ข่าว

'ปู'อย่าถามนะทั้งประเทศนี่เท่าไหร่

'ปู'อย่าถามนะทั้งประเทศนี่เท่าไหร่

02 ต.ค. 2554

ยิ่งลักษณ์อย่าถามนะทั้งประเทศนี่เท่าไหร่ : คลี่ข่าวคลายปม โดยภาณุมาศ ทักษณา

           ในเนชั่นสุดสัปดาห์ฉบับลงวันที่ 1 กรกฎาคม 2554 รศ.ดร.ณรงค์ เพ็ชรประเสริฐ ที่ผมเรียกสั้นๆ ว่า อาจารย์ณรงค์ เขียนเรื่อง “ทางออกของประเทศไทย” ในวันที่ฝ่ามรสุมฤดูเลือกตั้งเอาไว้ตอนหนึ่งว่า “มีการตั้งข้อสังเกตว่า การเลือกตั้งในครั้งนี้จะใช้เงินไม่ต่ำกว่า 50-60 ล้านบาทต่อคน (ตามกฎหมาย กกต.กำหนดให้ใช้ได้คนละไม่เกิน 2 ล้านบาท-ผู้เขียน) เพราะฉะนั้นหากพรรคใดอยากได้ ส.ส.300 คน ก็จะใช้เงินประมาณ 1.8 หมื่นล้านบาท ซึ่งไม่ใช่เรื่องยากสำหรับคนมีเงิน ภายในสองปีเงิน 1.8 หมื่นล้านบาทก็จะแปรเป็นต้นทุนและงอกเงยเป็นเงิน 3 หมื่นล้านบาท เพราะงบประมาณจำนวน 1.5 ล้านล้านบาท เกิดการไหลออกจากงบประมาณไปสู่นักการเมืองและกลุ่มทุนประมาณ 20-30 เปอร์เซ็นต์ รวมตัวเลข 3 หมื่นล้านบาท ถือเป็นการลงทุนที่น่าลงทุนอย่างยิ่ง” การวิเคราะห์ของอาจารย์ประเสริฐในครั้งนั้น ทำให้ผมนึกถึงปรากฏการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นในประเทศไทยในขณะนี้ขึ้นมาทันที เท่านั้นยังไม่พอ ผมยังนึกไปถึงหนังโฆษณาบัตรเครดิตของต่างชาติยี่ห้อหนึ่งขึ้นมาอีกด้วย

           หนังโฆษณาเรื่องนี้ผ่านไปนานมากแล้ว แต่ยังประทับใจผมอยู่ เรื่องเริ่มที่ชายหนุ่มคนหนึ่งเดินเข้าไปในร้านขายเครื่องเพชร เดินดูเพชรในตู้โชว์ต่างๆ ในขณะที่เจ้าของร้านเพชรมองลูกค้าด้วยสายตาดูแคลน ครู่ต่อมาชายหนุ่มคนนั้นก็ชี้ไปที่แหวนเพชรวงหนึ่ง แทนที่คนขายจะหยิบแหวนให้หรือบอกราคา คนขายกลับบอกชายหนุ่มคนนั้นด้วยน้ำเสียงเย้ยนิดๆ ว่า...มันแพงนะ ! ได้ยินดังนั้น แทนที่ชายหนุ่มจะโกรธ เขายิ้มที่มุมปากเล็กน้อยด้วยความทระนง แล้วควักเครดิตการ์ดของต่างชาติชูให้เจ้าของร้านดู ถามด้วยน้ำเสียงเหมือนเย้ยหยันไม่ต่างว่า “ทั้งร้านนี้...เท่าไหร่” เชื่อว่าหลายๆ ท่านคงพอนึกสีหน้าของเจ้าของร้านออกนะครับว่าเป็นอย่างไร

           นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร บริหารประเทศมาได้ 1 เดือนเศษ เธอช่างไม่ต่างไปจากชายหนุ่มที่เดินเข้าไปในร้านเครื่องเพชรเอาเสียเลย ทั้งๆ ที่ไม่มีเงินงบประมาณในมือตัวเอง เพราะยังไม่ถึงวาระที่รัฐบาลของเธอจะจัดทำงบประมาณบริหารราชการแผ่นดิน แต่เธอก็สั่งให้ส่วนราชการต่างๆ ทำโน่นทำนี่ที่ล้วนแล้วต้องใช้เงินเป็นกะตั๊กอย่างไม่ยี่หระว่าจะหมดไปเท่าไหร่ และด้วยความมั่นอกมั่นใจ เสมือนหนึ่งในกระเป๋าถือของเธอมีเครดิตการ์ดยี่ห้อทักษิณ ชินวัตร ซุกอยู่อย่างไรอย่างนั้น ผมก็ได้แต่หวังว่า คงไม่มีใครทำอะไรให้นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร หงุดหงิดจนถึงขั้นเอ่ยปากถามประชาชนคนไทยนะครับว่า “ทั้งประเทศนี่...เท่าไหร่” ?