
'อภิสิทธิ์'จี้รบ.ตอบชัดเรื่องเปิดบ่อน
'อภิสิทธิ์'จี้รบ.ตอบชัดเรื่องเปิดบ่อน เตือนสังคมอย่าลืมปมย้ายผบ.ตร.
29 ก.ย.54 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวกรณี พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ รักษาการผบ.ตร. ออกมาแสดงความเห็นด้วยในการที่จะมีบ่อนการพนันที่ถูกกฎหมายจะสามารถลดปัญหาเกี่ยวกับเรื่องการจ่ายส่วยให้ตำรวจได้ว่า เรื่องการที่จะเปิดบ่อนถูกกฎหมายหรือบ่อนเสรีนั้น มีข้อเสียเยอะ ข้อดีก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มี แต่จะหยิบยกด้านใดด้านหนึ่งมาคงไม่ได้ เพราะต้องมองในภาพรวมทั้งหมด และที่สำคัญ คือ รัฐบาลต้องมีความชัดเจนในเชิงนโยบาย เอาข้อเท็จจริงต่างๆ มาดูปัญหาทางสังคมที่หลายประเทศเคยมีประสบการณ์แล้วมาทบทวน
ทั้งนี้ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่จะต้องมีการแก้ไขกฎหมาย อย่างน้อยที่สุดกระบวนการของสภาฯ ก็จะต้องเป็นกระบวนสำคัญในการที่จะติดตามและพิจารณา
เมื่อถามถึงกรณีรายงานข่าวที่ระบุว่า มีนายทุนการออกไปกว้านซื้อที่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตรงนี้ก็ไปอีกขั้น ถึงขั้นว่าไปเลือกพื้นที่ ซึ่งเข้าใจว่า เริ่มมีความขัดแย้ง และเป็นตัวบ่งบอกว่านโยบายนี้ เป็นนโยบายที่มีปัญหา และที่ผ่านมาก็ทราบว่า มีการเคลื่อนไหวในส่วนของหน่วยงาน และในส่วนของการเมืองแต่รัฐบาลโดยคนที่รับผิดชอบต้องมีความชัดเจนว่านโยบายคืออะไร
“ผมไม่ทราบว่านายกรัฐมนตรีได้ยินเป็นครั้งแรกอย่างที่อ้างหรือไม่ แต่คนที่เกี่ยวข้องกับรัฐบาลและพรรคเพื่อไทย มีความพยายามในการผลักดันนโยบายดังกล่าวอยู่ ผมได้บอกไปตั้งต้นว่าการขึ้นมาก็เหมือนเอาเรื่องบ่อนมาสร้างเงื่อนไข เพื่อให้ คุณเพรียวพันธ์ ได้เป็น ผบ.ตร. และวันนี้ คุณเพรียวพันธ์ ได้ออกมาบอกเสียเองว่า ควรทำให้มันถูกกฎหมาย เราต้องพูดความจริง เพราะเรื่องที่มีการไปสร้างเป็นเงื่อนไขในการโยกย้าย ก็กลายเป็นเรื่องที่ถูกมองข้ามไป " นายอภิสิทธิ์ กล่าว
“อภิสิทธิ์” เยือนฟิลิปปินส์ พร้อมกล่าวสุนทรพจน์ทิศทางอาเซียน
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน กล่าวถึงการเดินทางไปกรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ เพื่อกล่าวสุนทรพจน์หลัก (The ASEAN 100 Oration) ในการประชุม ASEAN 100 Leadership ณ โรงแรมแชงกรีล่า กรุงมะลิลา ภายใต้หัวข้อ “One ASEAN: What Must We Do?” ว่า เป็นการเดินทางไปกล่าวเกี่ยวกับเรื่องเกี่ยวกับการเดินหน้าอาเซียน โดยเฉพาะการเป็นประชาคมในสถานการณ์ที่โลกยังมีความผันผวนมากทั้งในแง่ของเศรษฐกิจ
ดังนั้น ประเด็นที่จะได้พูด คือ ความสำคัญของการเดินหน้าตามแผนที่กลุ่มประเทศอาเซียนได้ตกลงกันไว้ ไม่ว่าจะเป็นการทำตามข้อตกลงต่างๆ การลงทุนเพื่อเชื่อมโยงในแง่ของกายภาพในแง่ของกฎระเบียบต่างๆ ที่จำเป็นต้องเร่งเดินหน้าควบคู่ไปกับการจะต้องเพิ่มการตื่นตัวของคนในอาเซียน ในการที่จะให้เกิดความเป็นหนึ่งเดียวที่จะรวมถึงเรืองการปรับปรุงแนวทางหลายเรื่องทางการเมืองด้วยว่า ความหลากหลายที่มีอยู่จะเป็นอุปสรรคต่อไปในอนาคตในแง่ของระบบกฎหมาย ระบบการเมือง
เมื่อถามว่า จะมีการยกปัญหาเรื่องการเมืองของประชาคมยุโรปมาเป็นตัวอย่างหรือไม่ นายอภิสิทธ์ กล่าวว่า ประเด็นของยุโรปจะเป็นบทเรียน คือ มองว่ายุโรปมีการรวมตัวแน่นแฟ้นมาตลอด แต่เวลาเกิดปัญหาความแตกต่างความหลากหลาย ความไม่เท่าเทียมยังคงมีอยู่ทำให้ตัวระบบถูกทดสอบที่ขณะนี้ยุโรปเองก็ยังมีปัญหาอยู่ว่าจะสามารถแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของปนระเทศสมาชิกได้อย่างไร
ทั้งนี้ ปัจจุบันมีความตื่นตัวและความพยายามที่จะกระตุ้นให้ทุกประเทศเดินหน้าตามที่ได้ตกลงไว้ภายในปี 2558 (2015 ) และเวทีนี้ก็จะเป็นเวทีที่นักการเมืองรุ่นใหม่หรือรุ่นที่กำลังเข้าสู่การมีบทบาทในการขับเคลื่อน จะได้มีการพบปะแลกเปลี่ยนขับเคลื่อนไปในทิศทางเดียวกัน
รอดูแนวปฏิบัติลดข้อกล่าวหาเสื้อแดงตามข้อเสนอคอป.
