
นัดแรกรายการนายกฯแจงแก้น้ำท่วม
นายกรัฐมนตรี ประเดิมจัดรายการ 'รัฐบาลยิ่งลักษณ์พบประชาชน' นัดแรก แจงนโยบายรัฐ ลั่น เร่งแก้ปัญหาน้ำท่วม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 08.30 น. วันที่ 1 ต.ค.54 น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้ดำเนินการจัดรายการ "รัฐบาลยิ่งลักษณ์พบประชาชน" เป็นครั้งแรก ที่ทำเนียบรัฐบาล ผ่านทางสถานีวิทยุกระจายเสียง เครือข่ายกรมประชาสัมพันธ์
ทั้งนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้ขอบคุณเจ้าหน้าที่และทุกฝ่าย ที่ช่วยกันทำงานมาโดยตลอด รวมถึงชี้แจงว่า ภารกิจสำคัญของรัฐบาลคือ การจัดงานเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาส เฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ วันที่ 5 ธันวาคมนี้
สำหรับเนื้อหาในรายการตลอดช่วงเวลาประมาณ 30 นาที น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้ชี้แจงถึงการทำงานของรัฐบาลในหลายส่วน โดยเฉพาะเรื่องของการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม ที่ประชาชนประสบภัยเป็นวงกว้างในหลายจังหวัดและเป็นเวลานาน
น.ส.ยิ่งลักษณ์ ระบุว่า รัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจ และพยายามแก้ปัญหาต่าง ๆ ให้กับพี่น้องประชาชนอย่างเต็มที่ ด้วยการตั้ง ศอส. ในการเป็นเจ้าภาพ ขับเคลื่อนขั้นตอนกระบวนการต่าง ๆ ในการแก้ปัญหาให้กับประชาชน ทั้งนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ยังได้เล่าถึงการได้เข้าเฝ้าฯพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และได้รับคำแนะนำในการแก้ปัญหาน้ำท่วม มาช่วยเหลือผู้ประสบภัยด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เนื้อหาในรายการ "รัฐบาลยิ่งลักษณ์พบประชาชน" โดยส่วนใหญ่เป็นการชี้แจงและยืนยันถึงนโยบายของรัฐบาล ที่กำลังดำเนินการอยู่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องรถคันแรก บ้านหลังแรก การลดราคาน้ำมันที่เป็นมาตรการช่วยเหลือระยะสั้น โดยยืนยันว่า จะสนับสนุนพลังงานทดแทนอยู่ นอกจากนี้ ยังมีการชี้แจงในเรื่องของค่าแรง 300 บาท และปริญญาตรี 15.000 บาทด้วย
"ปู" ประเดิมจ้อรายการ "รัฐบาลยิ่งลักษณ์พบประชาชน" ยันไม่นิ่งนอนใจ
น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้ประเดิมจัดรายการ "รัฐบาลยิ่งลักษณ์พบประชาชน" ครั้งแรก ผ่านทางเครือข่ายของวิทยุกรมประชาสัมพันธ์ ถึงสถานการณ์น้ำท่วมในหลายจังหวัด ว่า ได้สั่งการให้ รมต.ไปค้างคืนในจังหวัดที่ประสบอุทกภัย และหลังจากที่รัฐบาลแถลงผลงานต่อรัฐสภาถือว่าเดือนกว่าแล้ว และขอเล่าว่า เมื่อว่าวันที่ 30 ก.ย. ถือเป็นวันเกษียณอายุราชการ 60 ปี สิ่งที่ได้ทำประสบการณ์ที่มีจะนำไปใช้ประโยชน์ทางสังคมในด้านต่างๆ ขอขอบคุณข้าราชการที่ได้รับใช้ทำงานเพื่อประเทศชาติ
