
เจ้าคณะโยนกลองจับสึก'พระเกษม'
เจ้าคณะจังหวัดอุดรธานีฝ่ายธรรมยุต ยันยังไม่มีหนังสือจากเจ้าคณะภาค 8 จัดการกับ "พระเกษม" ชี้หากมีหนังสือส่งมาก็จะดำเนินการทันที ขณะที่พระเกษมท้าเจ้าคณะจังหวัดประชุมลงโทษผ่านวิดิโอคอนเฟอเรนส์
เมื่อเวลา 15.40 น. วันที่ 30 กันยายน จากการที่คณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาพระสงฆ์ในพื้นที่ป่าไม้จังหวัดเพชรบูรณ์ ได้ร่วมประชุมพิจารณากรณีที่พระเกษม อาจิณฺณสีโล ประธานที่พักสงฆ์ป่าสามแยก ต.วังกวาง อ. น้ำหนาว จ. เพชรบูรณ์ แสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสม ทุกฝ่ายมีมติเป็นเอกฉันท์ให้เข้าดำเนินการจับกุมและยกเลิกโครงการพุทธอุทยานสำนักสงฆ์ป่าสามแยกทันที โดยพระธรรมเจติยาจารย์ วัดพระศรีมหาธาตุ เจ้าคณะภาค 8 ธรรมยุต ที่ดูแลพื้นที่ จ.อุดรธานี ได้สรุปมูลความผิด ตามขั้นตอน และจะแจ้งไปยังพระราชวราลังการ เจ้าคณะจังหวัดอุดรธานี ฝ่ายธรรมยุต วัดโพธิสมภรณ์ พระอารามหลวง เทศบาลนครอุดรธานี ให้ดำเนินการ แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีหน่วยงานใดเข้าไปดำเนินการนั้น
พระราชวราลังการ กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีหนังสือจากทางเจ้าคณะจังหวัดเพชรบูรณ์ จึงไม่สามารถให้ข้อมูลใด ๆ ได้ แต่หากมีหนังสือส่งมาก็จะดำเนินการทันที ซึ่งทั้งหมดคงต้องรอดูว่าเอกสารหลักฐานที่ส่งมาจะว่าอย่างไร
“ความจริงพระเกษมบวชที่จังหวัดอุดรธานีเมื่อนานมาแล้ว และหลังจากบวชแล้ว ก็ไม่เคยอยู่ใน จ.อุดรธานี ครั้งสุดท้ายทราบข่าวในวันจัดงานศพของพระอุปัชฌาย์ของพระเกษม ส่วนเรื่องของคลิปนั้นอาตมาไม่เคยดู แต่ทราบจากที่ลูกศิษย์ลูกหามาเล่าให้ฟัง และก็มีความคิดเห็นเช่นเดียวกับคนอื่น ๆ ว่า เป็นการประพฤติตนที่ไม่เหมาะสม” พระราชวราลังการกล่าวและว่า
ความจริงกรณีดังกล่าวทางเจ้าคณะจังหวัดเพชรบูรณ์สามารถดำเนินการได้เลย เพราะว่าที่ จ.เพชรบูรณ์ และ อุดรธานี ก็ถือพระไตรปิฎกเล่มเดียวกัน อย่างไรก็ตามหากมีหนังสือมา ก็พร้อมจะดำเนินการตามเนื้อผ้า ตามหลักฐานเอกสารที่ส่งมา
พระเกษมท้าเจ้าคณะประชุมลงโทษผ่านวิดีโอคอนเฟอร์เรนส์