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน ให้สัมภาษณ์กรณีที่กระทรวงยุติธรรมออกมาไฟเขียวให้ดำเนินการตามแนวทางของคณะกรรมการอิสระตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อความปรองดองแห่งชาติ(คอป.)ซึ่งลดข้อหาจากก่อการร้ายมาเป็นอั้งยี่ และเตรียมเยียวยาผู้ที่เสียชีวิตรายละ 10 ล้านบาทว่า ต้องดูตามความเหมาะสมของหลักการที่ คอป.เสนอ ตนย้ำว่าสิ่งที่ คอป.เสนอนั้นเป็นหลักการที่รับได้ เพราะหลักการที่จะลดความขัดแย้งต้องไม่ขัดกับเรื่องของนิติรัฐ การบังคับใช้กฎหมายต้องดูความเหมาะสม แต่จะไม่สามารถปฏิเสธข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องได้ และคำว่ารับหลักการนี้ไปทำก็ต้องไปพิจารณาในรายละเอียดว่า เมื่อลงไปสู่การปฎิบัติแล้วจะออกมาในรูปแบบอย่างไหน
ผู้สื่อข่าวถามว่า เมื่อ คอป.ลดข้อกล่าวหาลง กลายเป็นว่ามีการเข้าไปแทรกแซงดุลพินิจของกระบวนการยุติธรรมหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ต้องให้เหตุผลก่อน ว่าเหตุของการที่จะมีการเปลี่ยนข้อหามันคืออะไร สิ่งที่คอป.พยายามนำเสนอ คือความกังวลว่าในสถานการณ์ที่เกิดขึ้นมันสับสน มันมีความเป็นไปได้ว่ามีการตั้งข้อหากับบางคนที่ไม่ควรต้องข้อหาที่รุนแรง แต่คงไม่ได้หมายความว่า จะต้องมุ่งไปสู่การลดโทษหรือไม่ลงโทษ ส่วนคดีที่มีการนำไปสู่การพิจารณาแล้วนั้น เมื่อเข้าสู่ศาลแล้วคงไม่ได้
จากนี้ไปต้องดูว่าในที่สุดแล้วในเชิงรูปธรรมในทางปฏิบัตินั้นจะทำอะไร และการที่คอป.ตั้ง นายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย อดีตรองนายกฯมาเป็นกรรมการนั้น ก็ต้องระมัดระวังถึงความเป็นอิสระ เพราะถ้าสูญเสียความเป็นอิสระคอป.ก็จะสูญเสียความน่าเชื่อถือ รัฐบาลที่แล้วระมัดระวังมากที่จะไม่ให้คอป.ถูกครอบงำ ถูกแทรกแซง
ส่วนข้อสังเกตที่ว่าข้อเสนอของคอป.ที่ออกมาในระยะหลังเหมือนจะเข้าทางคนเสิ้อแดงนั้น นายอภิสิทธ์ กล่าวว่า ตนยังคิดว่าคนที่ไปทำหน้าที่ตรงนี้จะต้องมีความอิสระ และคนได้บอกไปว่าอย่าไปจำนนต่อแรงกดดันใดๆขอให้ว่าไปตามเนื้อผ้า สังคมจะมีโอกาสสะสางทำเรื่องอย่างนี้ตรงไปตรงมา เพียงครั้งเดียว หากทำผิดเกิดความไม่น่าเชื่อถือเกิดการโต้แย้งไม่จบไม่สิ้น แทนที่จะแก้ความขัดแย้งกลับกลายเป็นว่าไปสร้างความขจัดแย้ง ตนให้เกียรติคอป.ทุกคนในการทำงานและจะติดตามดูว่ามีปัญหาในเรื่องการแทรกแซงหรือการไม่เป็นกลายหรือไม่อย่างไร
เตือนรัฐบาลระวังเดินหน้าประชานิยม
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และในฐานะผู้นำฝ่ายค้านให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายกิตติรัตน์ ณ.ระนอง รองนายกฯและรมว.พาณิชย์ ออกมายืนยันว่าถ้าดำเนินการในเรื่องของประชานิยม จะเป็นการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจว่า การใช้จ่ายเงินอย่างไรก็มีส่วนในการกระตุ้นเศรษฐกิจแต่คำถามคือว่าการใช้จ่ายที่กระตุ้นเศรษฐกิจ และเศรษฐกิจยั่งยืนยัน สมดุลจะทำอย่างไร เพราะนั่นไม่ได้หมายความว่าจะทำนโยบายอะไรก็ได้
ส่วนหากให้จัดลำดับความสำคัญและหากมีอำนาจตัดสินใจคิดว่านโยบายอะไรของรัฐบาลที่มองว่าเป็นว่าเป็นส่วนเกินที่ควรตัดออก นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนได้ย้ำไปว่านโยบายการเอาเงิน 3 หมื่นกว่าล้าน มาสนับสนุนให้คนจำนวนหนึ่งเท่านั้นเองซื้อรถคันแรก เทียบกับการเอาเงินตรงนี้ไปลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน หรือแม้แต่โครงการรถไฟฟ้าที่รัฐบาลจะไปกู้เงินประมาณ 3 หมื่นล้าน สามารถสร้างเส้นทางได้ทั้งเส้นทาง การลงทุนอย่างนี้จะยั่งยืนมากกว่าและเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ



