'ประยุทธ์'เมิน'จตุพร'ปลุกแดง
'ประยุทธ์' เมิน 'จตุพร' รวมมวลชนแดงค้านโผทหาร 'ขู่' อย่าทำผิดกม.-ละเมิดผู้อื่น 'ชี้' สังคมรับไม่ได้ 'ซัด' เอาตำแหน่ง ส.ส. ไปใช้ช่วย ปชช.ดีกว่า แนะ ปชช.จับตาใครทำประโยชน์ให้ประเทศชาติมากกว่า 'เตือน' อย่าเอาทหารเป็นคู่ขัดแย้งย้ำชัดไม่ขัดแย้งใคร เผย 'รบกัน'
30 ก.ย.54 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบกให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง นัดรวมพลคนเสื้อแดงเพื่อคัดค้านการปรับย้ายนายทหารประจำปี ในวันที่ 1 ต.ค.นี้ ว่า เชิญครับ คงทำได้ตามสิทธิรัฐธรรมนูญ คือ การชุมนุมโดยสงบ ซึ่งการชุมนุมเป็นเรื่องของท่าน แต่ก็ระมัดระวังหน่อยอย่าทำอะไรที่ผิดกฎหมาย หรือละเมิดคนอื่นเขามากนัก สังคมมันรับไม่ได้ ซึ่งที่ผ่านมาจนถึงวันนี้ทหารก็ทำงานเต็มที่ ดังนั้น หากต่างคนต่างทำหน้าที่มันก็ไม่มีปัญหา บ้านเมืองก็ไปได้
"เชิญครับ ทำได้ก็ทำไป สังคมก็ดูให้หน่อยแล้วกัน ฝากดูแลทหารด้วย ทหารเป็นทหารของประชาชนและทำหน้าที่ให้ดีที่สุดในการดูแลประชาชน คิดเอาเปรียบเทียบเอาแล้วกันว่าใครทำอะไร ทำคุณประโยชน์ให้กับประเทศชาติบ้านเมืองแค่ไหนอย่างไรก็ดูเอา ประชาชนส่วนใหญ่ก็ตัดสินเอาแล้วกัน" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
เมื่อถามว่า การเป็น ส.ส.ของ นายจตุพร น่าจะนำไปใช้เพื่อช่วยเหลือประชาชนมากกว่าหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ทุกคนก็น่าจะทราบอยู่แล้ว สื่อก็ถามนำก็ยังคิดได้เลย คิดว่าอย่าไปทำอะไรที่มันเสียเวลาแต่ควรเอาเวลาไปช่วยประชาชนดีกว่า และยืนยันว่า ทหารไม่มีข้อขัดแย้งกับใคร อย่าเอาทหารไปเป็นคู่ขัดแย้ง ไม่ใช่เรื่อง ไม่ใช่เวลา เวลานี้ คือ เวลาที่ช่วยเหลือประชาชน
ดังนั้น ประชาชนก็ดูเอาแล้วกันว่าใครช่วย ใครไม่ช่วย ใครทำหรือไม่ทำ ช่วงนี้มันต้องมีความรักความสามัคคี ฟันฝ่าอุปสรรคกันไปให้ได้ ถ้ามัวแต่ต่อตี รบกัน คนที่เสียประโยชน์คือประชาชน ตนไม่ได้เสียประโยชน์อะไรทั้งนั้น ทหารก็ทำหน้าที่ของทหาร ตอนนี้ทหารก็มีหน้าที่เยอะ และการลงไปช่วยน้ำท่วม ซึ่งเป็นภารกิจที่เพิ่มเติมมาอยู่แล้ว แต่ถ้าไม่ให้ช่วย ไม่ให้ทหารเข้ามาเกี่ยวข้องเลยก็ได้ ก็สั่งมา ทหารก็จะกลับไปทำหน้าที่ของทหารอย่างเดียว
ระดม ยุทธโธปกรณ์ -ชุดแพทย์เคลื่อนที่-ครัวสนาม
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบกพร้อมด้วย พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ เสนาธิการทหารบก และนายทหารชั้นผู้ใหญ่ เดินทางไปตรวจน้ำท่วมที่ จ.ลพบุรี ว่า หน่วยทหารใน จ.ลพบุรี ได้ดำเนินการช่วยเหลือมาโดยตลอด โดยศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพภาคที่ 1 ได้ประสานงานกับผู้ว่าราชการจังหวัดและหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องของรัฐบาลที่ลงไปแก้ปัญหา แต่ปริมาณก็ยังมากขึ้นตามลำดับ ซึ่งสร้างความเดือดร้อนเป็นวงกว้าง
อย่างไรก็ตาม ปัญหาขณะนี้ คือ น้ำท่วมกินบริเวณกว้างมาก การช่วยเหลืออาจจะไมทั่วถึง ตนได้สั่งการให้เพิ่มเติมเรือลงไปในพื้นที่ให้มากขึ้นเพื่อให้มีการสัญจรทางน้ำ แต่เรือของเรามีขนาดเล็ก คงจะต้องหาเรือขนาดใหญ่มาเพิ่มเติม ทั้งนี้ชุดแพทย์เคลื่อนที่ 12 ชุด ทั้งในส่วนรักษาพยาบาลและการดูแลสภาพจิตใจของประชาชน นอกจากนี้ ยังให้ระดมรถยานพาหนะขนาดใหญ่ทั้งหมดของทหาร เพื่อลำเลียงนักเรียนและประชาชน
ส่วนของอากาศยาน ถ้าหากสภาพอากาศอำนวยก็จะให้บินขึ้นไปตรวจการและลำเลียงส่งของในพื้นที่ห่างไกล และรับคนป่วยไปโรงพยาบาล นอกจากนี้ ยังมีรถครัวสนามกระจายลงไปในพื้นที่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า สำหรับเรื่องความไม่เข้าใจกันของคนในพื้นที่ที่ประสบเหตุน้ำท่วม ทุกส่วนราชการต้องช่วยกัน เพราะมีปัญหาความไม่เข้าใจกันในหลายพื้นที่ ที่บางคนน้ำท่วมบ้าน บางคนไม่ท่วม ต้องมีการระบายน้ำและจัดสรร ต้องพูดให้เกิดความเข้าใจ
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า ตนเป็นห่วงเรื่องนี้ ไม่อยากให้ทะเลาะกัน เพราะเห็นมีการทะเลาะเรื่องระบายน้ำ ดูไม่เรียบร้อย และต้องเข้าใจว่าบางพื้นที่ต้องกันเอาไว้ เพราะเป็นพื้นที่เศรษฐกิจ และเป็นจุดความช่วยเหลือประชาชน และหวังว่าเหตุการณ์ครั้งนี้จะทำให้เราต้องรักและสามัคคีกันให้มากๆ ในส่วนของทหารก็พร้อมที่จะดูแลช่วยเหลือในเรื่องต่างๆ พร้อมทั้งดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาลอย่างเต็มที่
“น้ำท่วมอยู่ 23 จังหวัด เราได้ใช้ทหารลงไปทุกพื้นที่ประมาณ10,000คน พลัดเปลี่ยนกัน ยานพาหนะขนาดใหญ่500คัน เรือ 100 กว่าลำ อากาศยาน รถครัวสนาม อย่างไรก็ตามทหารพร้อมจะดูแลทุกข์สุขของประชาชนและขอให้กำลังใจทหาร เพราะเหน็ดเหนื่อยพอสมควร” พล.อ.ประยุทุธ์ กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่ออีกว่า สำหรับพื้นที่อพยพให้ประชาชน จ.ลพบุรี นั้น มีการสำรวจพื้นที่อยู่แล้ว ทั้งบนถนน วัด สถานที่ราชการ แต่ปัญหาคือน้ำท่วมมากและกินบริเวณกว้างจนไม่รู้จะไปไหน คือ ไม่มีที่จะไป ร่วมถึงประชาชนก็ไม่ยอมออกจะพื้นที่ เพราะต้องดูแลข้าวของ แต่ได้ขอร้องว่าถ้าไม่ไหวจริงๆขอให้ออกมา ทั้งนี้เราก็เห็นใจประชาชน และตนได้สั่งการให้ทหารใช้เรือลาดตระเวน ติดเครื่องขยายเสียง และไฟฉายวิ่งทั้งกลางวัน กลางคืน ดูแลความปลอดภัย พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนเข้าใจสถานการณ์ว่าไม่ได้ถูกทอดทิ้ง ในส่วนของสถานีวิทยุของกองทัพบก ทั้ง127 สถานี ก็ได้นำนักจิตแพทย์มาพูดคุย และในพื้นที่ก็จัดหาวิทยุให้ชาวบ้านได้ติดตามสถานการณ์
"ในส่วนของประชาชนที่เป็นห่วงว่าน้ำจะท่วม กทม.นั้น จากการที่ติดตามสถานการณ์ ปริมาณน้ำที่เข้ามาอยู่ 3,200 ลบ.ซม.ก็ถือว่าแย่พอสมควร โดยในกรุงเทพฯมีพื้นที่ที่จะประสพภัยน้ำท่วม 13 เขต ที่อยู่ด้านตะวันออกติดแม่น้ำเจ้าพระยา ทั้งนี้ก็ได้มีการเตรียมการเสริมคั้นกั้นน้ำทั้งวงในและวงนอกของ กทม.ไว้แล้ว นอกจากนี้จะเรียกทหารที่อยู่ต่างจังหวัดให้กลับมาดูแลบางส่วน โดยประสานงานกับผู้ว่าราชการจังหวัด อย่างไรก็ตามคาดการว่าในส่วนของภาคกลางจะได้รับผลกระทบไปถึงเดือนพฤศจิกายน แต่ก็อย่าตกใจ เราต้องยอมรับความเป็นจริง และต้องเข้มแข็งเพื่อให้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่เกิดขึ้นให้ได้ ส่วนกำลังทหารจะเพียงพอหรือไม่นั้น ก็ไม่เป็นไร เพราะเป็นหน้าที่และความรับผิดชอบ ทุกคนตั้งใจและเสียสละ ตนในฐานะที่เป็นผู้บังคับบัญชาก็ห่วงกำลังพล ทั้งนี้ก็ไม่อยากให้ประชาชนเสียชีวิต เราก็จะพยายามทำให้ดีที่สุด" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว



