เชียงใหม่วิกฤติท่วมไนท์บาซาร์1ม.
น้ำท่วมเชียงใหม่ยังวิกฤติ ท่วมไนท์บาซาร์ 1เมตร เจ้าของร้านประเมินสูญเสียโอกาสทางการค้าไม่ต่ำกว่า 100 ล้าน ชลประทาน แจง น้ำปิง ขึ้นสูงสุด 4.90 เมตร เที่ยงคืน ใกล้เคียงน้ำท่วมใหญ่ปี 49 นายกฯ รับ ระบบเตือนภัย เป็นจุดอ่อน ด้าน ศภช. เตือน 10 อำเภอ 'เชียงใหม่-ล
ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำท่วมตัวเมืองเชียงใหม่ว่า ภายหลังนายวินัย พงษ์จินดา ผู้อำนวยการสำนักชลประทานที่ 1 คาดการณ์ว่าระดับแม่น้ำปิงที่ จุด P 1 สะพานนวรัฐ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ จะถึงจุดสูงสุดที่ 4.90 เมตร ในเวลาเที่ยงคืนวันที่ 28 ก.ย.นี้ อันจะส่งผลให้น้ำทะลักเข้าท่วมในพื้นที่ตัวเมืองเชียงใหม่เพิ่มขึ้นหลายจุด ปรากฎว่าในช่วงค่ำที่ผ่านมา ต่างมีประชาชนชาวเชียงใหม่ เดินทางมาดูป้ายบอกระดับน้ำที่บริเวณเชิงสะพานนวรัฐไม่ขาดสาย
ทั้งนี้ ส่วนใหญ่สนใจที่จะเกาะสถานการณ์น้ำท่วม ขณะที่บางรายได้มาถ่ายรูปเป็นที่ระลึก ทำให้บริเวณทั้งบนสะพานนวรัฐและเชิงสะพานเนืองแน่นไปด้วยประชาชนและรถราที่จอดจนจราจรติดขัดพอสมควร ไม่เว้นแม้แต่พ่อค้าแม่ค้าที่ขับรถจักรยานยนต์พ่วงข้างนำอาหารการกินมาค้าขายจนคึกคัก
ขณะที่ทางหน่วยทหารจากค่ายกาวิละ จ.เชียงใหม่ ได้นำรถยนต์ขนาดใหญ่ พร้อมกำลังพล และอาหารกล่อง ลุยไปแจกจ่ายนและสำรวจความเดือดร้อน รวมถึงความต้องการของประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วม ไม่สามารถออกมาจากบ้าน เนื่องจากมีน้ำท่วมสูงกว่า 1 เมตร ตลอดเส้นทางตั้งแต่ด้านหน้าโรงเรียนเชียงใหม่คริสเตียน ค่ายกาวิละ ต่อเนื่องหลายกิโลเมตรไปจนถึงสำนักงานขนส่งจังหวัดเชียงใหม่ ขณะเดียวกันร้านอารหารริมแม่น้ำปิงชื่อดัง ต้องปิดให้บริการโดยปริยาย เนื่องจากน้ำท่วม ไม่ว่าจะเป็นเฮือนโบราณ ไวท์เฮ้าท์ ธาราบาร์
ทางด้านไนท์บาร์ซ่าร์ สถานที่ท่องเที่ยวและชอบปิงชื่อดังของเชียงใหม่ ก็ได้รับผลกระทบไม่แพ้กัน หลังจากน้ำเริ่มหลากเข้าท่วมตั้งแต่ช่วงเย็นที่ผ่านมา กระทั้งเวลาประมาณ 23.00 น.ระดับน้ำสูงกว่า 1 เมตร ร้านค้าต้องปิดบริการโดยปริยาย ไม่เว้นแม้แต่โรงแรมชื่อดังย่านดังกล่าวก็ได้รับผลกระทบ บรรดาลูกค้าไม่สามารถเข้าไปใช้บริการได้อย่างสะดวกสะบาย ทางโรงแรมต้องจัดรถบัสขนาดใหญ่ลุยน้ำเข้าไปส่ง โรงแรมบางแห่งถูกลูกค้ายกเลิกเพราะน้ำท่วม
เช่นเดียวกันถนนช้างคลาน ซึ่งเป็นย่านเศรษฐกิจของเชียงใหม่ ก็ถูกน้ำท่วมสูง รถเล็กไม่สามารถสัญจรไปมาได้ และระดับน้ำยังไม่แนวโน้มว่าจะลดลงแต่อย่างใด โดยล่าสุดได้มีฝนตกปรอยๆมาเป็นระยะๆ โดยล่าสุดน้ำในคลองแม่ข่ามีระดับสูงและไหลแรง และน้ำได้ดันท่อระบ่ายน้ำเอ่อเข้าท่วมถนนย่านวิทยาลัยนาฎศิลป์แล้ว
น้ำปิงทะลัก!ไนท์บาซาร์สูญ100ล.
