ข่าว

'จตุพร'เชื่อ'เฉลิม'ให้ความเป็นธรรมคดี13ศพ

'จตุพร'เชื่อ'เฉลิม'ให้ความเป็นธรรมคดี13ศพ

29 ก.ย. 2554

'จตุพร' เชื่อ 'เฉลิม' ให้ความเป็นธรรมคดี 13ศพ เหตุสลายการชุมนุมเสื้อแดง แย้ม'จรัล-เจ๊ดา' อาจมอบตัว ด้านตร.นครบาลประชุมร่วมดีเอสไอ-อัยการ สานต่อคดีชันสูตรพลิกศพ 13ศพ วางกรอบแนวทางการสอบสวนตรงตามข้อกฎหมาย

          29 ก.ย.54 นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงความคืบหน้าการติดตามคดี 13 ศพที่เกิดจากการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐ ในกรณีสลายการชุมนุมที่แยกราชประสงค์เมื่อกลางปี 2553 ว่า หลังจากที่ ร.ต.อ. เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกฯ ด้านความมั่นคง ซึ่งกำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ( สตช.) รวมทั้งกระทรวงยุติธรรม ได้เข้ามาดูแลคดีดังกล่าว จัดทีมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดใหม่ขึ้นมาดำเนินการ รวมทั้งเรามีหลักฐานชัดเจนว่าทั้ง 13 ศพเสียชีวิตจากการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐ เชื่อว่าจะสามารถเอาผิดทั้งผู้ลงมือกระทำ รวมทั้งผู้สั่งการได้ ขณะที่ผู้ตายและครอบครัวจะได้รับความเป็นธรรมและจะได้รับการเยียวยา

          ทั้งนี้ ตนได้หารือร่วมกับ ร.ต.อ.เฉลิมแล้ว โดยขอให้ดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา อะไรผิดถูกก็ว่ากันไปตามกระบวนการ เอาข้อเท็จจริงมากาง ไม่อย่างนั้นความปรองดองจะไม่เกิดขึ้น รัฐบาลชุดที่ผ่านมาทำให้คดีดังกล่าวเดินหน้าไปด้วยความยากลำบาก คนที่ไม่เคยติดคุกหรือขึ้นศาลคงไม่มีวันเข้าใจ

          นายจตุพร ยังกล่าวถึงการเข้ามอบตัวของนายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง นางดารุณี กฤตบุญญาลัย และนายจรัล ดิษฐาอภิชัย แกนนำ นปช.ว่า คาดว่านางดารุณีและนายจรัล น่าจะเข้ามอบตัวได้ก่อน เนื่องจากกระทำผิดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ เท่านั้น ส่วนกรณีของนายอริสมันต์ ได้มอบหมายให้ฝ่ายกฎหมายของ นปช.ตรวจสอบรวมทั้งเตรียมการในทุกเรื่องให้พร้อมกัน เนื่องจากหลังวันที่ 19 พ.ค.53 มีหลายคดีที่นายอริสมันต์ไม่ได้เข้ามอบตัว จึงกลายเป็นการออกหมายจับ อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดจะทยอยเข้ามอบตัวโดยเร็วที่สุด

 

นครบาลประชุมร่วมดีเอสไอ-อัยการสานต่อคดีชันสูตร13ศพ

          พล.ต.ต.อนุชัย เล็กบำรุง รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.) ในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวนคดีชันสูตรพลิกศพ 13 ศพจากเหตุการณ์สลายการชุมนุมของคนเสื้อแดงเมื่อปี 2553  เรียกประชุมคณะพนักงานสวนสอบในส่วนของกองบัญชาการตำรวจนครบาลทั้งหมดที่รับผิดชอบพื้นที่เกิดเหตุโดยมี พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์ ผู้บัญชาการสำนักคดีการเงินและการธนาคาร

          ซึ่งได้รับมอบหมายจากอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI เจ้าหน้าที่ DSI รวมถึงพนักงานอัยการเข้าร่วมหารือแนวทางการดำเนินการสอบสวนตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติมภายหลังมีการโอนคดีกลับมาให้นครบาลเป็นผู้ดำเนินการต่อตามพื้นที่ สน.ที่เกิดเหตุครอบคลุมคือ  สน.พญาไท สน.วัดพระไกร และ สน.บางรัก ตามคำสั่งของ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกฯ กำกับดูแลกระทรวงยุติธรรมและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมง

          พล.ต.ต.อนุชัย กล่าวหลังการประชุมว่า ได้เรียกประชุมคณะสืบสวนสอบสวน เพื่อพิจารณาสำนวนคดี 13 ศพ ตามที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้ส่งสำนวนมาให้กองบัญชาการตำรวจนครบาลดำเนินการตามกฎหมาย ป.วิอาญา มาตรา 150 วรรค 3 เพื่อร่วมหารือแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและข้อมูล รวมถึงการวางแนวทางการสืบสวน และสอบสวนร่วมกัน หลังจากที่ได้สั่งกำชับให้พนักงานสืบสวนสอบสวน ทำการตรวจสอบเอกสารและศึกษาสำนวนของคดีอย่างละเอียด เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปอย่างรวดเร็ว และถูกต้องตามกฎหมาย

          โดยให้ พ.ต.อ.วัลลภ ประทุมเมือง รอง ผบก.น.9 หัวหน้าพนักงานสืบสวนสอบสวนชุดพิเศษ ประสานไปทางอัยการสูงสุด (อสส.) ขอให้ตั้งพนักงานอัยการมาร่วมสอบสวนทั้ง 13 สำนวน โดยเป็นอัยการจากกองคดีอาญาและกองคดีอาญาใต้ จากการตรวจสอบเบื้องต้นก็มีผู้มาขอให้ข้อมูลทั้งในส่วนของ สน.พญาไท และ สน.บางรัก ซึ่งเจ้าหน้าที่จะติดต่อเพื่อสอบปากคำเพิ่มเติมกับทางพนักงานอัยการ เช่นเดียวกับหากมีหลักฐานเพิ่มเติมก็พร้อมให้มาสอบปากคำเช่นกัน ส่วนกรณีมีพยานที่มาให้ปากคำก่อนหน้านี้ จะสอบปากคำใหม่เพื่อสอบสวนร่วมกับทางอัยการ

          พล.ต.ต.อนุชัย กล่าวต่อว่า วันที่ 30 กันยายน เวลา 16.30 น. ร.ต.อ.เฉลิม จะเดินทางมาที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล เพื่อรับฟังความคืบหน้าสำนวนคดีดังกล่าว โดยมี พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบช.น. รอง ผบช.น. และชุดพนักงานสอบสวนคดี 13 ศพ จำนวน 44 นาย ร่วมชี้แจง และจะพยายามทำสำนวนการสอบสวนให้เสร็จทันเวลาที่กำหนด 30 วัน  แต่หากมีเหตุผล ความจำเป็นต้องขยายเวลาก็อาจขยายไปได้อีก 2 ครั้งครั้งละ 30 วัน และขอยืนยันว่า ไม่รู้สึกกดดันอะไรเพราะทำไปหน้าที่ทำไปตามกฎหมาย

          สำหรับผู้ถูกยิงด้วยอาวุธปืนทั้ง 13 ราย มีดังนี้ นายฮิโรยูกิ มูราโมโต้ ช่างภาพรอยเตอร์ญี่ปุ่น เหตุเกิดท้องที่ สน.พลับพลาไชย 1 นายรพ สุขสถิต นายมงคล เข็มทองและ นายสุวัน ศรีรักษาทั้ง 3 ศพ เหตุเกิดหน้าวัดปทุมวนาราม ถนนพระราม 1 ท้องที่ สน.ปทุมวัน นายชาติชาย ชาเหลา และนายบุญมี เริ่มสุข เหตุเกิดท้องที่ สน.ปทุมวัน นายชาญณรงค์ พลศรีลา พลทหารณรงค์ฤทธิ์ พลศรีลา ด.ช.คุณากรศรีสุวรรณ และ นายพัน คำกอง เหตุเกิดท้องที่ สน.พญาไท นายมานะ อาจราญ เหตุเกิดท้องที่ สน.ดุสิต นายเกียรติคุณ ฉัตร์วีระสกุล และนายประจวบ ประจวบสุข เหตุเกิดท้องที่ สน.วัดพระยาไกร

          โดยก่อนหน้านี้ พล.ต.ต.อนุชัย มีคำสั่งให้ พ.ต.อ.วิชาญญ์วัชร บริรักษ์กุล รอง ผบก.น.1 เป็นหัวหน้า บก.น.1 ส่วน บก.น.5 มี พ.ต.อ.สุคุณ พรหมายน รอง ผบก.น.5 เป็นหัวหน้า และ บก.น.6 มี พ.ต.อ.สืบศักดิ์ พันธุ์สุระ รอง ผบก.น.6 เป็นหัวหน้า

          นอกจากนี้ยังมี พ.ต.อ.วัลลภ ประทุมเมือง รอง ผบก.น.9 เป็นหัวหน้าพนักงานสืบสวนสอบสวนชุดพิเศษ เพื่อดูแลแก้ปัญหาเติมในส่วนที่ขาด พ.ต.อ.สมบัติ มิลินทจินดา รอง ผบก.สส.บช.น. เป็นหัวหน้าเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน ดูพยานหลักฐานทั้งบุคคลและวัตถุ มี พ.ต.อ.สุกิจ อรุณฤกษ์ถวิล ผกก.ฝอ.8 บก.อก.บช.น. เป็นหัวหน้าเจ้าหน้าที่ธุรการและเทคโนโลยี โดยมี พล.ต.ต.สำเริง สุวรรณพงษ์ ผบก.ประจำ บช.น. เป็นผู้ช่วย มีพนักงานสืบสวนสอบสวนในคดีนี้ทั้งสิ้นรวม 44 นาย

          ซึ่งชุดพนักงานสืบสวนสอบสวนมีอำนาจ ดังนี้ 1.คณะพนักงานสืบสวนสอบสวนชุดที่ 1, 2 และ 3 รับผิดชอบตาม ป.วิ.อาญา ว่าด้วยการชันสูตรพลิกศพในสำนวนชันสูตรพลิกศพ มีหน้าที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง และรวบรวมพยานหลักฐานทั้งปวงในคดีว่า ผู้ตายเป็นใคร ตายที่ไหน เมื่อใด เหตุและพฤติกรรมที่ตายเป็นอย่างไร ให้เสร็จสิ้นภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด (30วัน) เพื่อเสนอพนักงานอัยการทำคำร้องให้ศาลไต่สวนต่อไป

          2.คณะพนักงานสืบสวนสอบสวนชุดพิเศษที่มีพ.ต.อ.วัลลภ เป็นหัวหน้า พิจารณาแนวทางการสืบสวนสอบสวน โดยประสานงานคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน ให้ครอบคลุมตามพฤติการณ์แห่งคดีในอันที่จะทราบว่าใคร หรือสงสัยว่าใครเป็นผู้กระทำผิดเท่าที่จะทราบได้ มีอำนาจสืบสวนสอบสวนในสำนวนชันสูตรพลิกศพทั้ง 13 คดี เช่นเดียวกันกับคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน

          เพื่อเป็นกำลังเสริมในกรณีที่มีพยานต้องสอบสวนจำนวนมากและพนักงานสอบสวนชุดนั้นๆ ไม่เพียงพอ ตรวจสอบเร่งรัดพนักงานสืบสวนสอบสวนผู้รับผิดชอบ ให้ดำเนินการสอบสวนทำสำนวนชันสูตรพลิกศพให้เสร็จสิ้นภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด ตลอดจนให้คำปรึกษาและแนะนำแก่คณะพนักงานสืบสวนสอบสวน ในกรณีที่เกิดปัญหาขัดข้องในการปฏิบัติงาน ตรวจสอบกลั่นกรองสำนวนคดีชันสูตรพลิกศพที่คณะพนักงานสืบสวนสอบสวนชุดที่ 1, 2 และ 3 สอบสวนเสร็จสิ้นแล้วเสนอผู้บังคับบัญชาเพื่อพิจารณาสั่งการ และรายงานผลการสืบสวนสอบสวนให้ผู้บังคับบัญชาที่เกี่ยวข้องทราบทุกระยะ

