'เฉลิม'แฉอดีตรมต.จ้องเปิดบ่อน
'เฉลิม'แฉ อดีตรมต. รวมหัวนักธุรกิจฮ่องกง จ้องเปิดบ่อนกลางกรุง อัด ปชป.แทรกแซงองค์กรตามรัฐธรรมนูญ หลังข้องใจอัยการสูงสุด ไม่อุทธรณ์คดีเลี่ยงภาษี
30 ก.ย.54 ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ นายชูวิทย์ กมลวิศิษฐ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรครักษ์ประเทศไทย ออกมาแฉว่า จะมีการเปิดผ่อนแห่งใหม่บริเวณเหม่งจ๋าย ว่า ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ไปตรวจดูแล้วไม่มี ถ้ามีก็ต้องจับกุม
ทั้งนี้ มีอดีตรัฐมนตรีคนหนึ่ง ซึ่งไม่ได้อยู่ในรัฐบาลชุดที่แล้วไปคิดกับนักธุรกิจชาวฮ่องกงที่ทำธุรกิจร้านอาหาร โดยตนได้รับรายงานมาหมดแล้ว อย่างไรก็ตาม ในยุครัฐบาลชุดนี้จะมาเปิดบ่อนเหมือนรัฐบาลชุดที่แล้วไม่ได้ ส่วนกรณีที่กลุ่มผู้เปิดบ่อนอ้างว่าขาดรายได้จึงต้องหาทางเปิดใหม่ให้ได้นั้น ต้องบอกว่ายาก ถึงขนาดจะมาลงขันย้ายตน จะไปหาลงที่ขันไหน ขันเล็กหรือขันใหญ่ ถ้าเล่นหลบๆซ่อนก็ของธรรมดา แต่มาเปิดกลางบ้านกลางเมืองอย่างรัฐบาลชุดที่ผ่านมาไม่ได้
ผู้สื่อข่าวถามว่า การจะลงขันย้าย ร.ต.อ.เฉลิม จะต้องใช้ทุนเท่าใด ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ตนไม่มีราคา แต่จะทำอย่างเก่าไม่ได้ เลิกคิดได้แล้ว ส่วนกรณีที่กองสลากกินแบ่งรัฐบาลเสนอให้เปิดคาสิโนที่ทุ่งกุลาร้องไห้ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ตนไม่ทราบแต่นายกรัฐมนตรีบอกแล้วว่าไม่มีนโยบาย ทั้งนี้ตนไม่ขอออกความเห็นแต่อย่างใด
อีกทั้ง ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวต่อว่าว่า สิ่งหนึ่งที่ตนไม่เข้าใจทางประชาธิปัตย์ออกมาเคลื่อนไหว ที่อัยการสูงสุดเขาไม่อุทธรณ์คดีหลีกเลี่ยงภาษีหุ้นบริษท ชินคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)ทำไมมาข้องใจอัยการสูงสุด ทำไมไม่ไปถามศาลอุทธรณ์ที่มีคำพิพากษาออกมาอย่างนี้ แล้วอัยการมีอิสระในการทำหน้าที่ การเคลื่อนไหวของทางพรรคประชาธิปัตย์ถือว่า เป็นการแทรกแซงองค์กรตามรัฐธรรมนูญ เป็นการแทรกกระบวนการยุติธรรมหรือไม่ หรืออะไรที่ไม่ถูกใจพรรคประชาธิปัตย์ก็ออกมาเทคเเอคชั่น
“ผมขอถามกลับไปสิว่าชวนทะเลาะหรือ ทีกรณีกกต.เสนอเรื่องยุบพรรค ไม่ได้ทำมาในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมือง ทำในฐานะประธาน กกต.ทำไมทีอย่างนี้ประชาธิปัตย์เงียบหรือว่าได้ประโยชน์ เขาบอกว่าให้ดำเนินการโดยรวดเร็วไม่ได้กำหนดอายุความเหมือนคดีอาญา พอตัวเองได้ประโยชน์ก็เงียบกริบ โดยทั่วไปคดีภาษีเจตนารมณ์กฎหมายมักจะเรียกเก็บภาษีอย่างนี้ถือว่าเป็นหลัก การของทั่วโลก แต่ทางประชาธิปัตย์ออกมาขยับใหญ่ นี่ถ้าเป็นพวกตนทำป่านนี้โดนแล้วมีแทรกแซงองค์กรตามรัฐธรรมนูญ แทรกแซงกระบวนการยุติธรรม วันนี้อัยการเขาไม่ได้ขึ้นกับใครเป็นองค์กรอิสระ เพราะอัยการสูงสุดจะเป็นได้ต้องผ่านวุฒิสภาต้องนำความกราบบังคมทูล อัยการวันนี้ก่อนการปฏิบัติหน้าที่ต้องเข้าถวายสัตย์ปฏิญาณ แล้วประชาธิปัตย์เป็นใครมาทำอย่างนี้” ร.ต.อ.เฉลิม กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์จะให้ถอดถอนอัยการสูงสุด ร.ต.อ. เฉลิม กล่าวว่า ประชาธิปัตย์กินยาผิดซอง
เมื่อถามต่อว่า คตส.ก็ออกมาไม่เห็นด้วยกับเรื่องนี้ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า คตส.ก็ควรลืมได้แล้ววันนี้ท่านหมดหน้าที่ไปนานแล้ว
“เฉลิม” แจง นายกฯเรียกประชุม ครม. เพื่อไทย ถกแก้ปัญหาน้ำท่วม
ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เรียกประชุมคณะรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทยที่บ้านพิษณุโลกเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ว่า เป็นการประชุมเพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วม การเตรียมตัวสู่อาเซียน ในอีก 4 ปี ข้างหน้า และเรื่องงบประมาณแต่ละกระทรวงที่ตั้งไว้ ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี บอกว่าต้องใช้ได้จริง หากปรากฏว่าครึ่งปีงบประมาณแล้วการตั้งงบประมาณไม่สามารถบรรลุเป้าหมายที่ผลงานได้ ท่านจะตัดหรือเรียกคืน เพราะทุกกระทรวงจะได้ขยันทำงานมากขึ้น
ผู้สื่อข่าวถามว่า ปัญหาน้ำท่วมในขณะนี้จะรุนแรงขึ้นหรือไม่ ร.ต.อ. เฉลิม กล่าวว่า อย่างไรก็ได้ แต่ก็จุดธูปบนกันอยู่ เพราะไม่รู้จะทำอย่างไร โดยนายกรัฐมนตรีมอบหมายให้รัฐมนตรีแต่ละคนลงพื้นที่ แล้วนอนพักแรม แต่สำหรับตนนั้น นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้รับผิดชอบงานด้านยาเสพติดอย่างเดียว โดยในวันนี้ตนจะไปประชุมที่เมืองทองธานี และในเร็ววันนี้จะลงพื้นที่ภาคเหนืออีกครั้งหนึ่ง อย่างไรก็ตามตนขอยืนยันว่าการประชุมคณะรัฐมนตรีในวันนี้ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ไม่ได้มีการสไกป์เข้ามาร่วมประชุมด้วยอย่างแน่นอน
สถิติคนติดยาพรุ่งพรวด กว่า 1.2 ล้านคน
ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร มอบหมายให้ตนดูแลเรื่องปัญหายาเสพติด โดยตนจะไปติดตามรายละเอียดและทำงานในสถานที่ต่างๆ ทั้ง กทม. และต่างจังหวัด โดยหลังจกนี้ตนจะไปติดตามเรื่องนี้ที่ภาคเหนือ
ผู้สื่อข่าวถามว่า ผู้ค้ารายใหญ่นอกจากจะพบที่ประเทศลาวแล้ว ยังมีจากที่อื่นอีกหรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ก็ส่วนใหญ่ก็มาจากประเทศที่ 1 และ ประเทศที่ 2 ถ้าเราสามารถตรึง 8 จ.ได้ โดยเฉพาะ 3 จ.สำคัญ อย่าง จ.เชียงราย จ.เชียงใหม่ และ จ.แม่ฮ่องสอน ความหวังของคนไทยก็เกิด
"เท่าที่ผมได้สำรวจพฤติกรรมความต้องการด้านยาเสพติด เฉพาะกรุงเทพฯ และกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 พบว่ามีความต้องการถึง 65 เปอร์เซ็นต์ จึงเป็นที่มาของการปิดล้อมตรวจค้นเพื่อลด อัตราความต้องการของคนในกลุ่มเสี่ยง”ร.ต.อ.เฉลิมกล่าว
เมื่อถามต่อว่าผู้เสพมีปริมาณเพิ่มขึ้นหรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวยอมรับว่าเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก เพราะเมื่อปี 2547 มีเพียง 3 แสนกว่าคนเท่านั้น แต่ปี 2553 เพิ่มขึ้นเป็น 1.2 ล้านคน ซึ่งที่ผ่านมาคงไม่ใช่เรื่องของการปล่อยปละละเลย แต่แค่ขาดความเข้าใจ และขาดประสบการณ์มากกว่า เพราะเขาเน้นเรื่องการเพิ่มโทษให้มากขึ้น ซึ่งอันที่จริงแล้ว ผู้ค้าก็ต้องโทษประหารชีวิตอยู่แล้ว แล้วจะให้ตนไปเพิ่มโทษอะไรเพิ่มได้อีก
เตรียมประชุมร่วม ตร.นครบาล หารือคดี 13 ศพเย็นนี้
ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีความคืบหน้าการติดตามคดี13 ศพที่เกิดจากการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐ ว่า เย็นวันนี้ (30 ก.ย.) ตนได้นัดประชุมกับกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บชน.) ไว้แล้ว เพราะตนไม่อยากทำงานแบบไฟไหม้ฟาง โดยการหารือในครั้งนี้จะเป็นการไปให้แนวทางในการทำงาน โดยยึดหลักแนวทาง 3 ก. คือ อย่าไปเก็บ อย่าไปแกล้ง และอย่าไปกลัวด้วย
“เฉลิม” พร้อมให้พรรคตรวจสอบผลงาน รมต.
ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี ที่จะมีการประเมินผลงานของคณะรัฐมนตรี โดยมีมติพรรคออกว่า จะให้คะแนนการทำงานกับรัฐมนตรีแต่ละคน โดยถ้ารัฐมนตรีคนไหนไม่มีผลงานเลย และถูกประเมินความคืบหน้าต่ำ ก็จะถูกตัดออกจากครม.ชุดนี้ว่า พรรคเพื่อไทยกำลังพัฒนาไปสู่ความเป็นสถาบันทางการเมือง โดยเฉพาะทุกบ่ายวันอังคารจะมีการประชุมพรรค ซึ่งส่วนตัวตนไม่เคยขาดการประชุมพรรคเลย เพราะเมื่อมีใครมาถาม ตนก็จะได้อธิบายได้ ซึ่งใครที่ไม่ได้เข้าไปประชุม ก็จะต้องถูกต่อว่าบาง อันนี้ก็เป็นเรื่องธรรมดาอยู่แล้ว
ผู้สื่อข่าวถามว่า คนที่ไม่มีผลงานจะถูกตัดออกจากการเป็นรัฐมนตรีนั้น เป็นเรื่องจริงหรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวพลางหัวเราะว่า ตรงนี้เป็นความลับ ถึงถ้ามีจริงตนก็ไม่ทราบ เพราะถ้าตนไปพูดอะไรมากในตอนนี้ ตนอาจจะถูกตัดชื่อออกเป็นคนแรกเสียเองก็ได้
เมื่อถามว่า ในการประเมินผลงาน 1 เดือน 3 เดือน และ 6 เดือน ส่วนนี้ใครจะเป็นคนรับหน้าที่ประเมิน ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ไม่ทราบ แต่ตนรู้ว่าทุกคนมีความตื่นตัวมาก ไม่ว่าจะเป็นรองนายกฯ หรือรัฐมนตรีในรัฐบาลชุดนี้เองก็ตาม
เมื่อถามว่ามีความพร้อมที่จะถูกตรวจสอบและประเมินจาก ส.ส. ภายในพรรคแล้ว ใช่หรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า "อันนี้แน่นอน เพราะระบบพรรคก็ต้องเป็นอย่างนี้ จะเห็นเป็นระบบอื่นไปคงไม่ได้ จะมีอินดิเพ็นเด้น ด้วยตัวตนเองไม่ได้ สมาชิกพรรคต้องยอมรับเท่านั้น"
"เฉลิม"แบล็คลิสต์300นักค้าหวังปิดตะเข็บภาคเหนือตัดเส้นทางลำเลียงยาเสพติด
ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผอ.ศูนย์อำนวยการพลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติดแห่งชาติ(ผอ.ศพส.) กล่าวในการประชุมผู้นำชุมชนเพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่กทม.ว่า หลังรัฐบาลประกาศนโยบายปราบปรามยาเสพติด ทำให้มีความกังวลว่านโยบายของรัฐบาลจะนำไปสู่การฆ่าตัดตอน ซึ่งตนยืนยันอีกครั้งว่าไม่มี รวมถึงนโยบายของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ในปี 2546 ซึ่งถูกตรวจสอบโดยคณะกรรมการคณะกรรมการอิสระตรวจสอบ ศึกษาและวิเคราะห์นโยบายปราบปรามยาเสพติด และการนำนโยบายไปปฏิบัติจนก่อให้เกิดความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย ชื่อเสียง และทรัพย์สินของประชาชน (คตน.) ชุดที่มีนายคณิต ณ นคร เป็นประธาน ซึ่งสรุปผลในรายงานว่า ไม่มีการฆ่าตัดตอน แต่มีเพียงคดีเดียวที่มีตำรวจเข้าไปเกี่ยว ข้อง คือ คดียิงน้องฟลุค ซึ่งเกิดจากความประมาทในการปฎิบัติหน้าที่ของตำรวจ โดยคดีดังกล่าวศาลตัดสินแล้วว่าเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยประมาท ส่วนโทษจำคุกให้รอการลงอาญา
ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวอีกว่า นโยบายปราบยาเสพติดของรัฐบาลชุดนี้ ก็ถูกกล่าวว่า เป็น police state ซึ่งไม่ใช่ แต่เป็นเพราะอดีตตำรวจและนายตำรวจ มีโอกาสเข้ามาทำงานร่วมกัน ในการกำกับดูแลหน่วยงานต่างๆ เช่น พล.ต.อ.เพรียวพันธุ์ ดามาพงศ์ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก อดีตผบ.ตร.และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นเลขาฯป.ป.ส.ซึ่งป.ป.ส.ก็มีคนที่มีความรู้ความสามารถ แต่รัฐบาลอยากกระชับการทำงานให้ได้ผล จึงเชื่อว่าการปราบยาเสพติดครั้งนี้จะทำให้ประชาชนนอนหลับได้เต็มตามากขึ้น
รองนายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า การปราบยาเสพติดในครั้งนี้จะเน้นพื้นที่ตะเข็บชายแดนในภาคเหนือ ซึ่งพบว่ามีการลักลอบขนยาเสพติดเข้ามาถึง 87 เปอร์เซ็นต์ โดยเฉพาะในพื้นที่ 8 จังหวัดภาคเหนือ และมี 3 จังหวัดที่เป็นพื้นที่มีการลักลอบนำเข้ายาเสพติดมาก คือ จ.เชียงใหม่ เชียงราย และแม่ฮ่องสอน ซึ่งขณะนี้ตรวจสอบพบรายชื่อนักค้ายาเสพติดถึง 300 ราย โดยเจ้าหน้าที่จะต้องหาวิธีการสกัดโดยใช้มาตรการทางกฎหมาย นอกจากนี้ตนจะเดินทางไปภาคเหนือ เพื่อตรวจพื้นที่ตะเข็บชายแดน ทุก 45 วัน
ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวอีกว่า วิธีการแก้ปัญหายาเสพติดที่ถูกต้อง คือ 1.ปิดแนวตะเข็บชายแดน 2. สกัดสารตั้งต้น โดยตั้งด่านเพิ่มขึ้นเป็น 200 ด่าน ใน 8 จังหวัดภาคเหนือ และได้สั่งการให้กระทรวงสาธารณสุขแก้กฎหมายให้สารตั้งต้นยาเสพติดเป็นยาบัญชีหลัก เพื่อป้องกันไม่ให้มีการซื้อขายกันอย่างสะดวก นอกจากนี้ ในวันจันทร์ที่ 3 ตุลาคมนี้ ตนจะประชุมร่วมกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เพื่อวางแผนบำบัดผู้เสพยาเสพติด โดยจะนำนักโทษในคดียาเสพติดมาบำบัด โดยร่วมกับโรงเรียนวิวัฒน์พลเมือง เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล ในโอกาส 84 พรรษา
“ที่ผ่านมาปัญหายาเสพติดยังแก้ไม่ได้ ส่วนสำคัญเกิดจากผู้ว่าราชการจังหวัด ที่ไม่ร่วมมือโดยอ้างว่าไม่ว่างหรือติดงานอื่น จากนี้ต้องประสานร่วมมือกับผู้บังคับการจังหวัด ต้องไปด้วยกัน ถ้าผมซึ่งเคยเป็นอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แก้ปัญหายาเสพติดไม่สำเร็จ กระทรวงมหาดไทยถือว่าล้มเหลว สำหรับตำรวจ หากเข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติดนอกจากไล่ออก ปลดออกแล้ว จะถูกยึดทรัพย์ด้วย แต่ถ้าใครทำดีจะได้รับการสนับสนุนให้เป็นนายตำรวจ ซึ่งผมได้ผลักดันให้มีการอบรมนายดาบตำรวจที่มีอายุ 53 ปี ได้อบรมเป็นนายร้อยตำรวจเป็นกรณีพิเศษใน วันที่ 1 เม.ย.55 เพื่อเป็นของขวัญ ก็เลือกเอาว่าจะไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดจนโดนไล่ออก หรือจะเป็นนายตำรวจ นอกนี้ผมยังมีมาตรการช่วยเหลือด้วยการเจรจากับธนาคารออมสิน ให้อนุมัติวงเงินกู้ให้กับตำรวจนายละ 3 ล้านบาท โดยมีอัตราดอกเบี้ยต่ำตามรูปแบบหากมีผู้ค้ำประกันก็จะมีอัตราดอกเบี้ยต่ำมากขึ้น”ร.ต.อ.เฉลิมกล่าว



