
'กาสิโน'เซียนหนุน-ตร.ขานรับ
กาสิโน...เสรี เซียนหนุน-ตร.ขานรับ : ตะลุยข่าว โต๊ะรายงานพิเศษ
"โยนหินถามทาง"...มาโครมใหญ่!! ผอ.สำนักสลากกินแบ่งรัฐบาล ชงเรื่อง "เอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์" บ่อนกาสิโนและแหล่งบันเทิงครบวงจรแห่งแรกของเมืองไทย ให้รัฐบาลรับลูก แต่ดูท่าทีเหมือนรัฐบาลกำลังหยั่งกระแสสังคมว่า "รับได้หรือไม่" ?!!
หลายภาคส่วนของสังคม ออกโรงต้านกันสุดตัว แสดงท่าทีรับไม่ได้ที่รัฐบาลจะสนับสนุน "ธุรกิจสีเทา" ให้เติบโตอย่างถูกต้องตามกฎหมาย แต่ทว่าในมุมมองของ "นักพนันตัวจริง" กลับสะท้อนมุมมองที่น่าสนใจว่า หากประเทศไทยมีบ่อนกาสิโนถูกกฎหมายเกิดขึ้นจริงๆ รับรองเงินทองไม่รั่วไหลออกนอกประเทศ และหากจะสกัดนักเสี่ยงโชคคนไทยรายได้ต่ำ ต้องเรียกเก็บเงินค่าเข้าหรือเงินกินเปล่าสูงๆ รับรองคนหาเช้ากินค่ำไม่กล้ามาใช้บริการแน่ๆ
เฮียต้อย อายุ 49 ปี เจ้าของธุรกิจนำเข้าและส่งออกสินค้าไปต่างประเทศ เซียนพนันตัวยงเคยเดินทางไปเล่นพนันบ่อนกาสิโนในหลายที่แล้วทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็น สิงคโปร์ มาเลเซีย เกาหลี มาเก๊า ญี่ปุ่น และลาสเวกัส สหรัฐอเมริกา ยอมรับว่า การเล่นการพนันก็เหมือนการลงทุนประเภทหนึ่ง เพราะมีความเสี่ยง หากเมืองไทยจะมีการตั้งกาสิโนขึ้นมา คิดว่าเป็นเรื่องดีเงินจะได้ไม่รั่วไหลออกนอกประเทศ ทุกวันนี้ พวกนักเล่นไม่ว่าจะเป็นระดับใด ต่างขนเงินออกไปเล่นตามบ่อนกาสิโนของประเทศเพื่อนบ้านเยอะมาก
"ในอดีตสิงคโปร์ก็ไม่ยอมให้มีการตั้งบ่อนกาสิโน มาเลเซียก็ด้วยเพราะเป็นเรื่องขัดต่อศาสนา แต่สุดท้ายก็ต้องเปิดกาสิโน และทำรายได้มหาศาล อย่างบ่อนกาสิโนที่สิงคโปร์ ชาวต่างชาติเข้าไปเล่นจะไม่เสียค่าเข้า หากเป็นคนสิงคโปร์จะเสียเงินค่าเข้า 100 ดอลลาร์สิงคโปร์ หรือเกือบ 2,500 บาท เล่นได้ 24 ชั่วโมงหากเกินเวลาจะถูกปรับเงินอีก 100 ดอลลาร์สิงคโปร์" เฮียต้อยยกตัวอย่าง
เฮียต้อยยังแนะนำว่า คนไทยส่วนใหญ่ชอบเล่นการพนันกันมาตั้งนานแล้ว จะมาอ้างว่ามีบ่อนกาสิโนแล้วจะเกิดปัญหาครอบครัว ปัญหาอาชญากรรม แล้วทุกวันนี้ มันไม่มีปัญหาพวกนี้อยู่หรืออย่างไร หากเมืองไทยจะเปิดบ่อนถูกกฎหมาย ต้องมีการวางมาตรการดีๆ ต้องกำหนดเงินค่าเข้าไปใช้บริการ หรือเงินกินเปล่าคนละ 5,000 ถึง 1 หมื่นบาท แล้วคนหาเช้ากินค่ำจะยอมเสียหรือ?
