ข่าว

'ไพร์ด'วุฒิศักดิ์ปักใจให้'โมเดลรถ'

'ไพร์ด'วุฒิศักดิ์ปักใจให้'โมเดลรถ'

02 ต.ค. 2554

ขอเวลานอก : 'ไพร์ด' วุฒิศักดิ์ ปักใจให้ 'โมเดลรถ' : เรื่อง กอบแก้ว แผนสท้าน , ภาพ สุกล เกิดในมงคง

          ทั้งที่เพิ่งก้าวเข้าสู่วัยเพียง 30 ปี ทั้งที่เกิดมาบนกองเงินกองทองของ "คุณพ่อ" อนุศักดิ์  และ "คุณแม่" ลาวัลย์ อินทรภูวศักดิ์ เจ้าของกิจการนำเข้าและจำหน่ายซูเปอร์คาร์นามว่า  "ปอร์เช่"  ทว่า "ไพร์ด" วุฒิศักดิ์ อินทรภูวศักดิ์  ก็ใช่หนุ่มน้อยทำตัวเป็นชายตัวลอยไปลอยมา ให้เป็นที่ครหาของชาวบ้าน เพราะนอกจากจะตอบแทนบุญคุณบุพการีด้วยการร่ำเรียนวิชาจนจบจากเมืองนอกเมืองนาแล้วก็รีบๆ กลับมาช่วยงานครอบครัวที่บริษัท เอเอเอส ออโต้เซอร์วิส จำกัด

          ในฐานะกรรมการผู้จัดการ  ควบคู่กับการเติมเต็มความฝันของตัวเองกับงานบริหารแหล่งนัดพบแห่งใหม่บนถนนพระราม 3  "อินท์-อินเตอร์เซ็คต์" ซึ่งเจ้าตัวทุ่มหมดหน้าตักทั้งแรงกายแรงใจและมันสมอง กระนั้น ยังไง้ ยังไง "หนุ่มไพรด์" ก็ขอเจียดเวลามาอยู่ในโลกส่วนตัวที่ชื่นชอบ นั่นคือการหยิบๆ จับๆ  "โมเดลรถปอร์เช่"

          ทายาทคนสุดท้องในจำนวนพี่น้องผู้ชายล้วน 2 คน เล่าถึงแรงบันดาลใจในการสะสมโมเดลรถปอร์เช่ ว่าเกิดจากความชอบและความผูกพันล้วนๆ โดยเจ้าของโมเดลรถหลากขนาด เล่าว่า

          "เป็นเรื่องปกติของเด็กผู้ชายทั่วๆ ไป ที่จะชอบหรือสนใจเรื่องรถ ส่วนหนึ่งก็เป็นความผูกพันที่ผมได้เห็นได้สัมผัสกับรถยี่ห้อนี้มานาน เพราะเป็นธุรกิจของครอบครัว และยิ่งพอได้มาสัมผัสในหน้าที่การงานก็ยิ่งรู้สึกอินยิ่งขึ้น แต่ก็ใช่ว่าจะสะสมแค่เฉพาะโมเดลรถเพียงอย่างเดียว แต่เป็นทุกสิ่งทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับยี่ห้อปอร์เช่ มีทั้งแอคเซสเซอรี่ อีกมากมายไม่ว่าจะเป็น เสื้อผ้า ของใช้ เครื่องประดับต่างๆ ฟุตบอล เก้าอี้ เป็น เรียกว่าเป็นไดรฟเวอร์ ซีเลกชั่น ก็ว่าได้

          " หนุ่มไพรด์ เล่าย้อนถึงปฐมเหตุแห่งงานอดิเรกของตัวเองพร้อมกับบอกอีกว่า อันที่จริงเขาเริ่มสะสมมาตั้งแต่สมัยเรียนแต่ไม่จริงจังอะไรมากนัก ประกอบกับตัวเองต้องไปเรียนต่อต่างประเทศก็เป็นจังหวะที่มีหลานอยู่ที่บ้านก็ถูกหยิบเล่นทำให้เกิดความเสียหายไปบ้าง จนเมื่อ 3-4 ปีที่ผ่านก็เพิ่งจะมากลับสะสมใหม่