ขณะที่พระเกษม กล่าวโต้ตอบผ่านคลิปวิดิโอที่เผยแพร่ลงในเว็บไซต์ยูทูป โดยชี้แจงกรณีที่ถูกพระเถระหลายรูป และผอ.พศ.แห่งชาติพาดพิง และให้เร่งจัดการ กลัวเสื่อมเสียต่อสังคมพระกรรมฐานว่า อาตมาเครียดกับกรณีพระเฉลิม ธัมมชโล เจ้าอาวาสวัดแปกและอดีตเจ้าสำนักสงฆ์ป่าสามแยกที่ให้ข่าวว่าอาตมาขออยู่ที่สำนักสงฆ์แห่งนี้ ทั้งที่จริงแล้วพระเฉลิมขอร้องให้อยู่ที่สำนักสงฆ์เอง
พระเกษมบอกว่าเมื่อปี 2552 คิดจะไปอยู่ที่วัดอื่นแล้ว แต่ผู้อำนวยการป่าไม้จังหวัดพิษณุโลกคนหนึ่งในสมัยนั้นขอร้องไว้ไม่ให้ไปอยู่ที่อื่น ส่วนหลวงปู่พิมพา จาคจิตโต วัดป่าดงคล้อ ที่ไม่กล้านำหนังสือตักเตือนมาแจ้งโดยโต้แย้งว่า เพราะพูดขัดพระวินัย อยู่ใกล้กันแค่นี้ อย่าคิดว่าไม่รู้
นอกจากนี้พระเกษม ยังมีการเผยแพร่คลิปวิดิโอชี้แจงในหลายประเด็น โดยโต้แย้งทีมข่าว 3 มิติที่ระบุถึงการไม่ลงอุโบสถสวดปาติโมกท์ และโต้ตอบพระอาจารย์สุลาน ปภัสโส ที่ระบุผ่านสื่อว่าทำให้เสื่อมเสียวงการกรรมฐานว่า ในยุคหลวงปู่มั่น หลวงปู่เสาร์ ที่นิพพานไปแล้วนั้น มีการประพฤติอย่างที่พ่อแม่ครูอาจารย์ปฏิบัติต่อกันมาหรือไม่ ซึ่งพระสุลานทราบดีและคงได้เข้าประชุมในการตัดพระเกษมออกจากสังคมกรรมฐานแล้ว ทำอย่างนี้ทำไมเสียวงกรรมฐาน
นอกจากนี้พระเกษมยังโต้ตอบพระมหาพงษ์สรินทร์ ฐิตวังโส วัดสุทัศน์ ที่ระบุเรื่องอยากดังเพื่อเผยแพร่แนวคิดว่า ถือโอกาสสร้างความโด่งดัง เพื่อเผยแพร่คำสอนของพระพุทธเจ้า จะมาแพร่แนวคิดอะไรไม่ใช่ศาสดา และโต้ตอบนายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ ผอ.สำนักพุทธศาสนาแห่งชาติเรื่องจับสึกโดยยกกรณีพระกินอาหารเย็นด้วยว่า กินอาหารเย็นต้องอาบัติปาจิตตีย์ แค่ไปแสดงอาบัติยอมจำนนอย่าทำอีกก็ไม่ต้องอาบัติต่อไป แต่พระที่มีเงินฝากหนักกว่ากันเป็นนิสสัคคียะโทษหนัก ต้องเสียสละสิ่งของที่รับมาผิดอย่างถาวรก่อนจึงแสดงอาบัติตก หากนายนพรัตน์จะจับสึกก็ต้องสึกหมด
ส่วนเจ้าคณะจังหวัดเพชรบูรณ์ติดกิจนิมนต์จึงหารือมาตรการลงโทษไม่ได้ พระเกษมชี้แนะว่าให้ติดต่อไปที่เจ้าคณะทุกภาคให้ประชุมร่วมกัน แล้วนัดตนเองไปให้การผ่านกล้องคอนฟอเร้นซ์เพราะรู้ว่าไม่อยากประชันหน้า ขณะเดียวกันยังโต้ตอบพระพยอม กัลยาโณ หรือพระราชธรรมนิเทศ เจ้าอาวาสวัดสวนแก้ว จ.นนทบุรี ที่ออกรายการบอกเล่าเก้าสิบ พร้อมถามโต้กลับว่า เมื่อไหร่วัดสวนแก้วจะเลิกนำสิ่งของมาประกอบขึ้นใหม่แล้วขายสักที การที่พระทำการค้าขายต้องอาบัตินิสัคคียปาจิตตีย์ อยู่ในพระไตรปิฎกเล่ม 3 หน้า 959
