
'แม้ว-ปู'VSผู้ตรวจการเสือกระดาษ
'หัวหน้ารัฐบาล-นักโทษหนีคดี-ผู้ตรวจการแผ่นดิน' โดย 'ประสงค์ เลิศรัตนวิสุทธิ์'
การที่มีข่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ใช้โปรแกรมสไกป์ (skype)ติดต่อเข้ามาในที่ประชุมรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2554 ที่ผ่านมา เพื่อแนะนำรัฐมนตรีของพรรคให้เดินหน้าช่วยเหลือประชาชนหลังน้ำท่วมในเรื่องต่างๆ เช่น การจัดตั้งกองทุนตั้งตัวได้ ต้องมีคณะกรรมการขึ้นมาดูแลให้รอบคอบ กำชับเร่งดำเนินการนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ เช่น กองทุนหมู่บ้าน กองทุนเอสเอ็มแอล ที่ต้องเพิ่มงบประมาณเข้าไปโดยเฉพาะในพื้นที่ประสบปัญหาน้ำท่วม
เป็นการตอกย้ำให้เห็นว่า พ.ต.ท.ทักษิณ มีอิทธิพลครอบงำรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อย่างเบ็ดเสร็จ
มีกระแสข่าวยืนยันว่า การติดต่อผ่านโปรแกรมสไกป์เข้ามายังที่ประชุมรัฐมนตรีของพรรคเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ไม่ใช่ครั้งแรก แต่มีมาแล้วก่อนหน้านี้ เพียงแต่ไม่ปรากฏเป็นข่าวอื้อฉาว
อย่างไรก็ตาม น.ส.ยิ่งลักษณ์ให้การภาคเสธโดยอ้างว่า พ.ต.ท.ทักษิณติดต่อมาในระหว่างการประชุมรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย เพื่อให้กำลังใจในตอนท้ายของการประชุม
แต่คำถามคือ พ.ต.ท.ทักษิณติดต่อเข้ามาพูดคุยในที่ประชุมในฐานะอะไร และรู้ว่ามีการประชุมรัฐมนตรีของพรรคได้อย่างไร ถ้าไม่มีใครรายงานให้ พ.ต.ท.ทักษิณ
อย่าลืมว่า พ.ต.ท.ทักษิณ มีฐานะเป็นผู้หลบหนีคดีอาญาแผ่นดินทั้งคดีที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองพิพากษาจำคุกเป็นเวลา 2 ปี ในคดีการจัดซื้อที่ดินรัชดาฯและอีกหลายคดีที่ศาลฎีกาฯออกหมายจับอยู่
ดังนั้นในฐานะ”หัวหน้ารัฐบาล” ที่ต้องรักษากฎหมาย บังคับบัญชา กำกับดูแลให้หน่วยงานของรัฐที่มีอำนาจหน้าที่ที่เกี่ยวข้องนำตัว พ.ต.ท.ทักษิณมาลงโทษตามกระบวนการยุติธรรม
แต่การที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ติดต่อคบหากับผู้หลบหนีคดีอาญาแผ่นดินอย่างเปิดเผยพร้อมกับรัฐมนตรีทั้งคณะจะอธิบายต่อสาธารณชนได้อย่างไร
ขณะเดียวกันเกิดคำถามขึ้นว่า พฤติกรรมของน.ส.ยิ่งลักษณ์และรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทยเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายหรือรัฐธรรมนูญหรือไม่
รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 มีบทบัญญัติว่าด้วย จริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและเจ้าหน้าที่ของรัฐซึ่งระบุว่า มาตรฐานทางจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ข้าราชการ หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐแต่ละประเภทให้เป็นไปตามประมวลจริยธรรมที่กำหนดขึ้น(มาตรา 279)
ในกรณีที่ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตาม ให้ผู้ตรวจการแผ่นดินรายงานต่อรัฐสภา คณะรัฐมนตรี ..หากเป็นการกระทำผิดร้ายแรงให้ส่งเรื่องให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติพิจารณาดำเนินการ โดยให้ถือเป็นเหตุที่จะถูกถอดถอนจากตำแหน่งตามมาตรา 270
ในกรณีที่การฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมมีลักษณะร้ายแรงหรือมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าการดำเนินการของผู้รับผิดชอบจะไม่เป็นไปด้วยความเป็นธรรม ผู้ตรวจการแผ่นดินจะไต่สวนและเปิดเผยผลการไต่สวนต่อสาธารณะก็ได้(มาตรา280)
ต่อมารัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวชได้ออกระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยประมวลจริยธรรมของข้าราชการการเมือง พ.ศ. 2551 ประกาศใช้บังคับเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2551
ในระเบียบนี้ ให้นายกรัฐมนตรีเป็นผู้รักษาการและมีหน้าที่กำกับดูแลการประพฤติปฏิบัติตนของรัฐมนตรีและข้าราชการการเมืองอื่น ในกรณีที่พบว่ามีการประพฤติปฏิบัติตนที่ไม่ถูกต้องตามระเบียบ ให้นายกรัฐมนตรีดำเนินการ ลงโทษตามความร้ายแรงแห่งการกระทำ
สำหรับมาตรฐานทางจริยธรรมของข้าราชการการเมืองตามระเบียบนี้มีด้วยกัน 29 ข้อ
แต่ที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมของน.ส.ยิ่งลักษณ์และรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทยคือ ข้อ 28 ที่ระบุว่า ข้าราชการการเมืองต้องไม่คบหาหรือให้การสนับสนุนแก่ผู้ประพฤติผิด กฎหมายหรือผู้มีความประพฤติหรือมีชื่อในทางเสื่อมเสีย เช่น ผู้เปิดบ่อนการพนันหรือผู้เกี่ยวข้องกับยาเสพติด อันอาจกระทบกระเทือนต่อความเชื่อถือศรัทธาของประชาชนในการปฏิบัติหน้าที่ของตน
พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นนักโทษหนีคดีอาญาเข้าข่ายผู้ประพฤติผิดกฎหมายตามระเบียบนี้หรือไม่
น.ส.ยิ่งลักษณ์ในฐานะหัวหน้ารัฐบาล นอกจากไม่ลงโทษผู้ฝ่าฝืนประมวลจริยธรรม แต่ยังกระทำฝ่าฝืนเสียเอง
ผู้ตรวจการแผ่นดินนอนกลับไม่รู้ นอนคู้ไม่เห็นอยู่ที่ไหน?
.......................
(หมายเหตุ : 'หัวหน้ารัฐบาล-นักโทษหนีคดี-ผู้ตรวจการแผ่นดิน' โดย 'ประสงค์ เลิศรัตนวิสุทธิ์' http://www.prasong.com/)



