลูกบ้านให้อพยพไปยังที่ปลอดภัย จากนั้นน้ำได้ไหลทะลัก เข้าท่วมบ้านเรือนราษฎร กัดเซาะถนน คอสะพานถนน พังไปหลายจุดยังไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่จะได้ออกสำรวจความเสียหาย และประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ให้การช่วยเหลือต่อไป



ฝนกระหน่ำน้ำระบายไม่ทันส่งผลเทศบาลเลยจมน้ำ


              นายคำพัน บุตรราช  ผู้อำนวยการสถานีอุตุนิยมวิทยาจังหวัดเลย  กล่าวว่า สภาวะอากาศของเวลา  07.00 น.วันที่ 2 ต.ค. 2554 ย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมบริเวณอ่าวตังเกี๋ยประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังค่อนข้างแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามันประเทศไทย และอ่าวไทย ทำให้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนมีฝนหรือฝนฟ้าคะนองเกือบทั่วไปและมีฝนตกหนักบางแห่ง  ส่วนมากทางตอนบนของภาค    จังหวัดเลย หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ  สกลนคร นครพนม  และกาฬสินธุ์ ระมัดระวังอันตรายจากฝนตกหนัก  ที่อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่งต่อไปอีก  สำหรับพื้นที่จังหวัดเลย มีฝนตกทั่วไปทุกกอำเภอโดยเฉพาะเวลา  07.00-11.00น. มีฝนฟ้าคะนองตกหนักมาก วัดปริมาณได้สูงถึง  103.2 มิลลิเมตร

              เนื่องจากฝนตกหนักดังกล่าวแล้ว ส่งผลให้ทุกอำเภอของจังหวัดเลย โดยเฉพาะเขตอำเภอเมืองเลย ในเขตเทศบาลเมืองเลยได้รับผลกระทบตั้งแต่เช้า ฝนตกหลายชั่วโมง ทำให้เกิดน้ำท่วมขังถนนสายต่างๆ อย่างฉับพลันรถเล็กไม่สามารถสัญจรไป-มาได้ ถนนทุกเส้นในเทศบาลเมืองเลย ใช้งานไม่ได้โดยเฉพาะถนนเจริญรัฐ  ถนนพิพัฒนะมงคล ถนนร่วมใจ ถนนนกแก้ว  สูงประมาณ 30-50เซนติเมตร  ร้านค้าที่อยู่ในระดับต่ำ  น้ำได้เข้าสู่ร้านได้รับความเสียหายต้องระดมนำอุปกรณ์กัน น้ำ ไม่ให้เข้าตัวบ้านเรือนทางเจ้าหน้าที่ต้องใช้แผงปิดกั้นห้ามรถยนต์ผ่านห้างร้านค้าต้อง รีบวิดน้ำออกจากร้านค้าเพราะน้ำทะลักเข้าไปในตัวบ้านและร้านค้า  ทางร้านค้ากว่า 500 ร้านต้องปิดกิจการและ เตรียมขนของ ขึ้นที่สูง   ส่วนสาเหตุนั้นมาจากการระบายน้ำของท่อระบายน้ำ ของเทศบาลเมืองเลยนั้นระบายไม่ทันเพราะไม่เคยทำการลอกท่อในในรอบหลายปีที่ผ่านมา


ชัยภูมิรัฐบาลเดินหน้านำร่องแก้มลิง 23 แห่ง รับมือน้ำท่วมอีสาน


               สถานการณ์น้ำท่วมในลำน้ำชี และเขื่อนขนาดใหญ่หลายแห่งใน จ.ชัยภูมิเริ่มลดลง หลังจังหวัดสั่งเร่งระบายน้ำมาต่อเนื่องนานกว่า 3 สัปดาห์ เพื่อพร่องน้ำออกจากเขื่อนจุฬาภรณ์ทำให้เริ่มลดระดับความจุไม่เกิน 90 เปอร์เซ็นต์ เพื่อเตรียมรับมืออิทธิจากพายุที่ยังส่งผลกระทบให้เกิดฝนตกอยู่ในหลายพื้นที่ พร้อมสั่งเดินหน้าเร่งเยี่ยวยาจ่ายเงินช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบขาดผู้นำครอบครัวเสียชีวิตจากเหตุน้ำท่วม  จ.ชัยภูมิ ปีนี้รวม 7 ราย ให้รายละ 50,000 บาท  พร้อมสั่งเดินหน้าโครงการฝายแก้มลิงรับมือน้ำชีทะลักในพื้นที่ จ.ชัยภูมิ ได้ทันทีหลังน้ำลดไม่เกินต้นปีหน้า นำร่อง 23 แห่ง อัดงบหนุนกว่า 400 ล้านบาท

