ข่าว

ศูนย์ประชุมฯภูเก็ต...ในรอยต่อของการเปลี่ยนแปลง

ศูนย์ประชุมฯภูเก็ต...ในรอยต่อของการเปลี่ยนแปลง

01 ต.ค. 2554

ศูนย์ประชุมฯภูเก็ต... ในรอยต่อของการเปลี่ยนแปลง โดย...สาลินี ปราบ - ยงยศ พฤกษารักษ์

        หลังจากรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อนุมัติให้ดำเนินการก่อสร้างศูนย์ประชุมและแสดงนิทรรศการนานาชาติภูเก็ต บริเวณที่ราชพัสดุแปลง ภก 153 บ้านท่าฉัตรไชย ต.ไม้ขาว อ.ถลาง จ.ภูเก็ต เนื้อที่ 150 ไร่ โดยมีการอนุมัติงบประมาณภายใต้แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็งระยะที่ 2 จำนวน 2,600 ล้านบาท ซึ่งโครงการนี้มีกรมธนารักษ์เป็นผู้บริหารในฐานะเจ้าของพื้นที่ ไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าโครงการดังกล่าวมีผลต่อการกระตุ้นให้เกิดบรรยากาศในเชิงกิจกรรมทางเศรษฐกิจนับจากนี้ไป

        ด้วยเหตุที่ว่าโครงการนี้มีการผลักดันกันมานานกว่า 10 ปี ก้าวสำคัญของโครงการนี้อยู่ที่ ปี 2553-2554 ที่กรมธนารักษ์ได้มีการว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษาทำการศึกษาและวิเคราะห์โครงการก่อสร้างศูนย์ประชุมและนิทรรศการนานาชาติภูเก็ต และจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น จนแล้วเสร็จเป็นรูปเป็นร่าง มีการกำหนดรูปแบบและรายละเอียดของศูนย์ประชุม ประกอบด้วย        

        อาคารศูนย์ประชุมและแสดงนิทรรศการ ที่มีห้องประชุมใหญ่จุได้ 6,000 คน ห้องประชุมทั้งขนาดกลาง ขนาดเล็ก ห้องประชุมย่อย ห้องจัดเลี้ยง อาคารหอพัก 100 ยูนิต อาคารที่จอดรถและส่วนประกอบอื่นๆ โดยได้เลือกรูปแบบอาคารศูนย์ประชุม เป็นรูปกระดองเต่า และอาคารด้านนอกใช้สถาปัตยกรรมชิโนโปรตุกีส เป็นการบ่งบอกถึงความเป็นภูเก็ต อย่างไรก็ดี หลังจากที่ได้มีการนำเสนอข้อมูล ให้คณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม

        ด้านคมนาคมของส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือโครงการร่วมเอกชน (คชก.) ในสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) พิจารณาสิ่งที่สะท้อนกลับมาคือ มีมติไม่ผ่านความเห็นชอบ โดยให้เหตุผลว่าสถานที่ในการก่อสร้างไม่มีความเหมาะสม เพราะหาดไม้ขาวเป็นแหล่งวางไข่ของเต่าทะเล โครงการดังกล่าวอาจจะรบกวนการวางไข่ของเต่าทะเล ประเด็นถัดมาคือ พื้นที่บางส่วนยังเป็นป่าที่ค่อนข้างสมบูรณ์ มีความเป็นธรรมชาติ รวมทั้งลักษณะธรณีสัณฐานทางทะเลและชายฝั่งของพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่เสี่ยงภัยอันตราย เพราะลักษณะชายฝั่งเป็นแอ่งลึก มีความลาดชันสูง และไม่เหมาะสมที่จะให้ผู้ใช้บริการจัดกิจกรรมสันทนาการพักผ่อน ไม่มีความคุ้มทุนทางด้านการเงิน ไม่เกิดประโยชน์เชิงเศรษฐกิจ สังคม การท่องเที่ยว และการจ้างงานที่ชัดเจน ที่สำคัญโครงการนี้จะเกิดการแข่งขันกับภาคเอกชน

