ข่าว

'ปู'คอนเฟอร์เรนซ์เกาะติดน้ำท่วม

'ปู'คอนเฟอร์เรนซ์เกาะติดน้ำท่วม

29 ก.ย. 2554

'ยิ่งลักษณ์'ประชุมผ่านคอนเฟอร์เรนซ์ เกาะติดสถานการณ์น้ำท่วมเชียงใหม่ สั่งการส.ส.-รัฐมนตรีลงพื้นที่ค้างแรม 1 คืนเกาะติด-ช่วยเหลือชาวบ้าน

         29 ก.ย.54 นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วย นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รมช.คลัง ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ และหัวหน้าส่วนราชการจังหวัดเชียงใหม่ ประชุมคอนเฟอร์เรนซ์กับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี รายงานสถานการณ์น้ำท่วม พร้อมกับผู้ว่าราชการอีก 4 จังหวัด

         นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้รายงานกับนายกรัฐมนตรีว่า ขณะนี้ระดับน้ำแม่น้ำปิงเริ่มทรงตัวที่ระดับ 3.92 เมตร พื้นที่ที่ได้รับความเดือดร้อนเช่นไนท์บาร์ซ่า น้ำท่วมสูง 60 เซนติเมตร บางจุดสูงถึง 80 เซนติเมตรถึง 1 เมตร ภายในเขตพื้นที่เทศบาลนครเชียงใหม่นั้นยังรักษาพื้นที่ตลาดวโรรสไว้ได้ เพราะได้ทำกระสอบทราย 2 ช่วง ท่วมแค่พื้นที่ด้านนอก ร้านค้าภายในตลาดไม่ได้รับความเสียหาย

         ส่วนที่ อ.สันกำแพง อ.แม่ออน และอ.ดอยสะเก็ด ซึ่งเป็นบริเวณที่ตั้งของเขื่อนแม่กวงอุดมธารานั้น ได้รับความเดือดร้อนเล็กน้อย ส่วนที่บริเวณอ .สันทราย ที่ได้รับน้ำท่วมนั้นเกิดจากน้ำจากอ่างเก็บน้ำแม่แฝกและอ่างเก็บน้ำห้วยแก้วล้นอ่างไม่ได้เกิดจากเขื่อนแม่งัดแต่อย่างใด เขื่อนแม่งัดยังสามารถรองรับน้ำได้อีก สำหรับผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนได้มีการนำถุงยังชีพไปมอบให้เป็นการช่วยเหลือเบื้องต้นแล้ว

         ทั้งนี้ กรณีที่นายกรับมนตรีสอบถามเรื่องการเร่งระบายน้ำออกได้อย่างไรบ้าง นายปรีชา กล่าวว่า เชียงใหม่มีแม่น้ำสายหลักสายเดียว คือ แม่น้ำปิง ไม่สามารถระบายออกทางอื่นได้ ตอนนี้ก็เร่งระบายน้ำตอนบนแต่ทำได้เพียง 25 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีเท่านั้น น้ำท่วมขณะนี้ถือว่าอยู่ในระดับทรงตัว อย่างไรก็ตาม ทางกระทรวงทรัพยากรฯ ได้ส่งเจ้าหน้าที่ 300 นาย ประกอบด้วยเจ้าหน้าที่อุทยานฯ และเจ้าหน้าที่ป่าไม้อย่างละ 150 นาย ให้ความช่วยเหลือพร้อมกับแจกถุงยังชีพให้กับชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อน

         ขณะที่ ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า ทาง จ.เชียงใหม่ ได้ประสานกับสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารภัยส่วนกลางอย่างต่อเนื่อง สำหรับพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมและดินถล่มใน อ.ฝาง อ.สันทราย และอ.แม่แตง ถือว่าอยู่ในความควบคุม ในส่วนของพื้นที่เขตเทศบาลนครเชียงใหม่นั้นคาดการณ์ว่าหากปริมาณน้ำฝนไม่เพิ่มเติม ระดับน้ำที่จุดตรวจวัด P1 สะพานนวรัฐ อ.เมือง แม่น้ำปิงจะลดต่ำกว่า 4 เมตรภายในเที่ยงคืนวันนี้

         ด้านนายวินัย พงษ์จินดา ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 1 กล่าวว่า ระดับน้ำที่จุดตรวจวัด P1 สะพานนวรัฐ อ.เมือง สูงสุดเมื่อคืนนี้อยู่ที่ระดับ 4.94 เมตร ใกล้เคียงกับปี 2548 ที่เกิดน้ำท่วมหนักที่ระดับน้ำปิงอยู่ที่ 4.93 เมตร โดยปีนี้มีปริมาณน้ำ 800 ลูกบาศกเมตรต่อวินาที อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ระดับน้ำเริ่มลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะบริเวณจุดตรวจวัด P67 บ้านแม่แต อ.สันทราย โดยเริ่มลดระดับต่อเนื่องตั้งแต่เวลา 21.00 น.คืนวานนี้เป็นต้นมา ซึ่งก็ทำให้แนวโน้มน้ำที่จุดตรวจวัด P.1 จะลดลง

         สำหรับเขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชลนั้น ตอนนี้ปริมาณน้ำเต็มความจุดแล้วที่ระดับ 265 ล้านลูกบาศก์มตร แต่ระบบของเขื่อนเป็นบานปิด ยังสามารถปิดไม่ให้น้ำจากเขื่อนไหลลงแม่น้ำปิงได้อีก 30 ล้านลูกบาศก์เมตร แต่อาจมีลำน้ำสาขาที่ไม่ได้มาจากเขื่อนไหลมาสมทบกับแม่น้ำปิงได้ ส่วนที่เขื่อนแม่กวงอุดมธารานั้นเป็นสันทราย ตอนนี้น้ำล้นแล้ว อย่างไรก็ตาม หากแม่น้ำปิงลดระดับก็จะมีการพร่องน้ำจากเขื่อนแม่งัด

         น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า อยากจะฝากให้กรมชลประทานช่วยดูแลเรื่องการบริหารจัดการน้ำภาพรวม ตอนนี้ปัญหาน้ำท่วมถือว่าเป็นปัญหาที่วิกฤต ให้ส.ส.ในพื้นที่ รัฐมนตรีในพื้นที่กระจายลงพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม เพื่อให้รู้ว่าประชาชนได้รับความช่วยเหลือ ซึ่งตนเองจะเป็นคนสั่งการเองอย่างน้อยให้พักแรมเป็นเวลา 1 คืน เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำท่วมให้ครอบคลุม พร้อมกันนี้ ยังจะได้ประสานกับกองทัพให้ลงพื้นที่ประจำการให้ความช่วยเหลือบริเวณที่ได้รับความเดือดร้อน ทั้งนี้ อยากจะฝากให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจัดส่งบ้านน๊อคดาวน์และอุปกรณ์ที่จำเป็น รวมถึงเรือท้องแบนเข้าไปในพื้นที่เดือดร้อนอย่างเร่ง

         ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากที่ประชุมคอนเฟอร์เรนซ์ นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ได้ลงพื้นที่ อ.แม่แตง อ.แม่ริม และอ.สันทราย ส่วนนายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ลงพื้นที่อ.ดอยสะเก็ดและอ.เมือง สำรวจพื้นที่ และให้ความช่วยเหลือชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนจากเหตุการณ์น้ำท่วม


“ยิ่งลักษณ์”เข้มเล่นบทผอ.กอ.รมน.ไล่จี้ถามความคืบหน้าพื้นที่น้ำท่วม

          นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร พร้อมด้วยนายวิเชียร ชวลิต ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ในฐานะเลขาธิการศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม ศอส.กระทรวงมหาดไทย นายฐิติมา ฉายแสง โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ติดตาม สถานการณ์อุทกภัยผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเร้นซ์ ณ ตึกไทยคู่ฟ้าไปยังศูนย์สนับสนุนการอำนวยการและการบริหารสถานการณ์อุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม (ศอส.) ที่มีนายวิบูลย์ สงวนพงศ์ อธิบดี ปภ. ตัวแทนกองทัพ หน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง และวิดีคอนเฟอเร้นซ์ไปยัง นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ขอนแก่น ชัยภูมิ และมหาสารคาม เพื่อติดตามความคืบหน้าสถานการณ์และการช่วยเหลือประชาชนที่ประสบปัญหาอุทกภัย
 
          โดยนายปรีชา ได้สรุปสถานการณ์น้ำท่วมล่าสุดในจังหวัดเชียงใหม่ว่า ล่าสุดปริมาณน้ำสูงสุดอยู่ที่ 80 มิลลิเมตร จนถึง 1 เมตร ในส่วนของเทศบาลเมืองเชียงใหม่ ในส่วนของตลาดวโรรสได้มีการนำกระสอบทรายมากั้นทำให้น้ำท่วมแค่ถนน การค้าไม่มีอุปสรรค ส่วนอำเภอที่รองลงมาที่สันกำแพง ดอนสะเก็ด และอำเภอแม่ออน ซึ่งเขื่อนแม่กวง ปริมาณน้ำ 90 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่อำเภอสันทราย เขื่อนแม่งัด ยังสามารถบรรจุน้ำได้เหลือเฟือ ส่วนอ่างเก็บน้ำห้วยแก้ว และแม่แกลบ ซึ่งปริมาณน้ำล้น ขณะที่นายกฯ สอบถามการแก้ไขปัญหาว่า สามารถระบายน้ำไปทางอื่นได้หรือไม่ โดยนายปรีชา กล่าวว่า สามารถระบายน้ำได้ในทางเดียวคือ ลงแม่น้ำแม่ปิง ซึ่งทางตอนบนมีระบบชลประทาน แต่ระบายน้ำได้ไม่มาก น้ำจากที่อำเภอสันทรายก็ไหลลงสู่แม่น้ำแม่ปิงเช่นเดียวกัน
 