เรื่องแรกที่อยากจะขอคุยคือ การเริ่มงานที่สำคัญของรัฐบาลในการจัดงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 84 พรรษา ในวันที่ 5 ธันวาคม โดยรัฐบาลได้ตั้งคณะกรรมจัดงานขึ้น มีตนเป็นประธาน พร้อมทั้งอนุกรรมการอีก 11 คณะ โดยได้ประชุมไปเรียบร้อยแล้ว ในโอกาสมหามงคลนี้ รัฐบาลได้รับพระบรมราชนุญาตจัดพระราชพิธีพระราชกุศล และขบวนพยุหยาตราทางชลมารค และในวันที่ 18 พ.ย.ตนจะตรวจเยี่ยมการซ้อมใหญ่ และหลังจากพิธีการต่างๆ แล้วตนจะมาเล่าให้ฟัง
ส่วนสถานการณ์น้ำท่วมต่างๆ นั้ง ตั้งแต่พายุโซนร้อนนกเต็น และเนสาด ยอมรับว่าน้ำเยอะจริงๆ แม้ทุกท่านจะบริหารจัดการน้ำ แต่จัดการที่หนึ่งก็กระทบอีกที่หนึ่ง รัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจได้เร่งรัดแก้ปัญหา เสร็จจากนี้ตนจะไปประชุมและช่วยเร่งหาทางออก ทั้งนี้ได้มีการตั้งคณะกรรม ศอส. ขึ้นมา โดยศูนย์นี้จะทำงานร่วมกับผู้ว่าฯทุกจังหวัด และทุกกระทรวง เป็นวอร์รูม 24 ชม. เป็นการจัดหาผู้รับผิดชอบตั้งแต่การเตรียมพร้อมรับสถานการณ์อุทกภัย รวมถึงเรื่องชดเชยเยียวยา ฟื้นฟูหลังน้ำลดว่าจะทำอย่างไร วันนี้เราระดมสรรพกำลังทุกหน่วย และได้เร่งรัดอนุมัติงบต่างๆ โดยอนุมัติให้ผู้ว่าฯถึง 100 ล้าน และครม.ยังได้อนุมัติช่วยเหลือผู้ประสบภัยเบื้องต้นครัวเรือนละ 5,000 บาท และเกษตรกร 2,220 บาทต่อไร่ ซึ่ง 70 % ได้รับเงินไปเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ในการประชุม ครม.เมื่อวันอังคารที่ผ่านมายังเห็นชอบให้ชดเชยเกษตรกรเพิ่มเติมอีกนอกเหนือจาก 2,200 บาท
นอกจากนี้ ยังสั่งการให้กระทรวงศึกษาธิการไปดูแลนักเรียน และขออาสาสมัครครูมาช่วยสอนนักเรียนไม่เช่นนั้นจะเสียเวลาเป็นเดือนๆ และยังได้สั่งการให้กระทรวงแรงงาน และกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) จัดหาอาชีพให้กับพี่น้องประชาชนเพื่อมีรายได้ โดยกระทรวงแรงงาน และพม. จะลงพื้นที่เน้นการสร้างงานแรงานในท้องถิ่น ทั้งนี้ ยังมีการรับเงินบริจาคจากการช่วยน้ำท่วม ยอดเงินบริจาค 363 ล้านบาท และยังได้รับบริจาคมาต่อเนื่องโดยจะใช้เงินบริจาคทุกบาททุกสตางค์อย่างมีประสิทธิภาค และจากที่ตนได้ลงพื้นที่เห็นธารน้ำใจหลั่งไหลมา เห็นความสามัคคีเกิดขึ้น
