ข่าว

พรบ.กลาโหม'ก้างตำคอ'ฝ่ายการเมือง

พรบ.กลาโหม'ก้างตำคอ'ฝ่ายการเมือง

02 ต.ค. 2554

รายงานพิเศษ : พรบ.กลาโหม 'ก้างตำคอ' ฝ่ายการเมือง โดย ทีมข่าวความมั่นคง

          ในที่สุดการแต่งตั้งบัญชีโยกย้ายนายทหารประจำปี 2554 ก็เป็นไปตามคาด ตามที่มีประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องให้นายทหารรับราชการ โดยมีพระบรมราชการโองการโปรดเกล้าฯ ให้นายทหารรับราชการสนองพระเดชพระคุณ เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2554 จำนวน 584 นาย

          โดย พล.อ.เสถียร เพิ่มทองอินทร์ เป็นปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร เป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุด พล.ร.อ.สุรศักดิ์ หรุ่นเริงรมย์ เป็นผู้บัญชาการทหารเรือ และมี พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ เป็นรองผู้บัญชาการทหารบก

          แม้ว่าการทำบัญชีรายชื่อโยกย้ายนายทหารจะมีความสมบูรณ์เรียบร้อยแล้ว แต่ฝ่ายการเมืองนำโดย นายจตุพร พรหมพันธุ์ และ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และแกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หรือกลุ่มคนเสื้อแดง เตรียมที่จะออกลวดลายอีกครั้ง ด้วยการนำฝูงชนคนเสื้อแดงออกมา “กดดัน” คัดค้านการแต่งตั้งนายทหารที่มีส่วนร่วมในการปราบปรามกลุ่มคนเสื้อแดงในช่วงบ้านเมืองเกิดวิกฤติ

          ขณะที่ นายก่อแก้ว พิกุลทอง ส.ส.พรรคเพื่อไทย และเป็นอีกหนึ่งคนสำคัญของกลุ่มคนเสื้อแดง ที่เตรียมจะเคลื่อนไหวในการ “แก้ไข” พระราชบัญญัติจัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม พ.ศ.2551 ที่ห้ามฝ่ายการเมืองเข้ามา “ล้วงลูก” เหมือนเฉกเช่นในอดีตที่ผ่านมา จึงมีความพยายามเดินหน้าให้นักกฎหมายของพรรคเพื่อไทย “แก้ไข” เพื่อให้อำนาจ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม “มีสิทธิ์-มีเสียง” ในการสรรหาคนมาค้ำบัลลังก์

          การออกมาเคลื่อนไหวเป็นขั้นเป็นตอนแบบนี้ คงไม่ใช่เหนือความคาดหมายของ “รัฐบาล-นปช.” ที่จะต้องเดินเกมในการรักษาบัลลังก์อันนี้ให้อยู่ตลอดรอดฝั่งในการบริหารประเทศ การขยับเพื่อแสดงให้เห็นว่า การเมืองพร้อมเปลี่ยนขั้วอำนาจในกองทัพ โดยพุ่งเป้าไปที่ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก

          มวลชนข่มขู่ ตามด้วยการจ้องจะรื้อกฎหมายเพื่อเปิดทางให้ฝ่ายการเมือง

          แต่การที่จะเข้ามา “แก้ไข” พระราชบัญญัติจัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม พ.ศ.2551 ถือว่าไม่ใช่เรื่องง่าย

          หนึ่งในคณะกรรมการที่ร่วมจัดทำกฎหมายฉบับนี้ กล่าวว่า ประเด็นที่แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงเคลื่อนไหวให้แก้ไขไม่ต้องพูดถึง เพราะชัดเจนว่า อยากเข้ามาจัดการกองทัพให้เป็นไปตามที่ต้องการมากกว่า เนื่องจากยังระแวงว่า กองทัพยังเป็นภัยคุกคามรัฐบาล

          หัวใจของเรื่องนี้อยู่ที่คณะกรรมการสภากลาโหม ที่มีอำนาจในการพิจารณาการปรับย้ายนายทหารชั้นนายพล โดยกฎหมายระบุว่าให้มีคณะกรรมการในการพิจารณา 7 คน ได้แก่ รมว.กลาโหม รมช.กลาโหม ปลัดกระทรวงกลาโหม ผบ.สส. ผบ.ทบ. ผบ.ทร. และ ผบ.ทอ.