        หลังจากมติของ สผ.เผยแพร่ออกมา ทำให้เกิดปฏิกิริยาไม่พอใจจากกลุ่มต่างๆ ในพื้นที่ จ.ภูเก็ต เนื่องจากโครงการนี้อยู่บนพื้นฐานของความคาดหวังว่าจะเป็นส่วนสำคัญต่อการกระตุ้นให้มีการพัฒนามากยิ่งขึ้น ประเด็นพื้นที่วางไข่เต่า ถูกตอบโต้ว่าไม่เป็นความจริง เพราะปัจจุบันไม่มีเต่าขึ้นมาวางไข่บริเวณดังกล่าวแล้ว เสียงสนับสนุนให้เกิดศูนย์ประชุม เพราะนี่คือการสร้างโอกาสที่จะทำให้ภูเก็ตได้รับการยกระดับมาตรฐานด้านการท่องเที่ยวให้มากขึ้น

        จะเห็นได้ว่าเมืองท่องเที่ยวใหญ่ทั่วโลก ก็จะมีศูนย์ประชุมเป็นส่วนประกอบ และผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นก็ไม่ใช่เฉพาะกับภูเก็ตเท่านั้น แต่ยังรวมถึงจังหวัดใกล้เคียงได้ การมีศูนย์ประชุมก็จะทำให้สามารถขยายตลาดไปสู่การประชุมสัมมนาได้มากขึ้น นอกเหนือจากการมาท่องเที่ยวพักผ่อน และหากพิจารณาเมืองท่องเที่ยวใหญ่ๆ ระดับโลกก็จะมีศูนย์ประชุมเป็นส่วนประกอบด้วย ดังนั้น หากโครงการดังกล่าวต้องถูกยกเลิกไปก็เป็นเรื่องที่น่าเสียดายอย่างยิ่ง ส่วนการมองว่าคุ้มทุนหรือไม่นั้น เนื่องจากศูนย์ประชุมเป็นโครงสร้างพื้นฐานอย่างหนึ่งในการรองรับการท่องเที่ยว ดังนั้น ในระยะแรกอาจจะไม่คุ้มทุนมากนัก แต่ในระยะยาวและผลที่เกิดข้างเคียง โดยเฉพาะการเพิ่มศักยภาพความเป็นเมืองท่องเที่ยวระดับโลกที่ครบวงจรทั้งสถานที่พักผ่อนและการจัดประชุมสัมมนา หรือแสดงนิทรรศการต่างๆ ปัจจัยเหล่านี้น่าจะเป็นบวกให้แก่โครงการ

        "โครงการศูนย์ประชุม เป็นโครงการที่คนภูเก็ตเรียกร้องที่จะให้เกิดขึ้น เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวตลาดกลุ่มประชุมสัมมนา ซึ่งโรงแรมต่างๆ ก็จะได้รับประโยชน์จากผู้ที่เข้าพัก และสามารถกระจายไปยังทุกกลุ่มอาชีพต่างๆ ได้ด้วย เพราะโรงแรมในภูเก็ตไม่สามารถที่จะลงทุนก่อสร้างศูนย์ประชุมและแสดงสินค้าขนาดใหญ่ได้

