
'เนสาด'อ่อนกำลัง-จับตา8จังหวัด
"เนสาด"อ่อนกำลังเหนือ-อีสานฝนตกเพิ่ม เตือน 8 จังหวัด เฝ้าระวังดินโคลนถล่ม-น้ำป่าไหลหลาก
เมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 30 ก.ย. กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเตือนภัยฉบับ 8 ความว่า คาดเนสาดอ่อนกำลังเป็นดีเปรสชันพรุ่งนี้ส่งผลเหนือ-อีสานตอนบนฝนเพิ่ม1-2วันนี้พายุโซนร้อน “เนสาด” (NESAT) มีศูนย์กลางอยู่ห่างประมาณ 100 กิโลเมตร ทางตะวันออก ของกรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม หรือที่ละติจูด 21.0 องศาเหนือ ลองจิจูด 106.5 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 65 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตก ด้วยความเร็วประมาณ 15 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่าพายุนี้จะอ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชันในวันพรุ่งนี้ พายุลูกนี้ส่งผลทำให้ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน มีฝนเพิ่มขึ้นในระยะ 1-2 วันนี้
ส่วนมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทยยังคงมีกำลังค่อนข้างแรง ทำให้คลื่นลมในทะเลอันดามัน และด้านตะวันออกของอ่าวไทยมีกำลังแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ชาวเรือควรเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือ และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 30 กันยายน -1 ตุลาคม นี้ไว้ด้วย
ปทุมธานีเร่งเสริมแนวคันกั้นหวั่นน้ำสูงอีก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาที่เอ่อเข้าท่วมพื้นที่ ในเขต อ.เมือง และ อ.สามโคก จ.ปทุมธานี ชาวบ้านที่พักอาศัยอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา น้ำเข้าท่วมระดับน้ำยังไม่ลดลง ชาวบ้านและเจ้าหน้าที่ของแต่ละพื้นที่ เร่งกรอกกระสอบทรายเสริมแนวคันกั้นเดิม สูงกว่า 1 เมตรแล้ว เพื่อป้องกันน้ำล้นแนวกั้นกระสอบทราย รองต่อจากแนวคันดินที่เสริมไว้เดิม เนื่องจากเมื่อคืนที่ผ่านมาระดับน้ำเพิ่มสูงจนล้นคันดินที่ทำไว้สูงประมาณ 1.20 เมตร ทำให้น้ำล้นคันดินไหลข้ามถนนเส้นทางดังกล่าว จึงต้องทำคันกระสอบทรายรับน้ำเพิ่มอีก เนื่องจากหวั่นว่า คืนนี้ระดับน้ำจะเพิ่มสูงขึ้นอีก เพื่อป้องกันน้ำไหลเข้าท่วมเมืองเศรษฐกิจ เขตนิคมอุตสาหกรรมนวนคร พื้นที่ อ.คลองหลวง อ.ธัญบุรี
ที่วัดเมตตารางค์ ต.เชียงรากน้อย อ.สามโคก จ.ปทุมธานี ซึ่งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา และบริเวณริมแม่น้ำ ไม่มีคันดินกั้นระดับน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาไว้ จึงทำให้น้ำเข้าท่วมวัดทั้งหมดมานานร่วมเดือนแล้ว ระดับน้ำสูงร่วม 2 เมตร ขณะนี้พระสงฆ์ทั้งหมดอยู่รวมกันที่กุฎิใหญ่ แต่ระดับน้ำห่างจากพื้นที่ประมาณ 30-50 เมตร เท่านั้น และสุนัขจำนวนกว่า 20 ตัว ที่อาศัยอยู่ในวัดต้องหนีน้ำขึ้นไปนอนรวมกันอยู่บนหอระฆังวัด เมื่อพระสงฆ์ฉันท์เพลแล้ว ก็จะนำอาหารมาให้บรรดาสุนัขได้กินด้วย เนื่องจากระดับน้ำท่วมสูง สุนัขทั้งหมดจึงออกไปนอกวัดหากินไม่ได้
ที่ ต.บ้านกระแชง อ.เมือง จ.ปทุมธานี ริมถนนเลียบแม่น้ำเจ้าพระยาเส้นทางไปวัดสำแล เกิดถนนทรุดตัวลึกกว่า 50 เซนติเมตร เนื่องจากน้ำท่วมเซาะจนดินยุบตัวลง เจ้าหน้าที่ต้องนำเชือกกั้นเป็นพื้นที่อันตรายไว้ เพราะชาวบ้านต้องใช้เส้นทางดังกล่าวในการสัญจรเข้าออก