นายสิทธิพร เตชะจงจินตนา กรรมการผู้จัดการ บริษัทเชียงใหม่ไนท์บาซาร์ จำกัด เปิดเผยว่า ขณะนี้น้ำปิงได้ไหลทะลักเข้าท่วมพื้นที่เศรษฐกิจ และการท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงใหม่แล้ว โดยอยู่ระดับไม่ต่ำกว่า 50-70เซ็นติเมตร และมีสภาพน้ำที่ขุ่นแดง ส่งผลให้ผู้ประกอบการค้าในย่านไนท์บาซาร์ทั้งร้านค้าที่เป็นรถเข็น และร้านค้าในศูนย์การค้าต่างๆ ทั้งขนาดเล็ก และขนาดใหญ่ไม่ต่ำกว่า 7-8 แห่งต้องปิดให้บริการเป็นการชั่วคราว
ทั้งนี้ แม้ว่า บางแห่งจะไม่มีการปิดให้บริการ แต่ก็คาดว่านักท่องเที่ยวจะเข้ามาในพื้นที่อย่างลำบาก เพราะสภาพน้ำได้เพิ่มระดับสูงขึ้นอยู่ตลอดเวลา ดังนั้น ในวันแรกที่ประสบปัญหาน้ำท่วมเช่นนี้ ส่งผลให้เกิดการสูญเสียโอกาสทางการค้าไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท
ส่วนความเสียหายทางทรัพย์สินยังไม่มี เนื่องจากผู้ประกอบการส่วนใหญ่ได้รับการแจ้งเตือนล่วงหน้าแล้ว
ชลประทาน แจง น้ำปิงขึ้นสูงสุด 4.90 ม.เที่ยงคืน ใกล้เคียงน้ำท่วมใหญ่ปี 49
นายวินัย พงษ์จินดา ผู้อำนวยการสำนักชลประทานที่ 1 กล่าวว่า คาดว่าระดับแม่น้ำปิงที่ จุด P1 สะพานนวรัฐ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ จะถึงจุดสูงสุดที่ 4.90 เมตร ในเวลาเที่ยงคืนนี้ ซึ่งจะส่งผลให้น้ำทะลักเข้าท่วมในพื้นที่ตัวเมืองเชียงใหม่เพิ่มขึ้นหลายจุด รวมทั้งที่ตลาดต้นลำไยย่านเศรษฐกิจที่สำคัญอีกแห่งของจ.เชียงใหม่ จากนั้นน้ำปิงจะเริ่มทรงตัวและในเวลาใกล้รุ่งเช้าของวันที่ 29 กันยายนจะเริ่มลดระดับลง
ส่วนระดับน้ำปิงตอนเหนือที่อ.เชียงดาว ยังมีปริมาณสูงอยู่เพราะมีในตกในพื้นที่ก่อนหน้านี้จึงมีน้ำสะสมอยู่มาก แต่น้ำแม่แตงเริ่มทรงตัวแล้ว คาดว่าหากไม่มีฝนตกลงมาในพื้นที่ซ้ำอีกเชื่อว่าในวันพรุ่งนี้ ( 29 กันยายน) ระดับน้ำในแม่น้ำปิงจะเริ่มลดลง แต่คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 1 - 2 วันจึงจะกลับสู่ภาวะปกติและต่ำกว่าจุดวิกฤติที่ 3.70 เมตร ณ จุด P1 สะพานนวรัฐ อ.เมือง
นายกฯ รับ ระบบเตือนภัย เป็นจุดอ่อน