สำหรับการดูแลจัดงานศพผู้เสียชีวิตจากการประสบภัยนั้น จะมีเงินให้ 2 หมื่นบาท โดยจะเพิ่มเติมให้อีก 5 หมื่นบาท ส่วนผู้ที่บ้านเสียหายทั้งหลังจะให้ 1 หมื่นบาทแต่คงยังไม่พอจะเพิ่มให้ 2.4 แสนบาท รวมถึงจัดเรือท้องแบนลงไปช่วยผู้ประสบอุทกภัย และวันพรุ่งนี้ตนจะลงไปดูที่บางโฉมศรีว่าทำอย่างไรที่จะชะลอน้ำ เพราะน้ำทะลักเข้าพี่น้องลพบรุี และยังได้สั่งการให้ผู้ว่าฯ ดูในส่วนการขุดลอกคูคลองร่วมกับทหารด้วย
วันนี้เราแก้ปัญหาเร่งด่วนแต่ต้องไม่ลืมดูแลปัญหาระยะกลาง และยาว เพราะปัญหานำท่วมเป็นปัญหาภูมิประเทศโดยรวมจึงต้องจัดการบริหารน้ำทั้งประเทศ โดยมีการตั้งคณะกรรมการแก้ไขปัญหาอุทกภัย ดินโคลนถล่ม และภัยแล้ง มีนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย เป็นประธาน ซึ่งคณะกรรมการชุดนี้มีการเชิญผู้ทรงวุฒิด้านน้ำจะดูตั้งแต่การบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ ระบบการเตือนภัย ระบบการชะลอน้ำตามแนวพระราชดำริ รวมถึงการปลูกหญ้าแพรก การทำแก้มลิง โดยรัฐบาลจะนำแนวคิด 25 ลุ่มน้ำ โครงการตามแนวพระราชดำริ และผู้ว่าฯ มาเขียนเป็นมาสเตอร์แพลน อย่างไรก็ตามเพื่อให้แน่ใจว่าการดูแลพี่น้องประชาชนทั่วถึงจริงๆ ได้เปิดสายด่วน 1784 เพื่อจะรับข้อมูลข่าวสารจากพี่น้องประชาชนที่ และได้สั่งการย้ำผู้ว่าฯ ให้ลงพื้นที่ดูแลประชาชน
สำหรับเรื่องเศรษฐกิจนั้น โลกเรามีการเปลี่ยนถ่าย โดยเปลี่ยนแปลงฐานรากจากสหรัฐฯ ความไม่นอนของยุโรป มาที่ประเทศจีน หรือประเทศของเรา เนื่องมาจากวิกฤติทางการคลัง แต่อยางไรก็ตามทางด้านเยอรมันก็ให้ความช่วยเหลือ เชื่อว่าสถานการณ์ต่างๆจะเบาบางลง ส่วนประเทศไทยรายได้ส่วนใหญ่ยังมาจากการส่งออกซึ่งจะหวังการส่งออกเพียงอย่างเดียวคงไม่พอ ซึ่งนโยบายที่รัฐบาลได้แถลงต่อสภา คืออยากจะสร้างเศรษฐกิจในประเทศให้เข้มแข็งโดยเพิ่มรายได้ภาคครัวเรือน กระตุ้นเศรษฐกิจและรักษาวินัยการเงินการคลังประเทศ
นายกฯ กล่าวอีกว่า นโยบายที่เริ่มแล้วคือ นโยบายด้านเกษตรกร ที่จะเริ่มขึ้นในวันที่ 7 ต.ค.จะมีการเปิดรับจำนำข้าวนาปี เพื่อให้เกษตรกรได้รับประโยชน์จริงโดยไม่ผ่านคนกลาง ราคาที่รัฐบาลให้หากขายที่อื่นได้สูงกว่าก็เป็นทางเลือกของประชาชน ส่วนพี่น้องผู้ใช้แรงงานรัฐบาลก็กำลังดำเนินการเรื่องค่าแรง 300 บาท เพื่อให้พี่น้องมีเงินในกระเป๋า ซึ่งจะเป็นการทำงานในลักษณะไตรภาคี นอกเหนือจากนี้ต้องแก้ปัญหาท้องถิ่นโดยดูแลนโยบายเพิ่มเงินกองทุนหมู่บ้าน ทั้ง 8 หมื่นแห่งรวมทั้งเพิ่มเงินในโครงการเอสเอ็มแอล ซึ่งทั้งสองโครงการจะดำเนินการหลังน้ำลด
