
น้ำทะลักเข้าคลองเปรมดอนเมือง
น้ำคลองรังสิตทะลักเข้าคลองเปรมเขตดอนเมืองแล้ว กทม.ไม่หวั่นน้ำจ่อท่วมกรุง มั่นใจ 50 เขตรับมือไหว จับตาภาวะฝน-น้ำทะเลหนุนใกล้ชิด สั่งเจ้าหน้าที่เร่งระบายน้ำออกจาก เจ้าพระยา
เมื่อวันที่ 29 ก.ย. นายสมพงษ์ ศรีอนันท์ นายกเทศมนตรีตำบลหลักหก อำเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี พร้อมด้วยนายทวีวิทย์ พันธ์ชาติ ปลัดเทศบาลตำบลหลักหก และพนักงานเจ้าหน้าที่ตำบลหลักหก ได้ตั้งศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจป้องกัน และแก้ไขปัญหาอุทกภัยน้ำท่วมฉับพลันในพื้นที่ประจำปี 2554 บริเวณทางเข้า หมู่ที่ 5 ตำบลหลักหก จังหวัดปทุมธานี
โดยได้ออกแก้ไขปัญหาอุทกภัยน้ำท่วมฉับพลันในพื้นที่หมู่ที่ 4 และหมู่ที่ 5 ตำบลหลักหก ถนนเลียบคลองรังสิตทั้งสองฝั่งหรือซอยผู้ใหญ่เลี้ยง ซึ่งระดมพนักงานเจ้าหน้าที่ ของเทศบาลตำบลหลักหกในการทำคันกั้นกระสอบทรายยาว 1,600 เมตร ในพื้นที่หมู่ที่ 5 และ 2,400 เมตรในพื้นที่หมู่ที่ 4 เพื่อให้ประชาชนสามารถสัญจรไปมาในการใช้ชีวิตประจำวันได้สะดวกขึ้นนอกจากนี้ตรงจุดประตูน้ำคลองเปรมประชาน้ำได้ได้ข้ามกรสอบทราบข้ามถนนเข้าพื้นที่ริมถนนโลคัลโรส ทำให้เจ้าหน้าที่เทศกิจเขตดอนเมืองต้องส่งเจ้าหน้าที่มาช่วยจำนวน 40 นายและทหารจาก ปตอ.พัน 7 จำนวน 60 นาย มาช่วยในการป้องกันน้ำเข้าท่วมในเขตกรุงเทพ
ทั้งนี้ทางเทศบาลตำบลหลักหกได้ให้การช่วยเหลือเบื้องต้นในขณะนี้โดยส่งอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านไปดูแลคนแก่ชราในพื้นที่ และแจกถุงยังชีพจำนวน 460 ชุด เฉพาะประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนน้ำท่วมบ้านที่อยู่อาศัย จำนวนประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน 1,200 คน
กทม.ไม่หวั่นน้ำจ่อทะลักท่วมกรุง
นายสัญญา ชีนิมิตร ผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร (กทม.) กล่าวว่า สถานการณ์น้ำวันนี้ ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาเมื่อเช้านี้วัดได้ 1.97 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง ส่วนปริมาณน้ำวัดที่เขื่อนเจ้าพระยาและเขื่อนพระรามหกมีปริมาณน้ำ 4,860 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ปริมาณน้ำไหลเข้าสู่แม่น้ำเจ้าพระยาวัดที่ประตูระบายน้ำ อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา วัดได้ 3,214 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ในระยะนี้สำนักการระบายน้ำได้เฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
เนื่องจากเป็นช่วงที่กรมอุตุนิยมวิทยาเตือนระวังพายุฝนและเป็นช่วงน้ำทะเลหนุนสูงประกอบกับมวลน้ำเหนือที่เข้ามา จึงได้เร่งดำเนินการระบายน้ำออกจากแม่น้ำเจ้าพระยาเฉลี่ยปริมาณวันละ 10 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
นายสัญญา กล่าวต่อว่า สำหรับพื้นที่ด้านตะวันออกได้เร่งระบาย โดยเปิดประตูระบายน้ำคลองแสนแสบ และประตูระบายน้ำที่เขตประเวศ เพื่อระบายน้ำออกจากคลองระพีพัฒน์ และคลอง 13 หนองจอก ส่วนพื้นที่ด้านในได้เร่งระบายโดยเปิดประตูระบายน้ำเทเวศร์ ออกไปยังคลองมหานาค และต่อไปยังคลองแสนแสบ จากนั้นจะไปออกที่อุโมงค์พระโขนง เพื่อให้ไหลลงสู่อ่าวไทย หากปริมาณฝนตกประมาณ 60-70 มิลลิเมตร จะสามารถใช้เวลาระบายน้ำได้ใน 1-2 ชั่วโมง ทั้งนี้ เชื่อมั่นว่ายังสามารถรับมือได้
ด้านนายอดิศักดิ์ ขันตี รองผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำกทม. กล่าวถึงกรณีที่สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ สทอภ. หน่วยงานในสังกัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้เผยภาพจากดาวเทียม แสดงพื้นที่เสี่ยงภัยที่จะเกิดน้ำท่วมฉับพลันในช่วง 3-5 วันที่จะถึงนี้ ใน 13 เขตของกทม. ได้แก่ หนองค้างพลู ทุ่งสองห้อง สายไหม คลองถนน อนุสาวรีย์ จระเข้บัว ลาดพร้าว คลองกุ่ม คลองจั่น หัวหมาก สะพานสูง คลองสองต้นนุ่น ลาดกระบัง และบริเวณปริมณฑลนั้น กทม.ยืนยันว่ายังรับสถานการณ์น้ำไหวอยู่ เพราะสำนักงานเขตทั้ง 50 แห่งได้มีแผนป้องกันน้ำท่วมเฉพาะพื้นที่อยู่แล้ว หากช่วง 2-3 วันนี้กทม.ไม่มีฝนตกลงมาเพิ่มเติมก็สามารถรับสถานการณ์ได้
นายอดิศักดิ์ กล่าวต่อว่า ขณะนี้การบริหารจัดการน้ำอยู่ที่กรมชลประทานจะดำเนินการอย่างไร แต่ในพื้นที่กทม.ได้มีการวางมาตรการบริหารน้ำไว้ทุกทางแล้ว โดยเฉพาะปริมาณน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยายังอยู่ต่ำกว่าแนวกั้นน้ำที่สร้างไว้ประมาณ 60-70 เซนติเมตร จึงยังสามารถรับน้ำได้สบาย ทั้งนี้ หากมีปริมาณน้ำมาทางเหนือ ฝั่งตะวันตก ฝั่งตะวันออก กทม.จะมีประตูระบายน้ำ คลองสายหลัก และอุโมงค์ทำหน้าที่เร่งระบายน้ำออกสู่ทะเลที่ จ.สมุทรปราการโดยเร็วที่สุด
ขณะที่ นายณรงค์ การุณยธร ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตดอนเมือง กล่าวว่า ตนได้รับมอบหมายจากผู้อำนวยการเขตให้เร่งดำเนินการควบคุมแก้ไขสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ โดยได้ประสานกับเทศบาลตำบลหลัก 6 จ.ปทุมธานี ในการรักษาระดับน้ำในคลองเปรมประชากรไม่ให้เอ่อล้นท่วมผิวจราจร จากการตรวจสอบระดับน้ำในคลองเปรมประชากรขณะนี้พบว่า มีความสูงกว่าพื้นผิวจราจรแล้ว ซึ่งเจ้าหน้าจึงระดมกั้นแนวกระสอบทรายให้มีความแน่นหนา เนื่องจากคลองเปรมประชากรถือเป็นเส้นเลือดใหญ่ที่มีความสำคัญต่อพื้นที่กทม. หากปล่อยให้น้ำทะลักเข้ามาได้อาจท่วมถึงเขตหลักสี่ บางซื่อ และพื้นที่กทม.ชั้นใน
“เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้ โดยในเขตดอนเมืองยังไม่มีพื้นที่ใดได้รับผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วม นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังได้พร่องน้ำในคลองเปรมประชากร เพื่อเตรียมการรองรับน้ำเหนือและน้ำฝนที่อาจมีปริมาณเพิ่มสูงขึ้น” นายณรงค์ กล่าว
วางกล่องเกเบี้ยนสะกัดน้ำทะลักประตูระบายน้ำบางโฉมศรีชะลอท่วมลพบุรี
นายธีระ วงศ์สมุทร รมว.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวในการตรวจเยี่ยมสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดลพบุรีว่า จากปริมาณน้ำที่ไหลเข้าท่วมใน 3 อำเภอของจังหวัดลพบุรีขณะนี้ซึ่งเป็นน้ำที่มาจากแม่น้ำเจ้าพระยาทั้งหมดจากก้อนน้ำสองส่วน คือน้ำที่ล้นจากสปริงเวย์ของเขื่อนเจ้าพระยาและปริมาณน้ำที่ไหลทะลักจากประตูระบายน้ำบางโฉมศรีเสียหายรวมกับคันกั้นน้ำชัยนาทอยุธยาชำรุดอยู่สองจุดทำให้ปริมาณน้ำที่ไหลเข้าสู่จังหวัดลพบุรีมีถึงวันละประมาณ 70 ล้านลูกบาศก์เมตร