ส่วน "เฮียไก่" อายุ 52 ปี อดีตหุ้นส่วนบ่อนพนันในพื้นที่ กทม. แต่ปัจจุบันปิดกิจการลงแล้ว บอกว่า หากเมืองไทยเปิดบ่อนกาสิโนน่าจะดี เพราะประเทศเพื่อนบ้านรอบข้างเรามีกันหมดแล้ว น่าจะลองเปิดดูสัก 1 ปี รับแต่นักเสี่ยงโชคชาวต่างชาติ แต่คนไทยห้ามเข้า แล้วค่อยมาดูว่าจะมีกำไรเท่าไหร่ ส่วนบ่อนพนันเถื่อน ยังจะมีอยู่หรือไม่นั้น ก็ต้องดูว่านโยบายของรัฐบาลเป็นอย่างไร
"หากเมืองไทยมีกาสิโนถูกกฎหมาย เชื่อว่าคนทำบ่อนคงไม่อยากขาดรายได้ ต้องมีการจ่ายค่าคอมมิชชั่นให้แก่ผู้ที่พานักพนันมาเล่นร้อยละ 1 ของจำนวนเงินที่แลกชิพ แต่หากเป็นพวกนายหน้าหรือหัวเบี้ยที่พาคนไปเล่นพนันบ่อนเถื่อนอาจได้ค่าคอมมิชชั่นเพิ่มอีกร้อยละ 2-3 เปอร์เซ็นต์ หรืออาจจะมากกว่านั้นก็ได้ รวมถึงบ่อนเถื่อนอาจจะมีโปรโมชั่นพิเศษ เพื่อดึงดูดนักพนันให้เข้ามาที่บ่อนเถื่อนดีกว่าไปบ่อนกาสิโนถูกกฎหมายก็ได้" เฮียไก่เปรียบเทียบ
แม้ว่ายังไม่รู้ว่า "บ่อนถูกกฎหมาย" จะเกิดขึ้นในสังคมไทยหรือไม่? แต่ "บ่อนเถื่อน" ก็ยังไม่ตายจากสังคมไทย ล่าสุด "ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์" หัวหน้าพรรครักประเทศไทย ออกมาแฉถึงบ่อนใหม่ที่รอเปิดแถวๆ เหม่งจ๋าย!!
เรื่องนี้...นักพนันทุกระดับรู้กันมาหลายเดือนแล้ว ลือกันว่าบ่อนแห่งนี้ลงทุน 300 ล้านบาท หากใครจะเข้าไปเอี่ยวร่วมลงทุนธุรกิจจะคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ที่ต้องจ่ายร้อยละ 1 อย่าง ร่วมหุ้น 3 เปอร์เซ็นต์ ก็ 3 ล้านบาท หากร่วมหุ้น 10 เปอร์เซ็นต์ก็ 30 ล้านบาท ซึ่งบ่อนแห่งนี้ มีการตกแต่งทั้งภายนอกและภายในจนเกือบเสร็จสมบูรณ์แล้ว มีห้องสำหรับลูกค้าวีไอพี 4 ห้องใหญ่ ห้องสำหรับคนเล่นทั่วไป หรือ "สนามทราย" 1 ห้องใหญ่
แวดวงนักพนันลือกันว่า บ่อนแห่งนี้มีหลายหุ้นส่วน มีทั้งอดีตรัฐมนตรี รัฐมนตรี ภรรยาของรัฐมนตรีบางคน รวมถึงผู้ใกล้ชิดของอดีตนายกรัฐมนตรี และมีนักธุรกิจ "อ." ร่วมหุ้นอยู่ด้วย โดยตอนแรกคาดว่าน่าจะเปิดให้บริการตั้งแต่ 25 กันยายน ที่ผ่านมา แต่ถูกเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนด แม้ว่าคนงานหรืออุปกรณ์เกือบจะพร้อมแล้ว ขาดเพียง "ไพ่" จำนวนมหาศาลที่จะนำเข้ามาเท่านั้น
ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจที่มีอำนาจในการสืบสวนสอบสวนคดีอาญาหลายนาย มีความคิดถึงกรณีการเปิดบ่อนเสรีว่า หากจะมีการเปิดกาสิโนถูกกฎหมาย เชื่อว่า ระบบส่วยจะหายไป แต่อยากให้รัฐบาลนำเงินรายได้จากบ่อนที่ถูกกฎหมาย มาพัฒนาและส่งเสริมเพิ่มขีดความสามารถของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทั้งเรื่องการเพิ่มเงินเดือน การเพิ่มงบประมาณด้านการสืบสวนสอบสวน รวมถึงการจัดซื้อเครื่องมือและเทคโนโลยีที่มีความก้าวหน้า เพื่อมาพัฒนางานของตำรวจให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น



