ข่าว

เชียงใหม่วิกฤติท่วมไนท์บาซาร์1ม.

เชียงใหม่วิกฤติท่วมไนท์บาซาร์1ม.

28 ก.ย. 2554

น้ำท่วมเชียงใหม่ยังวิกฤติ ท่วมไนท์บาซาร์ 1เมตร เจ้าของร้านประเมินสูญเสียโอกาสทางการค้าไม่ต่ำกว่า 100 ล้าน ชลประทาน แจง น้ำปิง ขึ้นสูงสุด 4.90 เมตร เที่ยงคืน ใกล้เคียงน้ำท่วมใหญ่ปี 49 นายกฯ รับ ระบบเตือนภัย เป็นจุดอ่อน ด้าน ศภช. เตือน 10 อำเภอ 'เชียงใหม่-ล

            ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำท่วมตัวเมืองเชียงใหม่ว่า ภายหลังนายวินัย พงษ์จินดา ผู้อำนวยการสำนักชลประทานที่  1 คาดการณ์ว่าระดับแม่น้ำปิงที่ จุด P 1 สะพานนวรัฐ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ จะถึงจุดสูงสุดที่ 4.90 เมตร ในเวลาเที่ยงคืนวันที่ 28 ก.ย.นี้ อันจะส่งผลให้น้ำทะลักเข้าท่วมในพื้นที่ตัวเมืองเชียงใหม่เพิ่มขึ้นหลายจุด  ปรากฎว่าในช่วงค่ำที่ผ่านมา ต่างมีประชาชนชาวเชียงใหม่ เดินทางมาดูป้ายบอกระดับน้ำที่บริเวณเชิงสะพานนวรัฐไม่ขาดสาย

            ทั้งนี้ ส่วนใหญ่สนใจที่จะเกาะสถานการณ์น้ำท่วม ขณะที่บางรายได้มาถ่ายรูปเป็นที่ระลึก ทำให้บริเวณทั้งบนสะพานนวรัฐและเชิงสะพานเนืองแน่นไปด้วยประชาชนและรถราที่จอดจนจราจรติดขัดพอสมควร ไม่เว้นแม้แต่พ่อค้าแม่ค้าที่ขับรถจักรยานยนต์พ่วงข้างนำอาหารการกินมาค้าขายจนคึกคัก

            ขณะที่ทางหน่วยทหารจากค่ายกาวิละ จ.เชียงใหม่ ได้นำรถยนต์ขนาดใหญ่ พร้อมกำลังพล และอาหารกล่อง ลุยไปแจกจ่ายนและสำรวจความเดือดร้อน รวมถึงความต้องการของประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วม ไม่สามารถออกมาจากบ้าน เนื่องจากมีน้ำท่วมสูงกว่า 1 เมตร ตลอดเส้นทางตั้งแต่ด้านหน้าโรงเรียนเชียงใหม่คริสเตียน ค่ายกาวิละ  ต่อเนื่องหลายกิโลเมตรไปจนถึงสำนักงานขนส่งจังหวัดเชียงใหม่ ขณะเดียวกันร้านอารหารริมแม่น้ำปิงชื่อดัง ต้องปิดให้บริการโดยปริยาย เนื่องจากน้ำท่วม ไม่ว่าจะเป็นเฮือนโบราณ ไวท์เฮ้าท์ ธาราบาร์

            ทางด้านไนท์บาร์ซ่าร์ สถานที่ท่องเที่ยวและชอบปิงชื่อดังของเชียงใหม่ ก็ได้รับผลกระทบไม่แพ้กัน หลังจากน้ำเริ่มหลากเข้าท่วมตั้งแต่ช่วงเย็นที่ผ่านมา กระทั้งเวลาประมาณ 23.00 น.ระดับน้ำสูงกว่า 1 เมตร ร้านค้าต้องปิดบริการโดยปริยาย  ไม่เว้นแม้แต่โรงแรมชื่อดังย่านดังกล่าวก็ได้รับผลกระทบ บรรดาลูกค้าไม่สามารถเข้าไปใช้บริการได้อย่างสะดวกสะบาย ทางโรงแรมต้องจัดรถบัสขนาดใหญ่ลุยน้ำเข้าไปส่ง โรงแรมบางแห่งถูกลูกค้ายกเลิกเพราะน้ำท่วม

            เช่นเดียวกันถนนช้างคลาน ซึ่งเป็นย่านเศรษฐกิจของเชียงใหม่ ก็ถูกน้ำท่วมสูง รถเล็กไม่สามารถสัญจรไปมาได้ และระดับน้ำยังไม่แนวโน้มว่าจะลดลงแต่อย่างใด โดยล่าสุดได้มีฝนตกปรอยๆมาเป็นระยะๆ โดยล่าสุดน้ำในคลองแม่ข่ามีระดับสูงและไหลแรง และน้ำได้ดันท่อระบ่ายน้ำเอ่อเข้าท่วมถนนย่านวิทยาลัยนาฎศิลป์แล้ว

น้ำปิงทะลัก!ไนท์บาซาร์สูญ100ล.