ดังนั้นประมาณน้ำส่วนใหญ่ที่อยู่ในทุ่งระหว่างตอนเหนือถนนสิงห์บุรีมาถึงจังหวัดลพบุรีคิดเป็นปริมาณน้ำพันกว่าล้านลูกบาศก์เมตร แนวทางในการแก้ไขปัญหาขณะนี้ คือการชะลอน้ำบริเวณประตูระบายน้ำบางโฉมศรีให้ได้โดยเร็วที่สุด โดยกระทรวงเกษตรฯ ได้มอบหมายให้กรมชลประทานประสานการทำงานร่วมกับกระทรวงกลาโหมโดยหน่วยบัญชาการทหารพัฒนาและทหารช่าง ที่ขณะนี้ได้เริ่มขนเครื่องจักรเครื่องมือต่าง ๆ เพื่อนำหินก้อนใหญ่ใส่กล่องเกเบี้ยนและบรรทุกใส่เรือเพื่อนำไปปิดกั้นและชะลอการไหลของน้ำซึ่งหากดำเนินการได้แล้วเสร็จคาดว่าจะสามารถชะลอการไหลเพิ่มของน้ำได้ประมาณ80% ซึ่งจะเป็นการบรรเทาปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดลพบุรีให้เบาบางลงได้สำหรับสถานการณ์พื้นที่ประสบภัยน้ำท่วมในจังหวัดลพบุรีขณนี้มีประมาณ 3.1แสนไร่ ประชาชนประสบภัยจำนวน 74,000 ครัวเรือน หรือประมาณ 2 แสนราย
ชาวกรุงเก่าชุมนุมจี้ชลประทานเปิดประตูระบายน้ำคลองบางกุ้ง
เมื่อเวลา 13.30 น. ได้มีชาวบ้านใน ต.บ้านกุ่ม อ.บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา จำนวน 200 คนมารวมตัวกันอยู่ที่ประตูระบายน้ำคลองบางกุ้ง ม. 9 ต.บ้านกุ่ม เพื่อเรียกร้องให้ชลประทานยกประตูระบายน้ำขึ้น เนื่องจากมีบ้านเรือนที่อยู่ริมแม่น้ำที่อยู่เหนือประตูระบายน้ำได้รับความเดือดร้อนน้ำเอ่อสูงมาก ในขณะที่พบว่าเหลืออีก 10 ซ.ม.น้ำจะล้นประตูระบายน้ำ โดยก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 28 ก.ย.ชาวบ้านได้มาเรียกร้อง และทางชลประทานรับปากจะเปิดประตูระบายน้ำขึ้น แต่ก็ยังไม่ได้เปิดจึงได้มารวมตัวกัน ซึ่งนายอำเภอบางบาลและบางปะหัน ได้เดินทางมาเจรจา แต่ไม่สำเร็จ จนกระทั่งนายณรงค์ อ่อนสะอาด รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้มาเจรจาและให้ชลประทานยกประตูระบายน้ำขึ้น 40 ซ.ม. เพื่อให้น้ำระบายเข้าทุ่งทับน้ำและบางแพร่ง ซึ่งมีทุ่งนา 2 หมื่นไร่ แต่จะไม่ได้รับผลกระทบ แต่จะกระทบกับบ้านเรือนประชาชนในเขต อ.บางปะหัน ถูกน้ำท่วมสูงขึ้น หลังเปิดประตูแล้วชาวบ้านแยกย้ายกันกลับ
ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาที่เอ่อเข้าท่วมบริเวณพื้นที่ ม. 1 ต.ภูเขาทอง อ.พระนครศรีอยุธยา ทำให้บ้านส่วนใหญ่ถูกน้ำท่วมจมไปทั้งหลัง แต่ชาวบ้านส่วนใหญ่ก็หนุนพื้นสูง เพื่ออาศัยหลับนอน เนื่องจากไม่ต้องการที่จะทิ้งบ้านออกมานอนที่ริมถนน อย่างไรก็ตามระดับน้ำที่ท่วมสูงเกือบ 2 เมตร ส่งผลให้ประชาชนไม่สามารถที่จะออกมาจากบ้านได้ ต้องอาศัยโฟมที่ทางราชการได้แจกจ่ายเมื่อปีที่ผ่านมา นำออกมาใช้ลอยไปมา เพื่อเข้าออกจากบ้าน ซึ่งนอกจากความเดือดร้อนจากความเป็นอยู่แล้ว ยังขาดแคลนเรื่องของเรือและอาหาร ซึ่งไม่เพียงพอ ขณะเดียวกันบ้านหลายหลังใน ม.4 ต.ท่าวาสุกรี ก็ถูกน้ำท่วมจนถึงพื้นบ้าน ต้องทำการยกพื้น แต่ก็ไม่รู้ว่าจะพ้นหรือไม่ เนื่องจากระดับน้ำสูงขึ้นทุกวัน ทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ประสบความลำบากอย่างมาก ต้องทำอาหารในน้ำ โดยเฉพาะบ้านหลังนี้มีผู้สูงอายุ 2 คน และกำลังประสบปัญหาเรื่องของห้องน้ำ หรือสุขา ซึ่งต้องใส่ภาชนะถุงดำ หรือไปที่วัด จึงอยากที่จะขอให้มีสุขาบริเวณดังกล่าวบ้าง