โครงการให้กับผู้เริ่มตั้งตัว การเพิ่มเงินเดือนให้กับปริญญาตรี 1.5 หมื่นบาท ซึ่งครม.ได้เห็นชอบแล้วจะเริ่มวันที่ 1 ม.ค. 55 โดยให้กระทรวงการคลังไปหารือกับ กพ. เพื่อปรับเงินเดือนข้าราชการทั้งระบบ โครงการบ้านหลังแรก และโครงการรถยนต์คันแรก ไม่เกิน 1500 ซีซี เป็นรถประกอบภายในประเทศ ส่วนการลดราคาน้ำมันที่ได้ประกาศไปแล้วคือชะลอการเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันซึ่งเป็นมาตรการชั่วคราว ซึ่งทุกมาตรการเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างครบวงจร ส่วนภาครัฐก็จะได้ในรูปการเก็บภาษีเข้ามา ประชาชนที่เข้าสู่โครงสร้างภาษีก็จะได้รับคืนภาษีโดยไม่ผ่านผู้ประกอบการ
นายกฯ กล่าวต่อไปว่า รัฐบาลยังได้สนับสนุนข้อเสนอแนะในการสร้างความปรองดองของ คอป. ที่ได้เสนอแนวทางในการชดเชยเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจาก 4 แนวทางโดยขอให้ผู้เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งใช้ความระมัดระวังเพื่อไม่กระทบกับการปรองดองทั้งประเทศ และได้มีการตั้งคณะกรรมการอีก 2 ชุดคือ คณะกรรมการประสานและติดตามผล มีนายยงยุทธ เป็นประธาน และคณะกรรมการอิสระว่าด้วยหลักนิติธรรมแห่งชาติ (คอนธ.) มีนายอุกฤษ มงคลนาวิน เป็นประธาน ซึ่งทั้งสองชุดจะรายงานความคืบหน้าให้รัฐบาลทราบทุกๆ 2 เดือน
สำหรับปัญหายาเสพติดนั้น รัฐบาลถือเป็นวาระเร่งด่วนที่ต้องเร่งทำ และเป็นการรับสนองพระราชดำรัสของสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ที่ชี้ให้เห็นภัยอันตรายของยาเสพติด โดยรัฐบาลตั้งเป้าว่าจะบรรเทาทุเลาใน 1 ปี โดยบูรณาการทุกหน่วยงาน รวมถึงกองทัพที่จัดสถานที่บำบัดภายใต้ รร.ภิวัฒน์พลเรือง และถือว่าเป็นการเอ็กซเรย์ทุกพื้นที่ ล่าสุดมีการเผายาเสพติด มูลค่า 2,555 ล้านบาท
สำหรับปัญหาภาคใต้ ได้มีการประชุมร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงในวันที่ 22 ก.ย. โดยมอบหมายให้กอ.รมน.ยกร่างการทำงานใช้ชื่อว่าศูนย์อำนวยการบริหารการทำงานชายแดนภาคใต้ มี พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ รองนายกฯ เป็นประธานทำงานร่วมกับ รมว.กลาโหม ละมอบหมายให้แม่ทัพภาค 4 บูรณาการทั้ง 4 ส่วนโดยใช้หลักบูรณาการ และหลักการพัฒนา เข้าใจเข้าถึง และเร่งฟื้นฟู นอกจากนี้ ตนได้ไปเยือนประเทศเพื่อนบ้านทั้ง อินโดนีเซีย กัมพูชา ลาว และบูรไน บรรยากาศเป็นไปด้วยดี และสัปดาห์ต่อไปจะมี รมต.และตนจะมาผลัดเปลี่ยนกันจัดรายการ
อย่างไรก็ตาม ในช่วงท้ายรายการ นายกฯได้กล่าวขอบคุณกำลังใจและแรงกายแรงใจที่ช่วยแก้ปัญหาน้ำท่วม และขอแสดงความจริงใจและขอบคุณพี่น้องประชาชน



