
ล้มประมูล"บัตรเครดิตชาวนา"ลุ้นแจกม.ค.55
ชาวนาฝันค้าง ธ.ก.ส.ล้มประมูลบัตรเครดิต ปรับรูปแบบใหม่ คาดเริ่มแจกบัตร ม.ค.ปีหน้า พร้อมจำนำข้าว 7 ต.ค.ไม่หวั่นน้ำท่วมกระทบโครงการ กกร.ไฟเขียวมาตรการป้องสวมสิทธิ์-ปลอมปนข้าว
29 ก.ย.54 นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานกรรมการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า ที่ประชุมเห็นตรงกันว่าควรมีการทบทวนรูปแบบและความเหมาะสมในการจัดทำบัตรเครดิตชาวนาอีกครั้ง เนื่องจากรูปแบบที่ ธ.ก.ส.เปิดประมูลมีความซับซ้อนมากเกินไป ทำเหมือนบัตรเครดิตเต็มรูปแบบ
นอกจากนี้วงเงินที่ธ.ก.ส.เตรียมไว้สำหรับดำเนินโครงการ 1,000 ล้านบาทนั้น เป็นวงเงินที่สูงเกินไป น่าจะปรับลดลงมาได้ เพื่อนำเงินไปใช้ประโยชน์ด้านอื่น เนื่องจากการลงทุนบัตรที่เดิมมีชิพฝังข้อมูลด้วยจะหายไปและรูปแบบจะเป็นบัตรที่มีแถบแม่เหล็กข้อมูลเท่านั้น คล้ายกับบัตรเอทีเอ็ม หรือบัตรเดบิตที่ใช้ระหว่างธ.ก.ส. ลูกค้าและร้านค้าที่เข้าโครงการเท่านั้น
"การปรับรูปแบบบัตรเครดิตใหม่น่าจะประหยัดงบลงมาได้ ทำให้การประมูลบัตรแบบเดิมต้องยกเลิกไปก่อน ซึ่งเรื่องนี้ได้หารือกับนายกรัฐมนตรีและรองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจแล้ว เห็นตรงกันว่า หากจะทำบัตรเครดิตเกษตรกรก็ควรให้มีความมั่นคง ชัดเจนไม่ต้องเร่ง และยืนยันว่า ไม่เกี่ยวกับการประมูลคัดเลือกบริษัทเข้ามารับทำโครงการที่มีปัญหาร้องเรียนเรื่องความไม่โปร่งใสในขณะนี้" นายธีระชัย กล่าว
นายธีระชัยกล่าวอีกว่า เดิมที่กำหนดให้นำร่องเปิดรับทำบัตรเครดิต 5 จังหวัดในวันที่ 7 ตุลาคมนี้ และจะแจกบัตรเดือนพฤศจิกายน ก็ต้องเลื่อนออกไปก่อน ระหว่างนี้จะเข้าสู่กระบวนการทำร่างทีโออาร์ใหม่และเตรียมความพร้อมกับร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ คาดว่าอย่างเร็วก็น่าจะเริ่มแจกบัตรเครดิตเกษตรกรได้เดือนมกราคม 2555 หรือก่อนเริ่มปีการผลิตข้าวนาปีฤดูกาลหน้าในเดือนเมษายน
นอกจากนี้ ในที่ประชุมหารือถึงการดำเนินโครงการรับจำนำข้าวนาปี ปีการผลิต 2554/55 วงเงิน 4.1 แสนล้านบาท โดยเป้าหมายการรับจำนำยังอยู่ที่ 25 ล้านตัน จากพื้นที่ 60 ล้านไร่ แต่ปัญหาน้ำท่วมกินพื้นที่ 4 ล้านไร่ ปริมาณข้าวน่าจะลดลงและอาจใช้เงินไม่ถึง 4 แสนล้านบาท หากสามารถรับข้าวเปลือกเข้ามาสีเป็นข้าวสารและสามารถขายออกไปได้เร็ว
ด้าน นายยรรยง พวงราช ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) ว่า กกร.มีมติควบคุมการขนย้ายข้าวเปลือกในจังหวัดที่มีความสำคัญเกี่ยวกับกรณีอาจเกิดการสวมสิทธิ์และปลอมปนข้าวใน 24 จังหวัดที่ติดกับชายแดนทั้งหมด โดยกำหนดให้การขนย้ายข้าวเปลือกตั้งแต่ 5 ตันขึ้นไป ที่เข้าไปในจังหวัดที่กำหนดจะต้องแจ้งขออนุญาตกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ยกเว้นเกษตรกรที่มีใบรับรองเกษตรกรในโครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปี 2554/2555 ที่หากต้องการขนย้ายไม่ต้องขออนุญาต แต่จะต้องมีใบรับรองเพื่อแสดงตัวตนด้วย
ทั้งนี้ เพื่อป้องกันการสวมสิทธิ์เกษตรกรในโครงการจำนำข้าว เป็นการปกป้องผลประโยชน์ให้แก่ชาวนา อีกทั้งยังเป็นการป้องกันปลอมปนข้าว ซึ่งมีการกำหนดราคารับจำนำข้าวแต่ละชนิดที่แตกต่างกัน หากพบว่ามีผู้กระทำความผิดไม่ขออนุญาตมีโทษจำคุก 5 ปี ปรับ 1 แสน หรือทั้งจำทั้งปรับ และกรณีแจ้งเท็จจะมีโทษอาญาจำคุก 3 ปี ปรับ 6,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
นอกจากนี้ กกร.ยังมีมติกำหนดให้ผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องกับเรื่องข้าวทั้งหมดทั่วประเทศ ไม่ว่าจะเป็น โรงสี ท่าข้าว พ่อค้าข้าวหรือหยง และตลาดกลาง ยกเว้นชาวนา ต้องแจ้งการครอบครองข้าวเปลือกที่มีปริมาณตั้งแต่ 15 ตันขึ้นไป เริ่มแจ้งยอด ณ สิ้นเดือนกันยายนเป็นต้นไป และกำหนดให้แจ้งทุกๆ 15 วัน หรือหากมีการเปลี่ยนแปลงสถานที่เก็บต้องแจ้งภายใน 3 วัน เพื่อเป็นการป้องกันโรงสีนำข้าวมาสวมสิทธิ์ในโครงการ หลังมีข่าวว่าโรงสีกว้านซื้อข้าวเพื่อเข้าสวมสิทธิ์ในโครงการ โดยหากแจ้งเท็จ หรือไม่แจ้งจะมีโทษจำคุก 1 ปี ปรับ 2 หมื่นบาท ซึ่งกรณีแจ้งความเท็จยังมีโทษทางอาญาจำคุก 3 ปี ปรับ 6,000 บาท
นายยรรยงกล่าวว่า มาตรการดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ได้หลังจากหลังจากรมว.พาณิชย์ลงนามไปแล้ว 1 วัน คาดว่าจะเริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมเป็นต้นไป นอกจากนี้ยังมีมติให้สินบนนำจับแก่ผู้ที่แจ้งเบาะแสการทุจริตในโครงการรับจำนำ ในอัตรา 25% ของค่าปรับ ซึ่งผู้แจ้งเบาะแสจะได้รับสินบนนำจับหลังจากคดีตัดสินแล้ว โดยให้แจ้งเบาะแสที่สายด่วน 1569