          ขณะบรรจงหยิบๆ จับๆ โมเดลรถกว่า 20 คันในจำนวนที่มีมากกว่าหลักร้อยไล่เรียงตั้งแต่คันเล็กสุดไปจนถึงคันที่ใช้ได้จริงๆ ออกมาโชว์โฉม นักบริหารหนุ่มไม่วายอวดสรรพคุณถึงเสน่ห์ของงานอดิเรกที่เจ้าตัวบอกว่านอกจากความสุขเล็กๆ น้อยๆ ทางใจที่มาพร้อมการเรียนรู้เรื่องพัฒนาการของรถในอดีตและปัจจุบัน ซึ่งสามารถนำมาเชื่อมโยงกับงานประจำได้

          "นอกเหนือจากความสุขทางใจที่ได้นั่งมอง ได้หยิบจับ การได้คลุกคลีอยู่กับโมเดลหรือของสะสมเหล่านี้ ผมว่าเหมือนได้เห็นไอเดียของบริษัทแม่ ขณะเดียวกันก็ได้เห็นโปรดักซ์ไลน์หรือจะพูดง่ายๆ ก็คงเป็นเรื่องได้เห็นประวัติศาสตร์ชัดเจนยิ่งขึ้น หากเปรียบเทียบก็คงเหมือนเห็นการพัฒนาการหรือการเจริญโตของรถปอร์เช่นั่นเอง ผมมองว่าโปรดักส์ที่ผลิตออกมาใหม่ๆ ค่อนข้างจะแตกต่างกันไปเลย คือฟิวเจอร์ไปเลย คลาสสิกคือคลาสสิกไปเลย มีอย่างหนึ่งที่ผมชอบมาก คือ การนำเอารูปแบบเก่าแล้วก็มาผสมผสานกับเทคโนโลยีใหม่ เรียกว่านำทุกอย่างมาใส่ไว้ในหนึ่งชิ้น นับเป็นความลงตัวที่เอาความคลาสิกมาบวกกับเทคโนโลยีนั่นเอง" หนุ่มผู้รักงานดีไซน์ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่างานบริหารบรรยายอย่างผู้ที่ศึกษามาแบบลึกซึ้ง

          คุยๆ กันไป อดถามถึงชิ้นไหนประทับใจสุด หรือชิ้นที่หายากสุดไม่ได้ ซึ่งนักบริหารดีกรีกราฟฟิกดีไซน์จากประเทศสหรัฐอเมริกา เผยว่าสำหรับชิ้นที่หายากมากๆ คงไม่ถึงขนาดนั้น เพราะถ้าอะไรที่ยากมากๆ หรือเกินกำลังก็ไม่ดิ้นรน สรุปว่าเก็บเท่าที่เก็บได้ ไม่กระวนกระวาย ส่วนชิ้นประทับใจยกให้ ปอร์เช่ 911 สปีดเตอร์ส์ เอดิชั่นสีขาว ขนาด 1 ต่อ 43

          "ผมประทับใจชิ้นนี้พิเศษเพราะเป็นของขวัญที่ได้รับจาก คุณวุฒิกร อินทรภูวศักดิ์ พี่ชายของผมเอง และที่พิเศษยิ่งกว่าคือโดยปกติมาเก็ตติ้งของบริษัทแม่เขาจะโปรโมทเฉพาะสีฟ้าหรือสีน้ำเงินซึ่งเป็นรุ่นเก่าของสปีดเตอร์จริงๆ เท่านั้น แต่ครั้งนี้มีสีขาวมาด้วย ส่วนถ้าถามว่าชอบขนาดไหนมากที่สุด ผมชอบขนาด 1 : 1 เพราะขับได้จริงๆ (5555) และในเมื่อไม่สามารถหาของจริงได้ครบหมดทุกคันก็ต้องหาทางออกด้วยการสะสมโมเดลรถมาทดแทน เช่น ขนาด 1:1 ซึ่งผมมีอยู่ 5 คัน และหนึ่งในนั้นก็มี 911 สปีดเตอร์ส์ เอดิชั่นสีขาว ที่เพิ่งจะได้มารวมอยู่ด้วย

          นอกนั้นก็เป็นขนาดต่างๆ อาทิ 1:3, 1:4 เรื่อยไปจนถึง 1:43"  ผู้บริหารไลฟ์สไตล์ มอลล์ แห่งแรกในย่านพระราม 3 หมาดๆ กล่าวทิ้งท้ายพร้อมกับชี้ชวนให้เพื่อนร่วมวงสนทนาให้ดูความเซ็กซี่ของรถแต่ละรุ่นด้วยสายตาหลงใหล