 

           นายสิทธิพร เตชะจงจินตนา กรรมการผู้จัดการ บริษัทเชียงใหม่ไนท์บาซาร์ จำกัด เปิดเผยว่า ขณะนี้น้ำปิงได้ไหลทะลักเข้าท่วมพื้นที่เศรษฐกิจ และการท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงใหม่แล้ว โดยอยู่ระดับไม่ต่ำกว่า 50-70เซ็นติเมตร และมีสภาพน้ำที่ขุ่นแดง ส่งผลให้ผู้ประกอบการค้าในย่านไนท์บาซาร์ทั้งร้านค้าที่เป็นรถเข็น และร้านค้าในศูนย์การค้าต่างๆ ทั้งขนาดเล็ก และขนาดใหญ่ไม่ต่ำกว่า 7-8 แห่งต้องปิดให้บริการเป็นการชั่วคราว

           ทั้งนี้ แม้ว่า บางแห่งจะไม่มีการปิดให้บริการ แต่ก็คาดว่านักท่องเที่ยวจะเข้ามาในพื้นที่อย่างลำบาก เพราะสภาพน้ำได้เพิ่มระดับสูงขึ้นอยู่ตลอดเวลา ดังนั้น ในวันแรกที่ประสบปัญหาน้ำท่วมเช่นนี้ ส่งผลให้เกิดการสูญเสียโอกาสทางการค้าไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท

          ส่วนความเสียหายทางทรัพย์สินยังไม่มี เนื่องจากผู้ประกอบการส่วนใหญ่ได้รับการแจ้งเตือนล่วงหน้าแล้ว

 

ชลประทาน แจง น้ำปิงขึ้นสูงสุด 4.90 ม.เที่ยงคืน ใกล้เคียงน้ำท่วมใหญ่ปี 49 

          นายวินัย พงษ์จินดา ผู้อำนวยการสำนักชลประทานที่  1 กล่าวว่า  คาดว่าระดับแม่น้ำปิงที่ จุด P1 สะพานนวรัฐ อ.เมือง จ.เชียงใหม่  จะถึงจุดสูงสุดที่ 4.90 เมตร ในเวลาเที่ยงคืนนี้ ซึ่งจะส่งผลให้น้ำทะลักเข้าท่วมในพื้นที่ตัวเมืองเชียงใหม่เพิ่มขึ้นหลายจุด รวมทั้งที่ตลาดต้นลำไยย่านเศรษฐกิจที่สำคัญอีกแห่งของจ.เชียงใหม่ จากนั้นน้ำปิงจะเริ่มทรงตัวและในเวลาใกล้รุ่งเช้าของวันที่ 29 กันยายนจะเริ่มลดระดับลง

          ส่วนระดับน้ำปิงตอนเหนือที่อ.เชียงดาว ยังมีปริมาณสูงอยู่เพราะมีในตกในพื้นที่ก่อนหน้านี้จึงมีน้ำสะสมอยู่มาก แต่น้ำแม่แตงเริ่มทรงตัวแล้ว  คาดว่าหากไม่มีฝนตกลงมาในพื้นที่ซ้ำอีกเชื่อว่าในวันพรุ่งนี้ ( 29 กันยายน) ระดับน้ำในแม่น้ำปิงจะเริ่มลดลง แต่คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 1 - 2 วันจึงจะกลับสู่ภาวะปกติและต่ำกว่าจุดวิกฤติที่ 3.70 เมตร ณ จุด P1 สะพานนวรัฐ อ.เมือง

 

นายกฯ รับ ระบบเตือนภัย เป็นจุดอ่อน

 

          เวลา 14.00 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่หน่วยงานด้านการเตือนภัย ไม่สามารถทำงานไม่มีประสิทธิภาพทำให้ประชาชน จ.เชียงใหม่ ไม่รู้ข้อมูลที่แท้จริงล่วงหน้า ก่อนน้ำทะลักเข้าท่วมตัวเมืองว่า ได้ประชุมผ่านทางวีดีโอคอนเฟอร์เรนซ์ กับ ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล ผวจ.เชียงใหม่แล้ว ขณะนี้ มีการชี้แจงขั้นตอนการเตือนภัยมีหลายหน่วยงาน อาจจะทำให้เกิดความสับสน ซึ่งม.ล.ปนัดดาได้เร่งชี้แจงข่าวสารให้ถูกต้องแล้ว และจะมีหน่วยงานการเตือนภัยต่าง ๆ ให้มีระบบมากขึ้น

          “ยอมรับว่าการเตือนภัยยังเป็นจุดอ่อน เพราะเรามีหลายหน่วยในการประมวล เช่น กรมอุตุนิยมวิทยา กระทรวงวิทยาศาสตร์ กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ดังนั้นทุกอย่างมีกลไกในการบูรณาการรวม เพื่อใช้ประมวลผลให้แม่นยำถูกต้อง ให้ข้อมูลกับประชาชน ที่สำคัญเรายังไม่มีระบบเตือนภัยถาวร ซึ่งจะให้คณะกรรมการบูรณาการและการจัดการเรื่องน้ำดูแล”นายกฯ กล่าว

 

ลำพูน เตือนปปช. รับมือน้ำกวงหนุน

          นายสกล หาญพิทักษ์กุล ผู้อำนวยการโครงการชลประทาน จ.ลำพูน เปิดเผยว่าสถานการณ์น้ำในพื้นที่ จ.ลำพูน ในวันที่ 28 ก.ย. ตลอดทั้งวัน น้ำในลำน้ำแม่ทามีระดับสูงขึ้น ณ สถานีวัดน้ำ P.77 บ้านแม่สะป๊วด ต.ทาสบเส้า อ.แม่ทา จ.ลำพูน เท่ากับ 4.10 เมตร ซึ่งอยู่ในระดับวิกฤต

          เนื่องจากปริมาณฝนตกในพื้นที่ตอนเหนือของ จ.ลำพูน มีปริมาณมากและตกอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำปิงเพิ่มสูงขึ้นเช่นกัน จากการตรวจวัดที่สถานี P.76 บ้านแม่แต อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ มีระดับน้ำอยู่ที่ระดับวิกฤต โดยวัดระดับน้ำได้ 4.20 เมตร ปริมาณน้ำ 440 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที คาดว่าปริมาณน้ำดังกล่าวจะเข้าสู่ จ.ลำพูนภายในค่ำคืนวันนี้

          ทั้งนี้จังหวัดได้วางแผนการระบายน้ำเพื่อลดระดับน้ำปิง น้ำแม่กวง และน้ำแม่ทา พร้อมด้วยฝายหนองสลีกซึ่งปริมาณน้ำที่ระบายปัจจุบัน 476 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที พร้อมเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัย บริเวณที่ลุ่มต่ำใกล้ลำน้ำ ทางน้ำไหลผ่าน ระมัดระวังอันตรายจากระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง เนื่องจากสภาวะฝนตกหนักด้านเหนือของจังหวัดลำพูน ให้เตรียมเก็บทรัพย์สิน สิ่งของต่าง ๆ ไว้ในที่ปลอดภัย และระมัดระวังเกี่ยวกับภัยอันเกิดจากน้ำล้นตลิ่ง น้ำท่วมฉับพลันด้วย

 

ศภช.เตือน 10 อำเภอภาคเหนือ รับมือน้ำล้นตลิ่ง 28-29 ก.ย.นี้

          ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ (ศภช.) แจ้งว่า ในวันที่ 28 - 29 ก.ย.นี้ จะเกิดน้ำล้นตลิ่งในบริเวณสองฝั่งลุ่มน้ำแม่กวง ได้แก่ อ.ดอยสะเก็ด อ.สันทราย อ.สันกำแพง อ.แม่ออน จ.เชียงใหม่ อ.เมืองลำพูน อ.แม่ทา อ.สารภี อ.บ้านโฮ่ง อ.เวียงหนองร่อง อ.ป่าซาง จ.ลำพูน ขอให้ประชาชนโดยเฉพาะอย่างยิ่งที่อาศัยอยู่ริมฝั่งแม่น้ำ นอกคันกั้นน้ำ และริมแม่น้ำสาขาเฝ้าระวังรับสถานการณ์น้ำท่วม ควรเคลื่อนย้ายไปยังที่ปลอดภัย และขอให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องดำเนินการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ประสบภัย และติดตามข้อมูลจากศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติต่อไป

 