          “สิ่งที่ฝ่ายการเมืองออกมาเคลื่อนไหว สาเหตุเป็นเพราะไม่สามารถเข้ามามีสิทธิมีเสียงในการปรับย้ายเด็กของตัวเองได้ เนื่องจาก พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าวมันจะบล็อกในตัวของมันเองทั้งหมด เมื่อกองทัพมีมติออกมาอย่างไรก็จะต้องยึดตามนั้น เพราะฝ่ายข้าราชการประจำถือว่ามีมากกว่าฝ่ายการเมืองหลายเท่า จึงทำให้ฝ่ายการเมืองต้องการเข้ามาแก้ไข โดยให้นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม สามารถเข้ามาแก้ไขจัดทำโผทหารได้ แต่ผมบอกว่ามันไม่ใช่เรื่องง่ายๆ”

          คณะกรรมการคนเดิมบอกว่า รมว.กลาโหม สามารถเสนอใครขึ้นมาดำรงตำแหน่งได้ แต่เมื่อเสนอเข้าไปในบอร์ดตามการพิจารณาของ พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าว จะรับหรือไม่รับก็ขึ้นอยู่กับคณะกรรมการ ทั้งนี้หากมีการแก้ไขตัว พ.ร.บ.ใหญ่เลยก็จะต้องมีการนำเข้าสู่สภา แต่การแก้ไข พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าว จะต้องผ่านที่ประชุมสภากลาโหมก่อน เมื่อสภากลาโหมผ่านความเห็นแล้ว ก็นำเรื่องให้รัฐบาลเพื่อนำสู่การพิจารณาแก้ไขของรัฐสภา

          การแก้ไข พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าว มันไม่ใช่เรื่องง่ายๆ แต่มันยุ่งยากเพราะมีความสลับซับซ้อนมาก พูดง่ายๆ เมื่อนำเรื่องการแก้ไขเข้าสู่สภากลาโหม จะต้องผ่านด่านอรหันต์ที่มีคณะกรรมการของแต่ละเหล่าทัพ เหล่าทัพละ 5 คน รวมถึงผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ 5 คน ราชองครักษ์ 5 คน และ รมว.กลาโหม อีก 1 คน รวม 36 คน

          "ถ้าถามว่าการพิจารณาจะผ่านขั้นตอนของสภากลาโหมได้หรือไม่ ตอบได้คำเดียวว่าคงไม่ผ่าน มันจะผ่านได้อย่างไรในเมื่อคณะกรรมการที่มีการพิจารณา พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าวออกมาก็เพื่อให้ปลอดการเมืองเข้ามาล้วงลูก ดังนั้นการแก้ไขมันไม่ใช่เรื่องง่ายๆ หรือเรื่องหมูๆ”

          คณะกรรมการคนเดิมยังชี้ให้เห็นว่า ข้อบังคับกำหนดว่าให้แต่ละส่วนราชการมีคณะกรรมการในการพิจารณาของคนภายใน รมว.กลาโหม มีสิทธิที่จะเสนอชื่อ แต่ไม่มีสิทธิในการแต่งตั้ง ตรงนี้คือปัญหาสำคัญของการเมือง และการแต่งตั้งโยกย้ายที่ผ่านมาฝ่ายการเมืองไม่สามารถเข้ามายุ่งเกี่ยวได้เลย ผบ.เหล่าทัพได้มีการเสนอชื่อของ พล.อ.เสถียร เพิ่มทองอินทร์ มาเป็นปลัดกระทรวงกลาโหม แต่ รมว.กลาโหม ขอ ผบ.เหล่าทัพ ให้เอา พล.อ.วิทวัส รชตะนันทน์ มาเป็นปลัดกระทรวงกลาโหม

          “รมว.กลาโหมบอกกับ ผบ.เหล่าทัพว่า จะขอใช้คนที่มาทำงานกับ รมว.กลาโหม ไม่ได้หรือ และคนที่เสนอก็เป็นคนที่ทำงานตามสายงานนี้ แม้ว่า ผบ.เหล่าทัพจะเสนอชื่อ พล.อ.เสถียรมาก็ตาม แต่อยากให้คนที่ทำงานสายงานนี้ จนกระทั่ง ผบ.เหล่าทัพยินยอมให้ พล.อ.วิทวัสมาเป็นปลัดกระทรวงกลาโหม แต่เมื่อนำบัญชีรายชื่อขึ้นไปสู่ฝ่ายการเมือง ต้องการเป็น พล.อ.เสถียร จึงได้กลับมาให้ รมว.กลาโหมแก้ใหม่ ก็เลยทำให้กลายเป็นว่า ผบ.เหล่าทัพ เห็นตรงกับฝ่ายการเมือง ชื่อจึงกลับมาเป็น พล.อ.เสถียร อีกครั้ง”

          นี่เป็นเพียงก้าวแรกที่ฝ่ายการเมืองและกลุ่มคนเสื้อแดงต้องการที่จะเข้ามาเปลี่ยนถ่ายอำนาจของ “กองทัพ” โดยเฉพาะ ผบ.เหล่าทัพ ช็อตต่อไปคงหนีไม่พ้น พล.อ.ประยุทธ์ ด้วยข้อหา “91 ศพ” จะกลายเป็นข้ออ้าง เป็นเงื่อนไข

          ถึงแม้จะปลดไม่ได้แต่ก็เท่ากับล็อกเอาไว้ไม่ให้แผ่รังสีคุกคาม !