        ส่วนที่บอกว่าศูนย์ประชุมจะกระทบต่อแหล่งวางไข่ของเต่าทะเลนั้น ต้องถามว่าปัจจุบันพื้นที่ดังกล่าวมีเต่าทะเลขึ้นมาวางไข่มากน้อยแค่ไหน เพราะสภาพความเป็นจริงที่เกิดขึ้นบนหาดไม้ขาวขณะนี้ มีโรงแรมเกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก ดังนั้นมติของหน่วยงานสิ่งแวดล้อมควรจะเป็นลักษณะของการนำเสนอแนวทางในการป้องกันผลกระทบที่จะเกิดขึ้น ไม่ใช่มีมติไม่ผ่าน เพราะศูนย์ประชุมเป็นความต้องการของภูเก็ตอย่างแท้จริง เชื่อว่าหากรัฐบาลใหม่จริงใจก็สามารถที่จะผลักดันให้เกิดขึ้นได้ เพราะได้ผ่านขั้นตอนต่างๆ และงบประมาณก็มีความชัดเจนแล้ว เหลือเพียงการศึกษาด้านสิ่งแวดล้อมเท่านั้น" สุชาติ หิรัณย์กนกกุล นายกสมาคมโรงแรมไทยภาคใต้ ให้ความเห็น

        ตรี อัครเดชา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต สะท้อนว่า โครงการดังกล่าวอยู่ในฐานะเดียวกันกับโครงการลงทุนที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณในเบื้องต้นแล้ว แต่ยังไม่สามารถดำเนินการได้ เพราะไม่ผ่านการจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะพื้นที่สูงและพื้นที่ตามแนวชายหาดทั้งหลาย เนื่องจาก จ.ภูเก็ต ถูกควบคุมด้วยประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งมีความเข้มงวดค่อนข้างมาก

        โดยหลักการเมื่อการศึกษาวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมไม่ผ่าน ทางกรมธนารักษ์ ซึ่งเป็นเจ้าของโครงการและเจ้าของพื้นที่จะต้องไปชี้แจงต่อคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมในประเด็นที่ยังไม่ผ่านความเห็นชอบ และส่วนของจังหวัดภูเก็ตเองก็จะพิจารณาว่า มีประเด็นใดที่ไม่ผ่านสิ่งแวดล้อมบ้าง ทั้งนี้ การที่ไม่ผ่านความเห็นชอบในรอบแรกก็ไม่ได้หมายความว่าโครงการจะต้องตกไป แต่สามารถที่จะขอทบทวนการทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมใหม่ได้

        "ประเด็นที่คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ยังไม่ผ่านการเห็นชอบ โดยอ้างอิงความไม่เหมาะสมของสถานที่ก่อสร้าง จากที่ได้มีการหารือกับส่วนที่เกี่ยวข้องใน จ.ภูเก็ต ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เห็นว่าประเด็นสถานที่ก่อสร้างไม่เหมาะสมไม่ตรงกับข้อเท็จจริงที่คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแจ้งมา" ประสิทธิ์ สืบชนะ ผู้ตรวจราชการกระทรวงการคลัง ในฐานะรองประธานติดตามโครงการก่อสร้างศูนย์ประชุมและแสดงนิทรรศการนานาชาติภูเก็ต ให้ข้อมูล

        ส่วนที่เกรงว่าจะได้รับผลกระทบจากสึนามินั้น จากข้อมูลการเกิดสึนามิเมื่อปี 2547 แม้จะเข้าชายทะเลหาดไม้ขาว แต่บริเวณก่อสร้างจะห่างจากชายทะเลประมาณ 400-500 เมตร และจากการสอบถามพบว่าในพื้นที่ได้รับผลกระทบไม่มากนัก มีเพียงน้ำท่วมขัง 2-3 วัน ส่วนประเด็นไม่คุ้มค่าการลงทุน ที่ผ่านมากระทรวงการคลังและสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ได้พิจารณาเรียบร้อยแล้ว  จึงให้การสนับสนุนโครงการนี้

        เส้นทางของโครงการก่อสร้างศูนย์ประชุม จึงเป็นความเคลื่อนไหวที่น่าจับตาว่า จะได้รับการสนับสนุนให้เกิดขึ้นได้หรือไม่ ท่ามกลางความเคลื่อนไหวที่ออกมาในเชิงที่ว่า รัฐบาลจะนำงบประมาณในส่วนนี้ไปใช้ลงทุนในโครงการอื่นที่คุ้มต่อการลงทุนมากกว่า