เวลา 14.00 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่หน่วยงานด้านการเตือนภัย ไม่สามารถทำงานไม่มีประสิทธิภาพทำให้ประชาชน จ.เชียงใหม่ ไม่รู้ข้อมูลที่แท้จริงล่วงหน้า ก่อนน้ำทะลักเข้าท่วมตัวเมืองว่า ได้ประชุมผ่านทางวีดีโอคอนเฟอร์เรนซ์ กับ ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล ผวจ.เชียงใหม่แล้ว ขณะนี้ มีการชี้แจงขั้นตอนการเตือนภัยมีหลายหน่วยงาน อาจจะทำให้เกิดความสับสน ซึ่งม.ล.ปนัดดาได้เร่งชี้แจงข่าวสารให้ถูกต้องแล้ว และจะมีหน่วยงานการเตือนภัยต่าง ๆ ให้มีระบบมากขึ้น
“ยอมรับว่าการเตือนภัยยังเป็นจุดอ่อน เพราะเรามีหลายหน่วยในการประมวล เช่น กรมอุตุนิยมวิทยา กระทรวงวิทยาศาสตร์ กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ดังนั้นทุกอย่างมีกลไกในการบูรณาการรวม เพื่อใช้ประมวลผลให้แม่นยำถูกต้อง ให้ข้อมูลกับประชาชน ที่สำคัญเรายังไม่มีระบบเตือนภัยถาวร ซึ่งจะให้คณะกรรมการบูรณาการและการจัดการเรื่องน้ำดูแล”นายกฯ กล่าว
ลำพูน เตือนปปช. รับมือน้ำกวงหนุน
นายสกล หาญพิทักษ์กุล ผู้อำนวยการโครงการชลประทาน จ.ลำพูน เปิดเผยว่าสถานการณ์น้ำในพื้นที่ จ.ลำพูน ในวันที่ 28 ก.ย. ตลอดทั้งวัน น้ำในลำน้ำแม่ทามีระดับสูงขึ้น ณ สถานีวัดน้ำ P.77 บ้านแม่สะป๊วด ต.ทาสบเส้า อ.แม่ทา จ.ลำพูน เท่ากับ 4.10 เมตร ซึ่งอยู่ในระดับวิกฤต
เนื่องจากปริมาณฝนตกในพื้นที่ตอนเหนือของ จ.ลำพูน มีปริมาณมากและตกอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำปิงเพิ่มสูงขึ้นเช่นกัน จากการตรวจวัดที่สถานี P.76 บ้านแม่แต อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ มีระดับน้ำอยู่ที่ระดับวิกฤต โดยวัดระดับน้ำได้ 4.20 เมตร ปริมาณน้ำ 440 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที คาดว่าปริมาณน้ำดังกล่าวจะเข้าสู่ จ.ลำพูนภายในค่ำคืนวันนี้
ทั้งนี้จังหวัดได้วางแผนการระบายน้ำเพื่อลดระดับน้ำปิง น้ำแม่กวง และน้ำแม่ทา พร้อมด้วยฝายหนองสลีกซึ่งปริมาณน้ำที่ระบายปัจจุบัน 476 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที พร้อมเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัย บริเวณที่ลุ่มต่ำใกล้ลำน้ำ ทางน้ำไหลผ่าน ระมัดระวังอันตรายจากระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง เนื่องจากสภาวะฝนตกหนักด้านเหนือของจังหวัดลำพูน ให้เตรียมเก็บทรัพย์สิน สิ่งของต่าง ๆ ไว้ในที่ปลอดภัย และระมัดระวังเกี่ยวกับภัยอันเกิดจากน้ำล้นตลิ่ง น้ำท่วมฉับพลันด้วย