              เมื่อเวลา 09.00 น. นายสุรวิทย์  คนสมบูรณ์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมคณะรับมอบหมายให้เป็นตัวแทนรัฐบาล เร่งเดินทางลงพื้นที่เข้ามอบเงินช่วยเหลือจากกองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย ที่ประชาชนทั่วประเทศร่วมบริจาคให้รัฐบาลกว่า 390 ล้านบาทให้นำไปช่วยเหลือราษฎรที่ประสบภัยน้ำท่วมทั่วประเทศ  มอบให้กับครอบครัวผู้เสียชีวิตจากภัยน้ำท่วมเสียหายหนักเกือบยกจังหวัดใน 15 อำเภอ จาก 16 อำเภอ 

              ปีนี้มีผู้เสียชีวิต 7 ราย ส่วนใหญ่เป็นผู้นำครอบครัว โดยรัฐบาลเยียวยาให้รายละ 50,000 บาท  โดยจ่ายให้นางสาวทัศนีย์  เสมา อายุ 32 ปี 42 หมู่ 1 ต.หนองบัวระเหว อ.หนองบัวระเหว  นายวิชิต  จันทสังข์ อายุ 57 ปี 95 หมู่ 4 ต.ชีลอง อ.เมืองชัยภูมิ  นายมานิต  เขียวเมืองน้อย อายุ 52 ปี 123 หมู่ 4 ต.ชีลอง  นายทอง  บุรี อายุ 67 ปี 77 หมู่ 3 ต.สามสวน อ.บ้านแท่น  ,นายเสริฐ  มาชา อายุ 53 ปี 138/1 หมู่ 2 ต.หนองบัวใหญ่ อ.จัตุรัส  นายสังคม  เฉลิมกาย อายุ 25 ปี 15/1 หมู่ 14 ต.คอนสวรรค์ อ.คอนสวรรค์ และด.ช.นิติพงษ์  ป้องขันธ์ อายุ 7 ปี  เลขที่  610/2 ถ.สนามบิน ต.ในเมือง อ.เมืองชัยภูมิ

                   นายสุรวิทย์  กล่าวว่า  ในส่วนจ.ชัยภูมิ ต้องให้ความสำคัญเพราะเป็นพื้นที่ต้นแม่น้ำชี  ถ้าชัยภูมิเกิดน้ำท่วม   จังหวัดที่มีลำน้ำชีไหลผ่านก็ต้องรับปัญหาตามไปด้วยเกือบทั้งภาคอีสาน  จากนี้ไปทางรัฐบาลได้รับเรื่องแผนงานน้ำทั้งระยะสั้น กลาง และระยะยาว เพื่อสนับสนุนงบประมาณแนวทางป้องกันโดยด่วนต่อไป  ในจุดแรกเรื่องการทำโครงการฝายแก้มลิง ซึ่งมีแผนทั้งหมด 70 แห่ง ซึ่งถ้าดำเนินการก่อสร้างเสร็จทั้งหมดได้โดยเร็ว จะสามารถแก้ปัญหาน้ำท่วมชัยภูมิ และทั้งปัญหาภัยแล้งทั่วภาคอีสานได้อย่างยั่งยืน

                   “ในปี 2555 นี้ ได้เตรียมงบประมาณ 400 ล้านบาท นำร่องสร้างฝายแก้มลิง 23 แห่ง ส่วนระยะที่ 2  เพิ่มอีกกว่า 50 แห่ง  งบประมาณอีกกว่า 800 ล้านบาท ทางรัฐบาลจะเร่งอุดหนุนให้ดำเนินการต่อเนื่อง เพื่อช่วยแก้ปัญหาน้ำท่วมในลำน้ำชีโซนภาคอีสานในจุดแรก ที่จะนำไปสู่ต้นแบบในอีกหลายลุ่มน้ำต่อไป


นครราชสีมาชลประทานที่8ยังสั่งพร่องน้ำ4เขื่อนต่อเนื่อง


     จากที่ฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่องในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ  ทำให้ปริมาณน้ำในเขื่อนหลายแห่งเต็มปริมาณกักเก็บนั้น  ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมานั้น   นายระพี ผ่องบุพกิจ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ได้ประกาศให้เป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติจากเหตุอุทกภัยแล้ว 18 อำเภอที่มีพื้นที่อยู่ติดกับลุ่มน้ำต่างๆ ทั้งในส่วนของลุ่มน้ำมูล ลุ่มน้ำลำตะคอง และลุ่มน้ำลำเชียงไกร   เพราะปริมาณน้ำเอ่อล้นตลิ่ง  หลังจากการพร่องน้ำออกจากอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่มีอยู่ในจังหวัดนครราชสีมา รวม 4 แห่ง ประกอบด้วย อ่างเก็บน้ำลำตะคอง อ.สีคิ้ว   อ่างเก็บน้ำลำพระเพลิง อ.ปักธงชัย    อ่างเก็บน้ำลำมูลบน และอ่างเก็บน้ำลำแชะ อ.ครบุรี ที่ทั้งหมดมีปริมาณน้ำกักเก็บอยู่ที่ร้อยละ 93 ของความจุทั้งหมด ส่วนพื้นที่เสียหายอยู่ระหว่างการสำรวจรายละเอียด  เบื้องต้นมีความเสียหายเกิดขึ้นในพื้นที่รวม 79 ตำบล 721 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับความเดือนร้อนกว่า 19,000 หลังคาเรือน ใน 18 อำเภอของจังหวัด  พื้นที่การเกษตรซึ่งส่วนใหญ่เป็นนาข้าวถูกน้ำเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมนับหมื่นไร่  ถนนมากกว่า 70 สายถูกตัดขาด ทำให้ทางจังหวัดต้องประกาศพื้นที่ภัยพิบัติ

              สำนักชลประทานที่ 8 นครราชสีมา ได้รายงานสถานการณ์ปริมาณน้ำภายในอ่างเก็บน้ำทั้ง 4 แห่ง  โดยอ่างเก็บน้ำลำตะคอง ปริมาณน้ำ 294.120 ล้าน ลบ.ม. จากความจุทั้งหมด 314.49 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 93.52 ของความจุทั้งหมด  อ่างเก็บน้ำลำมูลบน อ.ครบุรี ปริมาณน้ำ 133.170 ล้าน ลบ.ม. จากความจุทั้งหมด 141.00 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 94.45  อ่างเก็บน้ำลำแชะ อ.ครบุรี ปริมาณน้ำ  258.430 ล้าน ลบ.ม. จากความจุทั้งหมด275.00 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ  93.97 ของความจุทั้งหมด   และอ่างเก็บน้ำลำพระเพลิง อ.ปักธงชัย ปริมาณน้ำอยู่ที่ 101.54 ล้าน ลบ.ม. จากความจุ 109.63 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ  92.60 ของความจุทั้งหมด

              สำนักชลประทานที่ 8 นครราชสีมา ยังคงต้องสั่งการให้มีการพร่องน้ำออกจากอ่างเก็บน้ำทั้งหมดลงสู่ลำน้ำธรรมชาติ และคลองส่งน้ำโครงการชลประทาน  เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดภาวะน้ำล้นตลิ่งในพื้นที่ลุ่มหลายอำเภอ เช่นอำเภอโชคชัย อ.พิมาย และ อ.ชุมพวง  ขณะนี้สถานการณ์เริ่มที่จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว เพราะปริมาณน้ำเริ่มลดลงโดยเฉพาะพื้นที่เหนืออ่างเก็บน้ำทั้ง 4 แห่ง เนื่องจากฝนหยุดตก 2 วันแล้ว

 

รมช.สาธารณสุข ตรวจน้ำท่วมอีสานแจกยารักษาโรคกว่าล้านชุด 


              นายต่อพงษ์ ไชยสาส์น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวภายหลังประชุมร่วมผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี หนองคาย สกลนคร และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพื่อบูรณาการแก้ไขปัญหาภัยธรรมชาติ และเดินทางตรวจเยี่ยมการช่วยเหลือพร้อมมอบยาสามัญประจำบ้าน ผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พื้นที่อบต.นาข่า อ.ท่าบ่อ จ.หนองคาย และที่อบต.ซุ่มเส้า อ.เพ็ญ และที่สมาคมไร่อ้อย อ.กุมภาวาปี จ.อุดรธานี ว่า จากการตรวจเยี่ยมพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วม สิ่งที่เป็นห่วงคือ เรื่องขยะมูลฝอย สิ่งปฏิกูลต่างๆ ที่มีจำนวนมาก ซึ่งจะเพิ่มความสกปรกทำให้น้ำเน่าเสียเร็วขึ้น และอาจก่อให้เกิดโรคระบาดตามมาและยากต่อการควบคุม เช่น โรคตาแดง โรคอุจจาระร่วง โดยให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดและกรมอนามัย เร่งดำเนินการแก้ไข ร่วมกับหน่วยงานท้องถิ่น โดยแจกถุงดำให้ประชาชนใส่ขยะให้เพียงพอในแต่ละครอบครัว และจัดที่รองรับขยะเพื่อนำไปกำจัดอย่างถูกวิธี เพื่อไม่ให้เป็นแหล่งอาหารของสัตว์นำโรค โดยเฉพาะหนูและแมลงวัน

                  นายต่อพงษ์กล่าวต่อว่า สถานการณ์น้ำท่วมจนถึงวันนี้ ยังมีพื้นที่ประสบภัย 23 จังหวัด ประกอบด้วยภาคเหนือ 6 จังหวัด ภาคกลาง 13 จังหวัด และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 4 จังหวัด กระทรวงสาธารณสุขได้ส่งหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ออกให้บริการตรวจรักษาฟรีอย่างต่อเนื่อง จนถึงวันนี้ออกไปแล้ว 3,186 ครั้ง มีผู้เจ็บป่วย 4 แสนกว่าราย ส่วนใหญ่เป็นโรคน้ำกัดเท้า เพราะต้องเดินลุยน้ำทุกวัน รองลงมาคือไข้หวัด ไม่มีรายใดอาการรุนแรง โดยศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขน้ำท่วมของกระทรวงสาธารณสุข ได้จัดส่งยารักษาโรคเบื้องต้น ลงพื้นที่แจกให้ผู้ประสบภัยทุกครัวเรือน รวมเกือบ 1 ล้าน 4 แสนชุด วันนี้ส่งเพิ่มอีก 41,000ชุด ให้ 4 จังหวัด ได้แก่ลพบุรี 10,000 ชุด พระนครศรีอยุธยา 20,000 ชุด ฉะเชิงเทรา 6,000 ชุด และร้อยเอ็ด 5,000 ชุด และสำรองยาไว้ที่ส่วนกลางอีก 5 แสนชุด พร้อมสนับสนุนให้จังหวัดทันที สำหรับผลกระทบทางสุขภาพจิต ผลการตรวจประเมินสุขภาพจิตล่าสุด พบผู้ที่มีความเครียด สูง 1,520 ราย มีอาการซึมเศร้า 3,239 ราย มีความเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตาย 389 ราย และต้องติดตามดูแลใกล้ชิดเป็นพิเศษ 554 ราย โดยกระทรวงสาธารณสุขได้จัดระบบการดูแล 3 รูปแบบคือ1.จัดทีมสุขภาพจิต ร่วมออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่รักษาโรคทางกาย ขณะนี้กระจายบริการตามจุดอพยพประชาชนที่บ้านถูกน้ำท่วมหนักจนอยู่ไม่ได้ 2.หน่วยแพทย์เคลื่อนที่บริการตามหมู่บ้าน และ 3.ทีมเยี่ยมบ้านชนิดเคาะประตูบ้าน เยี่ยมดูอาการผู้ที่เสี่ยงเกิดปัญหาสุขภาพจิตง่ายเช่นผู้ป่วยจิตเวช ผู้สูงอายุที่ไม่มีคนดูแล ผู้ป่วยโรคประจำตัว และมีสายด่วนเปิดให้บริการปรึกษาตลอด 24 ชั่วโมง ทางหมายเลข 1323 ฟรี


