
สหรัฐเร่งสอบเชื้อลิสเตอเรียปนเปื้อนในแคนตาลูป
สหรัฐกำลังเร่งตรวจสอบว่าเชื้อแบคทีเรียลิสเตอเรีย หลังพบปนเปื้อนในแคนตาลูปของรัฐโคโลราโด ทำให้มีผู้ป่วย 72 ราย ซึ่งในจำนวนนี้เสียชีวิตไปแล้ว 13 ราย นับเป็นการระบาดของเชื้อชนิดนี้ ที่ร้ายแรงที่สุดในรอบกว่า 10 ปี
ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐฯ (ซีดีซี) แถลงเมื่อวันอังคารว่า มีผู้ล้มป่วยจากการรับประทานแคนตาลูปปนเปื้อนที่ปลูกในรัฐโคโลราโดแล้วอย่างน้อย 72 คน ซึ่งเสียชีวิตไปแล้ว 13 ราย การติดเชื้อพบใน 18 รัฐ
โดยรัฐโคโลราโดมีผู้ป่วยมากที่สุด รองลงมาคือ เท็กซัส นิวเม็กซิโก และโอกลาโฮมา และแพทย์วิตกว่าจำนวนผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตจะเพิ่มสูงขึ้นอีกในหลายสัปดาห์ข้างหน้า เพราะผู้รับประทานอาหารปนเปื้อนเชื้อแบคทีเรียลิสเตอเรียจะล้มป่วย 1-2 เดือนหลังจากนั้น
เบื้องต้นทราบว่า ต้นตอการระบาดมาจากสวน เจนเซน ฟาร์มส์ ในเมืองโฮลลี รัฐโคโลราโด และได้มีการเรียกเก็บแคนตาลูปทั้งหมดแล้ว
ขณะที่สำนักงานอาหารและยา หรือ เอฟดีเอ ได้แจ้งเตือนตั้งแต่วันที่ 14 กันยายนแล้วให้ผู้บริโภคอย่าเพิ่งรับประทานแคนตาลูปจากสวนดังกล่าว และกำลังสอบสวนว่าการปนเปื้อนเกิดขึ้นได้อย่างไร เจ้าหน้าที่ได้เริ่มตรวจสอบตัวอย่างจากแคนตาลูปในสวนรวมไปถึงกระบวนการเพาะปลูก การเก็บเกี่ยว การบรรจุหีบห่อ และการล้างทำความสะอาด และตรวจดูว่ามีสัตว์รุกล้ำเข้าไปในสวนหรือไม่
แบคทีเรียลิสเตอเรียเจริญเติบโตได้ดีในที่อุณหภูมิต่ำ มักระบาดในเนื้อแช่เย็นพร้อมรับประทาน ชีสไม่ผ่านการพาสเจอร์ไรส์และอาหารทะเลรมควันแช่เย็น เป็นอันตรายมากสำหรับผู้สูงอายุ สตรีมีครรภ์ ผู้ติดเชื้อจะมีไข้และปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ส่งผลต่อกระเพาะอาหารและลำไส้ และหากเชื้อลุกลามไปยังระบบประสาท ก็จะมีอาการปวดศีรษะ คอแข็ง มึนงง สูญเสียการทรงตัว หรืออาจเกิดการชักได้ในผู้ป่วยบางราย
เชื้อชนิดนี้อันตรายกว่าเชื้อแบคทีเรียที่รู้จักกันดี อย่างซาลโมเนลลา และอี.โคไล สหรัฐฯเคยเผชิญแบคทีเรียลิสเตอเรียระบาดเมื่อปี 2541 ต้นตอมาจากฮ็อตด็อกและเนื้อปนเปื้อนผลิตโดยบริษัทในเครือของซารา ลี ทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 21 ราย และเมื่อปี 2528 มีผู้เสียชีวิต 52 คน จากการรับประทานชีสปนเปื้อนชนิดหนึ่ง