ศภช.เตือน 10 อำเภอภาคเหนือ รับมือน้ำล้นตลิ่ง 28-29 ก.ย.นี้
ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ (ศภช.) แจ้งว่า ในวันที่ 28 - 29 ก.ย.นี้ จะเกิดน้ำล้นตลิ่งในบริเวณสองฝั่งลุ่มน้ำแม่กวง ได้แก่ อ.ดอยสะเก็ด อ.สันทราย อ.สันกำแพง อ.แม่ออน จ.เชียงใหม่ อ.เมืองลำพูน อ.แม่ทา อ.สารภี อ.บ้านโฮ่ง อ.เวียงหนองร่อง อ.ป่าซาง จ.ลำพูน ขอให้ประชาชนโดยเฉพาะอย่างยิ่งที่อาศัยอยู่ริมฝั่งแม่น้ำ นอกคันกั้นน้ำ และริมแม่น้ำสาขาเฝ้าระวังรับสถานการณ์น้ำท่วม ควรเคลื่อนย้ายไปยังที่ปลอดภัย และขอให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องดำเนินการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ประสบภัย และติดตามข้อมูลจากศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติต่อไป
เชียงราย น้ำป่าดอยห้วยหลวงทะลัก ท่วมบ้าน-วัด-โรงเรียน จมนับพันหลัง
ผู้สื่อข่าวรายงานข่าวว่าหลังจากเกิดฝนตกหนักในช่วงคืนที่ผ่านมาได้ทำให้เกิดน้ำป่าจากเทือกเขาห้วยหลวงพื้นที่ อ.พาน จ.เชียงราย ไหลบ่าลงมาจากเทือกเขาเข้าท่วมบ้านเรือนในพื้นที่ ต.ทรายขาว หลายหมู่บ้าน โดยน้ำได้เข้าท่วมหมู่บ้านร่องธารใหม่ บ้านร่องธาร บ้านร่องธารกลาง บ้านท่าอ้อ และ บ้านดงลาน ต.ทรายขาว รวมกันทั้งหมดประมาณ 1,000 หลังคาเรือน โดยน้ำมีความเชี่ยวกรากและลึกตั้งแต่ 30-50 ซ.ม.ขณะที่บางจุดน้ำลึกกว่า 1 เมตร ส่งผลให้ประชาชนประสบความเดือดร้อนอย่างหนักเพราะน้ำไหลเชี่ยวกรากจนขนย้ายข้าวของกันไม่ทัน ต้องช่วยกันเก็บของสำคัญไปไว้บนพื้นที่สูงอย่างอลหม่าน
ขณะเดียวกันน้ำที่ไหลเข้าท่วมอย่างรวดเร็วดังกล่าวยังส่งผลกระทบไปยังวัดต่างๆ โดยเฉพาะวัดร่องธารที่น้ำไหลเข้าท่วมทั้งวิหาร กุฏิ ศาลาวัด ชาวบ้านต้องนำเรือท้องแบนเข้าไปช่วยพระสงฆ์และสามเณรขนย้ายข้าวของไปไว้บนพื้นที่สูงอย่างเร่งด่วน เช่นเดียวกันโรงเรียนตามหมู่บ้านต่างๆ ที่ต้องหยุดทำการเรียนการสอนเป็นการชั่วคราว อย่างไรก็ตามก็ยังไม่มีรายงานเรื่องการเสียชีวิตหรือได้รับบาดเจ็บของประชาชน ซึ่งทางฝ่ายปกครอง อ.พาน และอบต.ทราย ขาวอยู่ระหว่างสำรวจและรวบรวมข้อมูลความเสียหาย
แต่เบื้องต้นได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ทั้งฝ่ายปกครอง อบต.ทรายขาว และทหารจังหวัดทหารบกเชียงราย ค่ายเม็งรายมหาราช นำเรือท้องแบนและรถยนต์เข้าช่วยเหลือประชาชนในการขนย้ายข้าวของไปไว้บนพื้นที่สูงเป็นการชั่วคราว โดยรอจนกว่าระดับน้ำจะลดต่ำลงหรือเข้าสู่ภาวะปกติขณะเดียวกันได้ออกแจกจ่ายอาหารและน้ำดื่มเพราะประชาชนเริ่มเดือดร้อนเนื่องจากไม่สามารถทำมาหากินได้ตามปกติ เพราะมั่ววุ่นกับการขนย้ายข้าวของตลอดทั้งวันด้วย
ทั้งนี้ มีบ้านเรือนจำนวนมากที่อยู่ในพื้นที่ลุ่มและห่างไกลถนนหรือพื้นที่สูงทำให้ถูกตัดขาดจากภายนอกและต้องอาศัยอยู่บ้านเรือนบนที่สูงตามลำพัง ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องนำเรือท้องแบนเข้าให้การช่วยเหลือตลอดทั้งวันแล้ว
สุโขทัย น้ำป่าหลากท่วมศรีสัชนาลัย เดือดร้อน 100 หลังคาเรือน
กรณีน้ำป่าที่ไหลหลากจากแนวเทือกเขาในอุทยานแห่งชาติศรีสัชนาลัยและปริมาณน้ำที่เอ่อล้นสปริงเวย์จากอ่างเก็บน้ำห้วยแม่ท่าแพซึ่งไหลบ่าเข้าท่วมพื้นที่สองตำบลในอำเภอศรีสัชนาลัยเมื่อคืนวันที่ 27 ก.ย.ที่ผ่านมา ล่าสุดตลอดทั้งที่ 28 ก.ย.ระดับน้ำที่ท่วมพื้นที่ขยายวงกว้างในหลายหมู่บ้านระดับน้ำท่วมเพิ่มสูงขึ้นรวมทั้งยังไหลบ่าสู่พื้นที่ทางการเกษตรเสียหายจำนวนมาก
โดยชาวบ้านหมู่ที่ 9 บ้านคุกเหนือ และ หมู่ที่ 12 บ้านคุกพัฒนา ต.สารจิต อ.ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย ซึ่งได้รับผลกระทบมากที่สุดจากกรณีน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมโดยล่าสุดวันนี้ระดับน้ำเข้าท่วมพื้นที่สูงถึง 80-1.50 เมตร มีชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนกว่า 100 ครัวเรือน อย่างไรก็ตามระดับน้ำป่าที่ไหลหลากได้ขยายวงกว้างเข้าท่วมพื้นที่รวม 14 หมู่บ้านใน 2 ตำบลคือ ต.สารจิต และ ต.บ้านแก่ง อ.ศรีสัชนาลัย โดยมีชาวบ้านได้รับความเดือดร้อน 600 ครัวเรือน มีพื้นที่ทางการเกษตรทั้งไร่นาและพืชสวนเสียหายกว่า 2,000 ไร่ ส่วนใหญ่เป็นนาข้าว โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสำรวจความเสียหายและช่วยเหลือชาวบ้านในพื้นที่แล้ว
อย่างไรก็ตามในพื้นที่จังหวัดสุโขทัยตลอดทั้งวัน ยังคงมีฝนตกหนักต่อเนื่องในหลายพื้นที่โดยเฉพาะพื้นที่อำเภอศรีสัชนาลัยจึงมีการออกประกาศเตือนชาวบ้านสองฝั่งคลองแม่ท่าแพให้ติดตามสถานะการณ์อย่างต่อเนื่องเพราะปริมาณน้ำฝนตกเพิ่มในพื้นที่ให้ประชาชนระมัดระวังภาวะน้ำล้นตลิ่งต่อเนื่องไปตลอด 24 ชั่วโมง



