ข่าว

'แม้ว-ปู'VSผู้ตรวจการเสือกระดาษ

'แม้ว-ปู'VSผู้ตรวจการเสือกระดาษ

01 ต.ค. 2554

'หัวหน้ารัฐบาล-นักโทษหนีคดี-ผู้ตรวจการแผ่นดิน' โดย 'ประสงค์ เลิศรัตนวิสุทธิ์'

          การที่มีข่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี  ใช้โปรแกรมสไกป์ (skype)ติดต่อเข้ามาในที่ประชุมรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2554 ที่ผ่านมา เพื่อแนะนำรัฐมนตรีของพรรคให้เดินหน้าช่วยเหลือประชาชนหลังน้ำท่วมในเรื่องต่างๆ เช่น การจัดตั้งกองทุนตั้งตัวได้ ต้องมีคณะกรรมการขึ้นมาดูแลให้รอบคอบ กำชับเร่งดำเนินการนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ เช่น กองทุนหมู่บ้าน กองทุนเอสเอ็มแอล  ที่ต้องเพิ่มงบประมาณเข้าไปโดยเฉพาะในพื้นที่ประสบปัญหาน้ำท่วม

          เป็นการตอกย้ำให้เห็นว่า  พ.ต.ท.ทักษิณ มีอิทธิพลครอบงำรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อย่างเบ็ดเสร็จ

          มีกระแสข่าวยืนยันว่า การติดต่อผ่านโปรแกรมสไกป์เข้ามายังที่ประชุมรัฐมนตรีของพรรคเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ไม่ใช่ครั้งแรก แต่มีมาแล้วก่อนหน้านี้ เพียงแต่ไม่ปรากฏเป็นข่าวอื้อฉาว

          อย่างไรก็ตาม น.ส.ยิ่งลักษณ์ให้การภาคเสธโดยอ้างว่า พ.ต.ท.ทักษิณติดต่อมาในระหว่างการประชุมรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย เพื่อให้กำลังใจในตอนท้ายของการประชุม

          แต่คำถามคือ  พ.ต.ท.ทักษิณติดต่อเข้ามาพูดคุยในที่ประชุมในฐานะอะไร และรู้ว่ามีการประชุมรัฐมนตรีของพรรคได้อย่างไร ถ้าไม่มีใครรายงานให้ พ.ต.ท.ทักษิณ

          อย่าลืมว่า  พ.ต.ท.ทักษิณ มีฐานะเป็นผู้หลบหนีคดีอาญาแผ่นดินทั้งคดีที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองพิพากษาจำคุกเป็นเวลา 2 ปี ในคดีการจัดซื้อที่ดินรัชดาฯและอีกหลายคดีที่ศาลฎีกาฯออกหมายจับอยู่

          ดังนั้นในฐานะ”หัวหน้ารัฐบาล” ที่ต้องรักษากฎหมาย บังคับบัญชา กำกับดูแลให้หน่วยงานของรัฐที่มีอำนาจหน้าที่ที่เกี่ยวข้องนำตัว พ.ต.ท.ทักษิณมาลงโทษตามกระบวนการยุติธรรม

          แต่การที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ติดต่อคบหากับผู้หลบหนีคดีอาญาแผ่นดินอย่างเปิดเผยพร้อมกับรัฐมนตรีทั้งคณะจะอธิบายต่อสาธารณชนได้อย่างไร

          ขณะเดียวกันเกิดคำถามขึ้นว่า พฤติกรรมของน.ส.ยิ่งลักษณ์และรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทยเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายหรือรัฐธรรมนูญหรือไม่

          รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 มีบทบัญญัติว่าด้วย จริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและเจ้าหน้าที่ของรัฐซึ่งระบุว่า มาตรฐานทางจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ข้าราชการ หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐแต่ละประเภทให้เป็นไปตามประมวลจริยธรรมที่กำหนดขึ้น(มาตรา 279)

          ในกรณีที่ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตาม ให้ผู้ตรวจการแผ่นดินรายงานต่อรัฐสภา คณะรัฐมนตรี ..หากเป็นการกระทำผิดร้ายแรงให้ส่งเรื่องให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติพิจารณาดำเนินการ โดยให้ถือเป็นเหตุที่จะถูกถอดถอนจากตำแหน่งตามมาตรา 270

          ในกรณีที่การฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมมีลักษณะร้ายแรงหรือมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าการดำเนินการของผู้รับผิดชอบจะไม่เป็นไปด้วยความเป็นธรรม ผู้ตรวจการแผ่นดินจะไต่สวนและเปิดเผยผลการไต่สวนต่อสาธารณะก็ได้(มาตรา280)

          ต่อมารัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวชได้ออกระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยประมวลจริยธรรมของข้าราชการการเมือง พ.ศ. 2551 ประกาศใช้บังคับเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2551

          ในระเบียบนี้ ให้นายกรัฐมนตรีเป็นผู้รักษาการและมีหน้าที่กำกับดูแลการประพฤติปฏิบัติตนของรัฐมนตรีและข้าราชการการเมืองอื่น ในกรณีที่พบว่ามีการประพฤติปฏิบัติตนที่ไม่ถูกต้องตามระเบียบ ให้นายกรัฐมนตรีดำเนินการ ลงโทษตามความร้ายแรงแห่งการกระทำ

          สำหรับมาตรฐานทางจริยธรรมของข้าราชการการเมืองตามระเบียบนี้มีด้วยกัน 29 ข้อ

          แต่ที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมของน.ส.ยิ่งลักษณ์และรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทยคือ ข้อ 28 ที่ระบุว่า ข้าราชการการเมืองต้องไม่คบหาหรือให้การสนับสนุนแก่ผู้ประพฤติผิด กฎหมายหรือผู้มีความประพฤติหรือมีชื่อในทางเสื่อมเสีย เช่น ผู้เปิดบ่อนการพนันหรือผู้เกี่ยวข้องกับยาเสพติด อันอาจกระทบกระเทือนต่อความเชื่อถือศรัทธาของประชาชนในการปฏิบัติหน้าที่ของตน

          พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นนักโทษหนีคดีอาญาเข้าข่ายผู้ประพฤติผิดกฎหมายตามระเบียบนี้หรือไม่

          น.ส.ยิ่งลักษณ์ในฐานะหัวหน้ารัฐบาล นอกจากไม่ลงโทษผู้ฝ่าฝืนประมวลจริยธรรม แต่ยังกระทำฝ่าฝืนเสียเอง

          ผู้ตรวจการแผ่นดินนอนกลับไม่รู้ นอนคู้ไม่เห็นอยู่ที่ไหน?

 

.......................

(หมายเหตุ : 'หัวหน้ารัฐบาล-นักโทษหนีคดี-ผู้ตรวจการแผ่นดิน' โดย 'ประสงค์ เลิศรัตนวิสุทธิ์' http://www.prasong.com/)