          น.ส.ยิ่งลักษณ์ ยังได้สอบถามว่า โดยภาพรวมแล้วต้องการการสนับสุนนในด้านใดบ้าง โดยทางหม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า ทางจังหวัดได้มีการประสานปภ.และส่วนกลางโดยตลอดเวลา ซึ่งอำเภอแม่ฝาง สันทราย แม่แตง ยังสามารถควบคุมสถานการณ์ได้อยู่ ส่วนนครเชียงใหม่ก็เป็นเรื่องที่คาดหวังว่า ปริมาณน้ำฝนไม่ตกลงมาเพิ่มเติมอีก คาดว่า สถานการณ์จะดีขึ้น ส่วนเรื่องของถุงยังชีพก็ได้รับการช่วยเหลือจากกาชาดและมูลนิธิ ทุกภาคส่วน ซึ่งได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดี และร่วมกับผู้นำท้องถิ่นได้ช่วยแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าไปแล้ว  อย่างไรก็ตามนายกฯ ได้กล่าวว่า ขอให้ทุกคนกระจายลงไปในพื้นที่น้ำท่วม เพื่อให้แน่ใจประชาชนได้รับการดูแลอย่างเต็มที่ และอยากให้กรมชลประทานดูในเรื่องของการจัดการบริหารน้ำในภาพรวมด้วย
 
          ด้านศอส. โดยอธิบดีปภ. กล่าวว่า จังหวัดเชียงใหม่หากปริมาณน้ำลดลงแล้ว ก็จะดูในเรื่องของการทำความสะอาดชุมชน และต้องเพิ่มการแจ้งเตือนให้ระมัดระวังน้ำจากด้านบนที่จะไหลลงไปที่อยู่เหนือตัวเมืองเชียงใหม่ นายกฯ กล่าวว่า สำหรับปัญหาวิกฤตของน้ำที่จะเพิ่มขึ้นอีก ก็ขอให้อธิบดี ปภ.ประสาน
 
          “ ดิฉันจะสั่งการให้รัฐมนตรีแต่ละท่านที่รับผิดชอบแต่ละจังหวัดไปค้างแรมอย่างน้อย 1 คืน เพื่อติดตามสถานการณ์และในการแก้ไขปัญหา ดูแลประชาชน และขอให้ดูว่าจังหวัดไหนที่ยังอยู่ในข่ายที่ต้องได้รับการช่วยเหลือให้มีการประสานงานมายังสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อประสานงานให้รัฐมนตรีลงไปประจำพื้นที่ และในฐานะที่ดิฉันดูแลกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร กอ.รมน. ในการขอความร่วมมือ กอ.รมน. ในการลงพื้นที่ เพื่อไปขอให้มีการเสริมกำลังกองทัพลงไปในพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อนในพื้นที่ที่มีน้ำท่วมทั้งหมด” นายกฯ กล่าว ขณะที่ตัวแทนกองทัพ ระบุว่า ในส่วนของผู้บัญชาการทหารบกได้สั่งการให้ระดมกำลังพล และอุปกรณ์ในการช่วยเหลือ โดยเฉพาะจังหวัดเชียงใหม่ได้มีการดำเนินการแล้ว และได้มีการสั่งการให้ระดมสรรพกำลังพล และทหารในพื้นที่ลงไปช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนแล้ว
 
          ทางด้านผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ กล่าวสรุปสถานการณ์ว่า จังหวัดชัยภูมิ และจังหวัดใกล้เคียงแบ่งเป็น 3 ลุ่มแม่น้ำ ในส่วนของเขื่อนจุฬาภรณ์ รับน้ำจากจังหวัดเพชรบูรณ์ ขอนแก่น ขณะที่เขื่อนลำปะทาว อยู่ตอนกลางจังหวัดชัยภูมิ ซึ่งมีอิทธิต่อเขตเศรษฐกิจจังหวัดชัยภูมิ และลงแม่น้ำชี และลุ่มน้ำที่ 3 คือลุ่มแม่น้ำชี มีผลกระทบกับจังหวัดขอนแก่น ชัยภูมิ และร้อยเอ็ด ซึ่งน้ำจะไหลลงแม่น้ำโขง ที่ผ่านมาเกิดภาวะน้ำท่วมจังหวัดชัยภูมิจากผลของฝนตกหนัก 2 วัน 2 คืน มวลน้ำทั้งหมดไหลผ่านจังหวัดชัยภูมิไปจังหวัดขอนแก่นแล้ว ที่ผ่านมาสถานการณ์อยู่ในภาวะปกติ ยังมีน้ำท่วมขังพื้นที่เกษตร 2 - 3 หมื่นไร่ แต่ที่มีน้ำท่วมขังเป็นเวลา 10 กว่าวันเสียหายเกือบ 2 แสนไร่ ส่วนการดูแลประชาชนได้ตั้งศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยดูแลประชาชนในเบื้องต้น และมีการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดปริมาณน้ำฝน ซึ่งแม้ลำน้ำชีต้นกำหนดจะเกิดขึ้นที่จังหวัดชัยภูมิ แต่เราไม่มีเรื่องการบริหารจัดการระบบชลประทาน ไม่มีการจัดเก็บ ด้วยเหตุนี้ทางจังหวัดขอส่งโครงการผ่านไปยังรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ ในการทำแก้มลิงระยะสั้น เสนอไป 23 แห่ง งบประมาณ 400 กว่าล้านบาท จะสามารถเก็บกักน้ำและช่วยระบายน้ำได้ในระยะสั้น โดยนายกฯ กล่าวว่า สำหรับการแก้ไขปัญหาระยะกลางขอให้ทำเรื่องส่งมายังศอส. ที่มีอำนาจกลั่นกรอง เพื่อส่งเรื่องมายังเลขาฯศอส.โดยท่านวิเชียร จะนำเรื่องนี้สรุปโดยเร็ว เพื่อจัดทำโครงการแก้มลิงกลับไปทางจังหวัด
 
          น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวต่อว่า สำหรับจังหวัดเชียงใหม่ที่ได้มีการขอความช่วยเหลือที่เป็นเรื่องเร่งด่วน อยากขอให้อธิบดีปภ.ในการจัดส่งบ้านน็อคดาว์น และอุปกรณ์ที่ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ขอมา
 
          ทางด้านนายสมบัติ ตรีวัฒน์สุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า ตอนนี้สถานการณ์น้ำยังรับครับได้ แต่ที่น่าเป็นห่วง คือ เขื่อนอุบลรัตน์ ที่ปริมาณน้ำเวลานี้มากกว่า 2 - 3 ปีที่แล้ว ซึ่งเราพยายามบริหารจัดการน้ำทุกวัน หากไม่มีพายุเข้า 2 - 3 ลูกวันนี้ คิดว่าน้ำในเขื่อนจะสามารถระบายลงสู่ลำน้ำชีและลำน้ำพอง และลำน้ำมูลได้คล่องตัว ส่วนแนวทางป้องกันน้ำในเขตเมืองได้ก่อสร้างผนังกั้นน้ำและกระสอบทรายตลอด 4 กิโลเมตร สามารถป้องกันน้ำไหลเข้าท่วมเมืองได้ ส่วนการช่วยเหลือประชาชนขณะนี้มีประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน 10 อำเภอ และที่ถูกตัดขาดจริงๆมีแค่ 2 อำเภอ พืชผลเกษตรเสียหาย 1.5 แสนไร่ ถนนถูกตัดขาด ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างการซ่อมแซม คิดว่าสถานการณ์ปัจจุบันสามารถควบคุมได้
 
          โดยน.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ได้ยินว่าควบคุมได้ก็ชื้นใจ และขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกคน ซึ่งอยากขอฝากประคองในการทำแนวกั้นน้ำ รัฐบาลเองก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ โดยจะเร่งรัดโดยเฉพาะเรื่องการเตือนภัยต่างๆ ให้ชัดเจนขึ้น เพื่อให้แต่ละจังหวัดได้เตรียมตัว และขอฝากจังหวัดว่า พื้นที่ไหนที่มีความเสี่ยงขอให้มีการเบิกจ่ายงบประมาณเพื่อจัดทำที่กันน้ำ เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายกระทบต่อประชาชนและบ้านเรือน
 
          นายกฯ กล่าวฝากอธิบดีปภ.ประสานกับผู้ว่าราชการแต่ละจังหวัดที่เร่งร้องขอ โดยทางอธิบดี ปภ. กล่าวว่า ได้มีการดำเนินการแล้ว อย่างที่จังหวัดเชียงใหม่ได้มีการส่งบ้านน็อกดาว์นไปแล้ว ที่อำเภอฝาง ดอยฟ้าห่มปก และมีการขอวงเงินเพื่อก่อสร้างสะพาน ประสานผู้ว่าฯ รมต.ตลอด เข้าไปช่วยชุมชน ส่วนจังหวัดอื่นๆ ได้มีการวิเคราะห์ในศอส.จะดูจากทรัพยากรที่เรามีอยู่ ดูถึงจังหวัดต่างๆ ว่าขาดแคลนขนาดไหน จะกระจายออกไปให้มากที่สุด