ข่าว

รักกลางไฟสงคราม'50 ปี พิสูจน์รักแท้'

รักกลางไฟสงคราม'50 ปี พิสูจน์รักแท้'

29 ก.ย. 2554

เขยฝรั่ง สะใภ้อินเตอร์ : รักกลางไฟสงคราม'50 ปี พิสูจน์รักแท้ 'หนุ่มจีไอ-สาวสกลนคร' โดย...เสาวลักษ์ คงภัคพูน -- ทวีป ศรีสุรชาติ

         เกือบ 2 ปี แล้วที่ ‘คอล เกเบิ้ล’ ถูกโรคมะเร็งปอดคร่าชีวิต ไปด้วยวัย 70 ปี สามีผู้เป็นที่รัก ของ ‘หมวย’ สาวไทยจากเทือกเขาภูพาน ‘ดินแดนที่ราบสูง’ แต่ ‘หมวย’ ก็ยังมีความรู้สึกว่า ‘คอล’ ยังอยู่ใกล้ๆ ไม่จากไปไหน ยังคงอยู่กับเธอเหมือนเช่นทุกวันที่อยู่ด้วยกัน ด้วยอานุภาพความรัก ความผูกพัน ที่ยังคงอบอวลอยู่ในบ้านที่ก่อร่างสร้างมาด้วยกันในเมืองเล็กๆ นอกรัฐคอนเนตทิคัต ประเทศสหรัฐอเมริกา "บ้าน" ซึ่งเป็นที่พักพิงในวัยชรา

ย้อนกลับไปเมื่อประมาณปี 2501 ในช่วงสงครามอินโดจีน

         ‘ไหม’ หรือ พิสมัย ภูเลิศ ในวัย 20 ปี เพิ่งสูญเสียสามีคนไทยจากการสู้รบ ถูกระเบิดเสียชีวิตที่ประเทศลาว ‘ไหม’ ตัดสินใจหอบลูกชายวัยขวบเศษข้ามฝั่งออกจากเวียงจันทน์ มาฝากพ่อแม่เลี้ยงที่บ้านเกิด ใน จ.สกลนคร

         ชีวิตตอนนั้นเหมือนเรือขาดหางเสือ เสาหลักของชีวิตหักโค่น ภาระอันหนักอึ้งจึงตกอยู่ที่เธอ ไหนจะดูแลลูก ไหนจะดูแลพ่อและแม่ที่นับวันจะแก่ชรา ช่วงจังหวะชีวิตผลักให้เธอเดินออกจากช้างเท้าหลังก้าวมาเป็นช้างเท้าหน้าแทน

         เธอตัดสินใจออกไปหางานทำ ด้วยความรู้เพียงแค่ ป.4 เธอจะไปทำอะไรกิน สุดท้ายตัดสินใจทิ้งบ้านเกิดไปสู้ชีวิตยัง จ.อุดรธานี เพราะสมัยนั้นถิ่นนี้ขึ้นชื่อว่า เป็นขุมทอง ที่ผู้คนมากหน้าหลั่งไหลเข้าเสี่ยงโชค ไม่ต่างกับจังหวัดใหญ่ๆ อย่าง ขอนแก่น โคราช ที่พลุกพล่านไปด้วยทหารฝรั่ง และคนต่างชาติ ที่มีกำลังเงินและใช้จ่ายเงินอย่างฟุ่มเฟือย

         เกือบ 1 ปี ที่ ‘ไหม’ ได้ทำงานเป็นแม่บ้านอยู่ใกล้ๆ กับฐานบินอุดร แม้จะมีชายหนุ่มทั้งไทยและฝรั่งแวะเวียนมาขายขนมจีบไม่เว้นแต่ละวัน แต่อารมณ์ของความสูญเสียบวกกับภาระความรับผิดชอบที่ต้องคอยแบกไว้ เป็นแรงผลักที่ทำให้ ‘ไหม’ ต้องก้มหน้าก้มตาทำงาน เพราะรู้อยู่แก่ใจว่าหากเผลอใจไปกับสิ่งรอบกาย ก็ยิ่งจะนำความลำบากและภาระมาทับถม

         แต่เหมือนชะตาชีวิตต้องพลิกผัน เมื่อวันหนึ่ง  ‘ไหม’ ได้พบกับ ‘คอล เกเบิ้ล’ หนุ่มทหารชาวอเมริกันช่างซ่อมอากาศยานจากการแนะนำของเพื่อนๆ

         ช่วงแรกๆ ‘ไหม’ รู้สึกว่า 'คอล' ก็ไม่ต่างกับทหารจีไอทั่วไป ที่ต้องการรู้จักและหาหญิงไทยเป็นคู่ควง อีกไม่นานก็คงหายหน้าไป จากวันเป็นเดือน ความรู้สึกของเธอเริ่มเปลี่ยนไป ความสุภาพและเสมอต้นเสมอปลาย ของ‘คอล’ ทำให้ ‘ไหม’ เริ่มเปิดใจอย่างไม่รู้ตัว เกือบ 1 ปี ที่คำว่าเพื่อน พัฒนากลายเป็นคู่รัก ‘คอล’ ก้าวมานั่งในใจของ ‘ไหม’ พร้อมกับชื่อใหม่ ‘หมวย’ จากปากของ ‘คอล’ ที่แม้จะคบหามานาน แต่เรียกสาวไทยชื่อ ‘ไหม’ ทีไรหนุ่ม ‘คอล’ เพี้ยนเป็น ‘หมวย’ ทุกครั้ง สาวเจ้าจึงกลายเป็น ‘หมวย’ มาตั้งแต่บัดนั้น