พระพยอมโต้กลับพระเกษม
ขณะที่พระพยอม เปิดเผยกับ "เดอะเนชั่น" ตอบโต้พระเกษมว่า อาตมาต้องการให้ทุกคนมีอาชีพ บอกช่องทางให้เขาทำมาหากินเป็น เมื่อเขามีอาชีพแล้ว จะได้ไม่ไปปล้นฆ่าลักเล็กขโมยน้อยใคร
"ที่ผ่านมาไม่มีภาพอาตมาไปจับค้อน จับเลื่อย ตอกตะปู หรือเลื่อยไม้ เพียงแต่เราสั่งสอนเขาให้รู้จักทำมาหากิน ต่างจากพระเกษม ที่มีภาพเผยแพร่ทางยูทูปไปทั่วโลก ที่อาตมาพูดนั้น คืออยากให้พระทุกรูปมีกิริยา มารยาท หรือมีกิจวัตรสำรวมเป็นที่น่าเลื่อมใส พฤติกรรมที่แสดงออกมาต่างๆ นั้นให้เหมาะสมกับสมณะสารูป " พระพยอม กล่าวและว่า ช่วงนี้อาตมาเข้าใจว่าท่านคงอยู่ในสภาวะอึดอัด โดนหลายทาง จึงออกมาฟาดงวงฟาดงา ถือว่าพฤติกรรมที่ผ่านมานั้นไม่เหมาะสม เรื่องนี้พระพุทธเจ้า ท่านมีพุทธบัญญัติเตือนพระให้สำรวม กาย วาจา ใจ ที่เรียกว่า "เสคียวัตร" เมื่อพระเข้าไปอยู่ในหมู่บ้านแล้วต้องไม่โหวกเวกโวยวาย ต้องอยู่ในอาการสำรวม ไม่เช่นนั้นแล้วชาวโลกเขาจะติเตียน
พระราชธรรมนิเทศ กล่าวต่อไปว่า กรณีพระเกษม ท่านใช้เทคโนโลยีออกยูทูปเผยแพร่ไปทั่วโลก เหมือนกับท่านเข้าไปอยู่ในหมู่บ้าน แล้วแสดงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมออกมา ถือว่าเป็นอาบัติทุกข์กฎ คืออาบัติชั่วหยาบ เป็นอาบัติข้อท้ายๆ ไม่ร้ายแรงถึงขั้นจะต้องจับสึก แต่ทางโลกเขาติเตียน ท่านพุทธทาส เคยเทศน์เตือนไว้แล้วว่า " วิวัฒนาการทางเทคโนโลยีจะทำให้เกิดวินาศนาการทางศีลธรรม" แล้วก็เกิดขึ้นจริงๆ กรณีพระเกษม
ส่วนกรณีที่มีคนมาบริจาคเงิน หรือใส่บาตรเป็นเงินนั้น อาตมาก็รับลูกศิษย์ก็รับ แต่เรานำมาร่วมกันทำสาธารณประโยชน์ให้กับสังคม ไม่เคยเก็บไว้ใช้เป็นการส่วนตัว ไม่ทราบว่าพระเกษมไม่รับเงินแล้วนำทุนที่ไหนไปสร้างเสนาสนะ ขอให้ท่านตั้งสติใหม่ เพราะอาตมาทราบว่าท่านก็เป็นพระที่ไม่ปลุกเสกวัตถุมงคล เป็นพระที่มีส่วนดีรูปหนึ่ง เป็นพระที่เผยแผ่ศาสนา อยากให้สำรวมกาย วาจา ใจมากว่านี้ แต่กรณีนี้ท่านเลยเถิดไปแล้ว