          3.เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนทำหน้าที่สืบสวนหาข่าวให้ได้มาซึ่งพยานหลักฐานหรือข้อเท็จจริงในคดีที่ปรากฏขึ้นก่อนและหลังเกิดเหตุ จากบุคคลหรือแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ ตลอดจนติดตามพยานบุคคลมาพบพนักงานสอบสวนเพื่อสอบปากคำ

          4.เจ้าหน้าที่ธุรการและเทคโนโลยี ดำเนินการตรวจสอบ ติดตาม พยานหลักฐานทั้งพยานบุคคล พยานเอกสาร และพยานวัตถุจากฐานข้อมูล แหล่งข่าว สื่อมวลชน หรือเว็บไซต์ต่างๆ เท่าที่สามารถหาได้ หรือตามที่พนักงานสืบสวนสอบสวนร้องขอและนำส่งมอบให้พนักงานสืบสวนสอบสวนประกอบสำนวนชันสูตรพลิกศพ และประสานทางธุรการกับหน่วยอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อประโยชน์ในการรวบรวมพยานหลักฐาน

          ที่ผ่านมากองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) มีคำสั่งที่ 387/2554 ลงวันที่ 21 ก.ย.54 แต่งตั้งคณะพนักงานสอบสวน เพื่อทำการสอบสวนคดีชันสูตรพลิกศพ 13 ศพที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์วุ่นวายทางการเมือง ที่ทางกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ ได้ส่งกลับมาให้บช.น.ดำเนินการสอบสวนนั้น

          ทาง บช.น.ได้เตรียมอำนวยความสะดวกแก่พยาน ญาติผู้เสียชีวิต หรือบุคคลที่รู้เห็นเหตุการณ์ หรือที่มีข้อมูลอันเป็นประโยชน์ต่อการสอบสวน จึงเตรียมพร้อมและแจ้งข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ และหมายเลขโทรศัพท์เพื่ออำนวยความสะดวกในการติดต่อ ดังนี้

          1.คดีศพที่เสียชีวิตบริเวณหน้าโรงเรียนสตรีวิทยา ถ.ดินสอ บริเวณหน้าวัดปทุมวนาราม ถ.พระราม 1 บริเวณหน้าอาคารอื้อจือเหลียง ถ.พระราม 4 บริเวณบ่อนไก่ สามารถติดต่อให้ข้อมูลได้ที่สน.ปทุมวัน และสน.พลับพลาไชย 1 โทร. 081-9304682 และ 084-7027365

          2.คดีศพที่เสียชีวิตบริเวณหน้าปั๊มเชลล์ ถ.ราชปรารภ บริเวณซ.โรงหนังโอเอ ถ.ราชปรารภ บริเวณใกล้แอพอร์ตลิงค์ บริเวณภายในสวนสัตว์ดุสิต และบริเวณหน้าอนุสรณ์สถาน ถ.วิภาวดีรังสิต ติดต่อให้ให้ข้อมูลได้ที่สน.พญาไท และสน.ดุสิต โทร.081-8601813

          3.คดีศพที่เสียชีวิตบริเวณก่อนขึ้นทางด่วนพระราม 4 (ด่านบ่อนไก่) ติดต่อให้ข้อมูลได้ที่สน.วัดพระยาไกร โทร.086-3013993 และ 081-6273166

          4.คดีศพทุกคดี สามาติดต่อประสานงานได้ที่ ศูนย์ประสานงานกลาง บช.น. โทร.086-5673939 และ 02-2805369