         ‘ไหม’ กลัวที่สุดคือ เมื่อวันครบกำหนด ‘คอล’ ต้องเดินทางกลับประเทศ แม้จะเตรียมใจไว้พอสมควร แต่ ‘ไหม’ ก็อดกลัวกับคำว่า คนรัก ที่อาจแปรเปลี่ยนเป็นแค่เมียเช่า เมื่อเขาไปแล้วลาลับ
 ก่อนเดินทางกลับอเมริกา 1 อาทิตย์ หนุ่ม ‘คอล’ เอ่ยปากชวน ‘หมวย’ กลับไปเที่ยวบ้านเกิดที่สกลนคร พร้อมกับเก็บข้าวของเครื่องใช้ทุกอย่างที่มีติดตัวของทั้งคู่มาด้วย แม้จะไม่เอ่ยปากถาม แต่ ‘หมวย’ รู้ว่านี่เป็นสัญญาณการจากลา

         เมื่อรถโดยสารถึงที่หมาย รถค่อย ๆ ชะลอจอด พร้อมๆ กับร่างหญิงสาวในชุดทันสมัยนิยม ก้าวลงรถประจำทางสายอุดรธานี - สกลนคร มีหนุ่มฝรั่งสูงขาวเดินเคียงคู่ กลายเป็นเป้าสายตาของชาวบ้าน แต่ไม่นานทั้งหมู่บ้านก็รับรู้ว่า หมู่บ้านกำลังจะมีเขยฝรั่ง

         วันต่อมาทั้งสองก้มกราบพ่อแม่ผู้มีพระคุณ สองข้อมือเต็มไปด้วยเส้นด้ายผูกแขน นั่นแสดงว่า ทั้งสองกลายเป็นผัวเมียที่ถูกต้องตามประเพณีอีสาน มีญาติพี่น้องมาเป็นสักขีพยานความรัก

         "หมวย" กวาดสายตาออกไปรอบๆ หมู่บ้าน ซึมซับทุกอย่างให้อยู่ในความทรงจำให้มากที่สุด สายลมร้อนกลางทุ่งนาปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2504 พัดผ่านต้นจาน ที่กำลังออกดอกสะพรั่งสีสันสดใส ลอยมาปะทะใบหน้า นี่คือบรรยากาศท้องทุ่งที่สัมผัสก่อนออกเดินทางไกลในชีวิต โดยไม่รู้ว่าเมื่อใดจะได้กลับคืนท้องทุ่ง ชีวิตพลิกผันจากสาวบ้านนอกกลับต้องไปอยู่ในอีกซีกโลกหนึ่ง ซึ่งที่สุดแล้วเธอก็ใช้เกือบทั้งชีวิตในต่างแดน

         เงินสดก้อนหนึ่ง พร้อมข้าวของเครื่องใช้ส่วนใหญ่เป็นของใช้ของอเมริกา ที่ "คอล" ทิ้งไว้ให้พ่อแม่และญาติพี่น้องของหมวย ก่อนเดินทางจากไปแบบไม่รู้วันกลับ ของบางชิ้นยังถูกใช้ตกถึงรุ่นหลานมาทุกวันนี้ เป็นเครื่องอนุสรณ์ของ "เขยฝรั่ง"

         “พ่อแม่ร้องห่มร้องไห้ กลัวฝรั่งจะเอาลูกตัวเองไปฆ่าแกง แต่ไม่นาน 6 ปีต่อมา ทั้งสองคนก็กลับมาทำงานอยู่ที่สนามบินดอนเมือง และมาคลอดลูกคนแรก ทำงานต่อ 2 ปี จึงกลับไปอยู่อเมริกาตลอด กลับมาเมืองไทย 4-5 ปี ครั้ง นับว่า หมวยโชคดี ที่รู้จักกับ คอล เพราะเขาให้เกียรติเมียเขามาก เงินทุกอย่างให้หมวยเป็นคนจัดการ” รุ่งรัตน์ รัตนพิทักษ์ น้องสาวคนสุดท้องของ ‘หมวย’ ผู้ถ่ายทอดเรื่องราวบางส่วน ผ่านรูปถ่ายที่พี่สาวส่งมาให้

         "คอล และ หมวย" ตั้งใจไว้ว่า ต้นปี 2555 เมื่อหลานโตพอจะเดินทาง จะพากลับมาเยี่ยมบ้านที่ประเทศไทย แต่ ‘คอล’ ก็มาเสียชีวิตก่อน เกือบ 50 ปี ที่ครองชีวิตคู่ร่วมกัน แม้จะต่างเชื้อชาติ ต่างวัฒนธรรม

         ‘คอล’ และ ‘หมวย’ ได้พิสูจน์ให้เห็นว่าความรักของเขาและเธอคือรักแท้ ที่ช่วยกันประคับประคองสร้างความรักให้มั่นคง ไม่ใช่รักชั่วข้ามคืน หรือ ‘เมียเช่า’ ดังคำพูดของใครต่อใครที่มองหญิงไทยเดินเคียงคู่กับฝรั่งในยุคทหารจีไอด้วยสายตาเหยียดหยามดูถูก

         ‘หมวย’ ขณะนี้วัยย่างเข้า 70 ปี ยังแข็งแรง ชีวิตแม้จะอยู่แดนไกลแต่ก็ไม่เหงา เพราะลูกชายที่เกิดกับ ‘คอล’ ทั้ง สเตนลี - จอนห์นี่ เกเบิ้ล ได้มีทายาทน้อยๆ ให้ย่าเลี้ยงพอคลายเหงา แม้ว่าบางเวลายังผุดภาพเมื่อครั้งอดีตกับชีวิตที่หวานชื่นของ "ทหารจีไอ-สาวสกลนคร" ที่รำลึกถึงคราใดก็สร้างรอยยิ้มให้ได้ทุกครั้งไป...