กปน. เสริมแนวป้องกันคลองประปาเต็มที่
นายวิสิทธิ์ วงศ์วิวัฒน์ รองผู้ว่าการการประปานครหลวง (กปน.) เปิดเผยว่าจากการที่นายชูชาติ หาญสวัสดิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้มาตรวจพร้อมสังการให้การประปานครหลวง นำงบมาเสริมแนวกั้นน้ำเนื่องจากสถานการณ์ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มสูงขึ้น และอัตราการไหลของน้ำบริเวณสถานีสูบน้ำดิบสำแล อ.เมือง จ.ปทุมธานี ซึ่งเป็นจุดรับน้ำดิบของ กปน. มีปริมาณสูงถึง 4,850 ลูกบาศก์เมตร/วินาที ณ วันที่ 30 กันยายน ทำให้แนวคันดินกั้นน้ำบางจุดเกิดการกัดเซาะจากน้ำหลาก
ขณะนี้กปน. ได้เสริมความแข็งแรงของแนวป้องกันเพิ่มเติม และได้ดูแลบริเวณใกล้เคียง เช่น วัดสำแล และชุมชนบ้านกระแชง พร้อมติดตามเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง และก่อนหน้านี้ได้มอบเงินสนับสนุน จำนวน 3 แสนบาท เพื่อจัดทำแนวคันดินป้องกันน้ำท่วม บริเวณวัดที่มีตลิ่งติดแม่น้ำเจ้าพระยา ระยะทางประมาณ 120 เมตร และได้มอบเงินสนับสนุนจำนวน 2 แสนบาท ให้กับพระครูปทุมธรรมโสภณ เจ้าอาวาสวัดสำแล เพื่อนำไปจัดทำคันดินป้องกันน้ำท่วม ด้วยการนำแผ่นคอนกรีตมาเสริมความมั่นคงของคันดินอีกชั้นหนึ่ง รวมทั้งได้ซ่อมแซมแนวคันดินที่พังทลาย บริเวณหน้าปากซอยบ้านกระแชงซอย 7 ข้างวัดสำแล เป็นที่เรียบร้อยแล้ว คาดว่าสามารถรับมือกับสถานการณ์น้ำได้ นอกจากนี้ กปน. ยังได้มอบเงินสนับสนุนให้กับ อบต.บ้านกระแชง จำนวน 5 ล้านบาท เพื่อเสริมสร้างคันดินป้องกันน้ำท่วมริมแม่น้ำเจ้าพระยา ในเขตพื้นที่องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านกระแชง อ.เมือง จ.ปทุมธานี เพื่อลดผลกระทบและช่วยป้องกันน้ำเสียท่วมเข้าคลองประปาด้วย
เตือน8จังหวัดเฝ้าระวังดินโคลนถล่ม-น้ำป่าไหลหลาก
นายภาณุ แย้มศรี ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการบรรเทาสาธารณภัย กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ประธานการประชุมศูนย์สนับสนุนการอำนวยการและการบริหารสถานการณ์อุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม (ศอส.) กล่าวว่า ปัจจุบันยังคงมีสถานการณ์อุทกภัยใน 23จังหวัด ได้แก่ สุโขทัย พิจิตร พิษณุโลก นครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ลพบุรี สระบุรี สุพรรณบุรี นครปฐม ปทุมธานี นนทบุรี อุบลราชธานี ชัยภูมิ ขอนแก่น ศรีสะเกษ สุรินทร์ ฉะเชิงเทรา นครนายก และปราจีนบุรี รวม 160 อำเภอ 1,158 ตำบล 8,618 หมู่บ้าน ราษฎรเดือดร้อน 591,592 ครัวเรือน 1,894,792 คน มีผู้เสียชีวิต 188 ราย สูญหาย 3 ราย พื้นที่การเกษตรคาดว่าจะเสียหาย 6,157,916 ไร่ พื้นที่เพาะเลี้ยง สัตว์น้ำ บ่อปลา 90,242 บ่อ สัตว์ได้รับผลกระทบ 6,937,065ตัว น้ำท่วมเส้นทางไม่สามารถสัญจรผ่านได้ รวม 124สาย แยกเป็น ทางหลวง 38สาย ใน 10 จังหวัด ทางหลวงชนบท 86 สายใน 18 จังหวัด
สำหรับสถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำต่าง ๆ ยังต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เนื่องจากมีปริมาณน้ำมากและระดับน้ำล้นตลิ่งมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะลุ่มน้ำปิงที่ อ.เมือง จ.ลำพูน และจะล้นตลิ่งที่ อ.ดอยสะเก็ด อ.สันทราย อ.หางดง อ.สารภี อ.สันป่าตอง จ.เชียงใหม่ อ.บ้านธิ อ.ป่าซาง อ.เวียงหนองล่อง จ.ลำพูน อ.จอมทอง อ.ฮอด อ.ดอยเต่า จ.เชียงใหม่ ตามลำดับ ลุ่มน้ำเจ้าพระยา ปริมาณน้ำไหลผ่านจังหวัดนครสวรรค์ 4,344 ลบ.ม./วินาที เขื่อนเจ้าพระยาปริมาณน้ำไหลผ่าน 3,628 ลบ.ม./วินาที ปริมาณน้ำไหลผ่าน อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา 3,255 ลบ.ม./วินาที ส่งผลให้ 10 จังหวัดที่อยู่ริมแม่น้ำ ได้แก่ อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี ลพบุรี อ่างทอง สุพรรณบุรี พระนครศรีอยุธยา สระบุรี ปทุมธานี และนนทบุรี ได้รับผลกระทบจากภาวะน้ำล้นตลิ่งที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น
สำหรับสถานการณ์น้ำในเขื่อนยังอยู่ในภาวะวิกฤต โดยเฉพาะเขื่อนภูมิพล มีปริมาณน้ำ 93 เปอร์เซนต์ เขื่อนสิริกิติ์ มีปริมาณน้ำ 99 เปอร์เซ็นต์ เขื่อนแควน้อย มีปริมาณน้ำ 94 เปอร์เซ็นต์ เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์มีปริมาณน้ำ 135 เปอร์เซ็นต์
ทั้งนี้ ยังต้องเฝ้าระวังและติดตามการเคลื่อนตัวของพายุไต้ฝุ่น"เนสาด"ที่จะเข้าสู่ชายฝั่งประเทศเวียดนามตอนบนในวันนี้ ส่วนมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน และอ่าวไทย ทำให้ภาคตะวันออกและภาคใต้ฝั่งตะวันตก เกิดฝนตกหนักในบางพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยงภัยใน 9 จังหวัด ได้แก่ นครนายก จันทบุรี ตราด ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวระมัดระวังอันตรายจากน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลาก ส่วนคลื่นลมในทะเลมีกำลังแรง คลื่นสูง 2-4 เมตร ขอให้ชาวเรือเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือ และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง
อย่างไรก็ตาม รวมถึงแจ้งเตือน 8 จังหวัด เฝ้าระวังดินโคลนถล่มและน้ำป่าไหลหลาก ในช่วงวันที่ 29-30 ก.ย.นี้ โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยงภัยในจังหวัดเชียงใหม่ (อำเภอแม่แตง ฝาง สะเมิง แม่ริม สันทราย ดอยสะเก็ด แม่ออน ไชยปราการ เชียงดาว)เชียงราย (อำเภอเวียงป่าเป้า แม่สรวย )แม่ฮ่องสอน(อำเภอแม่สะเรียง ) ลำปาง ( อำเภอเมืองปาน วังเหนือ แจ้ห่ม ) สุโขทัย (อำเภอศรีสัชนาลัย ) อุตรดิตถ์ (อำภอน้ำปาด ลับแล ท่าปลา) จันทบุรี (อำเภอขลุง) ตราด (อำเภอเกาะช้าง บ่อไร่ ) เนื่องจากมีฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง ทำให้ดินชุ่มน้ำ เริ่มมีดินไหล และน้ำหลากในบางพื้นที่แล้ว จึงขอให้จังหวัดจัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังติดตามสถานการณ์ภัยออกประกาศแจ้งเตือนภัย และประชาสัมพันธ์ให้ชาวบ้านหมั่นสังเกตสัญญาณผิดปกติทางธรรมชาติ หากสถานการณ์วิกฤต ให้รีบอพยพประชาชนออกจากพื้นที่ทันที รวมถึงจัดมิสเตอร์เตือนภัยเตรียมความพร้อมเฝ้าระวังภัยในระยะนี้เป็นพิเศษ
"ศอส.ได้เน้นย้ำให้จังหวัดที่มีน้ำท่วมขังเป็นเวลานาน ให้จัดทำธงสัญลักษณ์หรือเครื่องหมายเป็นจุดสังเกตในบ้านที่มีผู้ป่วย คนชราหรือเด็กเล็ก เพื่อให้สามารถช่วยเหลือได้เป็นกรณีพิเศษ รวมถึงให้นายอำเภอตรวจสอบการดำเนินการป้องกัน แก้ไข และช่วยเหลือผู้ประสบภัย เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการวางระบบและสั่งการแก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็ว ฉับไวและสอดคล้องกับสภาพปัญหาในพื้นที่"นายภานุกล่าว