รมว.สาธารณสุขสั่งปรับแผนเพิ่มเตียง-เปลสนาม

              นายวิทยา บุรณศิริ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุข ได้ปรับแผนเพื่อให้บริการดูแลสุขภาพประชาชนอย่างทั่วถึงทุกพื้นที่ และต้องเฝ้าระวังโรคระบาด รวมทั้งปัญหาสุขภาพจิตที่สำคัญ คือป้องกันการฆ่าตัวตาย เนื่องจากน้ำท่วมขังเป็นเวลานาน และสถานพยาบาลของกระทรวงสาธารณสุข โดยเฉพาะโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ก็ถูกน้ำท่วมมากถึง 304 แห่ง บางแห่งน้ำท่วมสูง 3 เมตร เช่นที่ โรงพยาบาล สต.บางหลวงโดด อ.บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา โดยให้วอร์รูมป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมของกระทรวงจัดซื้อเสื้อชูชีพให้เจ้าหน้าที่ และอสม.ใส่ออกปฏิบัติงานทางเรืออีก 2,000 ตัว จัดซื้อเรื้อท้องแบนเพิ่ม 100 ลำ เตียงสนามเพื่อใช้ในกรณีที่รพ.สต.ไม่สามารถให้บริการในสถานที่ตั้งได้ จำนวน 1,000 ชุด และเปลสนามใช้สำหรับเคลื่อนย้ายผู้ป่วยเรื้อรัง ผู้สูงอายุ ผู้พิการที่ช่วยตัวเองไม่ได้ หรือผู้ป่วยฉุกเฉินจากบ้าน เพื่อลงเรือนำไปส่งที่โรงพยาบาล จำนวน 1,000 ชุด และจัดซื้อเครื่องกรองน้ำสะอาดใช้ในบ้านเรือน อีก 1,000 ชุด ติดตั้งที่บ้านของอาสาสมัครสาธารณสุขหรืออสม. เพื่อผลิตน้ำสะอาดปลอดภัยให้ผู้ประสบภัยในหมู่บ้าน จะเร่งจัดส่งไปพื้นที่โดยเร็วที่สุด

                 นายวิทยา กล่าวต่อว่า สำหรับ อสม. จะให้ออกดูแลประชาชนที่อยู่ในภาวะน้ำท่วมอย่างต่อเนื่อง แต่ละคนจะรับผิดชอบดูแลคนละ 10-15 หลังคาเรือน ขณะที่กระทรวงสาธารณสุขได้ผลิตกระเป๋าเป้ บรรจุยาสามัญประจำบ้านและยาใช้ในกรณีที่ป่วยฉุกเฉิน เช่น ปวดศีรษะ ท้องเสีย ยาแก้แพ้ ชุดทำแผลปลอดเชื้อ รวมทั้งหมด 17 รายการรวมคู่มือการแนะนำการดูแลสุขภาพกายและสุขภาพจิต เพื่อให้ อสม.ใช้ออกปฏิบัติงาน ซึ่งขณะนี้แจกไปแล้ว 10,000 ชุด โดยจังหวัดสิงห์บุรีวันนี้ได้มอบให้ อสม. 200 ชุด และเตรียมสั่งผลิตเพิ่มอีก 100,000 ชุด

                  สำหรับผลกระทบของน้ำท่วม ในส่วนของโรงพยาบาลชุมชน โรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลทั่วไป ขณะนี้มีได้รับผลกระทบเพียง 2 แห่ง คือ ที่บ้านแพรกและมหาราชจ.พระนครศรีอยุธยา แต่ยังให้บริการได้ โดยมีโรงพยาบาลอีก 23 แห่ง ที่ให้เฝ้าระวังป้องกันเต็มที่ตลอด 24 ชั่วโมง ได้แก่ รพ.สมเด็จพระยุพราชตะพานหิน รพ.บางมูลนาก รพ.บางระกำ รพ.บางกระทุ่ม รพ.โกรกพระ รพ.ชุมแสง รพ.อินทร์บุรี รพ.สิงห์บุรี รพ.สรรพยา รพ.อ่างทอง รพ.บางไทร รพ.บางบาล รพ.ผักไห่ รพ.บางปะอิน รพเสนา รพ.ท่าเรือ รพ.พระนั่งเกล้า รพ.บางใหญ่ รพ.บางกรวย รพ.บางเลน รพ.เจ้าพระยายมราช รพ.บ้านหมี่และรพ.ท่าวุ้ง และขณะนี้ได้เสนอให้อธิบดีกรมชลประทาน เสริมพนังกั้นน้ำด้านคลองระพีพัฒน์เพื่อรับน้ำจากเขื่อนพระราม 6 ซึ่งจะรับน้ำได้ 1.8 ล้านลูกบาศก์เมตร ตลอด 30 กิโลเมตรผ่านทางวอร์รูมขอนายกรัฐมนตรี ส่งต่อ ศอส.ต่อไปด้วย