เชียงราย น้ำป่าดอยห้วยหลวงทะลัก ท่วมบ้าน-วัด-โรงเรียน จมนับพันหลัง

          ผู้สื่อข่าวรายงานข่าวว่าหลังจากเกิดฝนตกหนักในช่วงคืนที่ผ่านมาได้ทำให้เกิดน้ำป่าจากเทือกเขาห้วยหลวงพื้นที่ อ.พาน จ.เชียงราย ไหลบ่าลงมาจากเทือกเขาเข้าท่วมบ้านเรือนในพื้นที่ ต.ทรายขาว หลายหมู่บ้าน โดยน้ำได้เข้าท่วมหมู่บ้านร่องธารใหม่ บ้านร่องธาร บ้านร่องธารกลาง บ้านท่าอ้อ และ บ้านดงลาน ต.ทรายขาว รวมกันทั้งหมดประมาณ 1,000 หลังคาเรือน โดยน้ำมีความเชี่ยวกรากและลึกตั้งแต่ 30-50 ซ.ม.ขณะที่บางจุดน้ำลึกกว่า 1 เมตร ส่งผลให้ประชาชนประสบความเดือดร้อนอย่างหนักเพราะน้ำไหลเชี่ยวกรากจนขนย้ายข้าวของกันไม่ทัน ต้องช่วยกันเก็บของสำคัญไปไว้บนพื้นที่สูงอย่างอลหม่าน

          ขณะเดียวกันน้ำที่ไหลเข้าท่วมอย่างรวดเร็วดังกล่าวยังส่งผลกระทบไปยังวัดต่างๆ โดยเฉพาะวัดร่องธารที่น้ำไหลเข้าท่วมทั้งวิหาร กุฏิ ศาลาวัด ชาวบ้านต้องนำเรือท้องแบนเข้าไปช่วยพระสงฆ์และสามเณรขนย้ายข้าวของไปไว้บนพื้นที่สูงอย่างเร่งด่วน เช่นเดียวกันโรงเรียนตามหมู่บ้านต่างๆ ที่ต้องหยุดทำการเรียนการสอนเป็นการชั่วคราว อย่างไรก็ตามก็ยังไม่มีรายงานเรื่องการเสียชีวิตหรือได้รับบาดเจ็บของประชาชน ซึ่งทางฝ่ายปกครอง อ.พาน และอบต.ทราย ขาวอยู่ระหว่างสำรวจและรวบรวมข้อมูลความเสียหาย

          แต่เบื้องต้นได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ทั้งฝ่ายปกครอง อบต.ทรายขาว และทหารจังหวัดทหารบกเชียงราย ค่ายเม็งรายมหาราช นำเรือท้องแบนและรถยนต์เข้าช่วยเหลือประชาชนในการขนย้ายข้าวของไปไว้บนพื้นที่สูงเป็นการชั่วคราว โดยรอจนกว่าระดับน้ำจะลดต่ำลงหรือเข้าสู่ภาวะปกติขณะเดียวกันได้ออกแจกจ่ายอาหารและน้ำดื่มเพราะประชาชนเริ่มเดือดร้อนเนื่องจากไม่สามารถทำมาหากินได้ตามปกติ เพราะมั่ววุ่นกับการขนย้ายข้าวของตลอดทั้งวันด้วย

          ทั้งนี้ มีบ้านเรือนจำนวนมากที่อยู่ในพื้นที่ลุ่มและห่างไกลถนนหรือพื้นที่สูงทำให้ถูกตัดขาดจากภายนอกและต้องอาศัยอยู่บ้านเรือนบนที่สูงตามลำพัง ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องนำเรือท้องแบนเข้าให้การช่วยเหลือตลอดทั้งวันแล้ว

 

สุโขทัย น้ำป่าหลากท่วมศรีสัชนาลัย เดือดร้อน 100 หลังคาเรือน

          กรณีน้ำป่าที่ไหลหลากจากแนวเทือกเขาในอุทยานแห่งชาติศรีสัชนาลัยและปริมาณน้ำที่เอ่อล้นสปริงเวย์จากอ่างเก็บน้ำห้วยแม่ท่าแพซึ่งไหลบ่าเข้าท่วมพื้นที่สองตำบลในอำเภอศรีสัชนาลัยเมื่อคืนวันที่ 27 ก.ย.ที่ผ่านมา ล่าสุดตลอดทั้งที่ 28 ก.ย.ระดับน้ำที่ท่วมพื้นที่ขยายวงกว้างในหลายหมู่บ้านระดับน้ำท่วมเพิ่มสูงขึ้นรวมทั้งยังไหลบ่าสู่พื้นที่ทางการเกษตรเสียหายจำนวนมาก

          โดยชาวบ้านหมู่ที่ 9 บ้านคุกเหนือ และ หมู่ที่ 12 บ้านคุกพัฒนา ต.สารจิต อ.ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย ซึ่งได้รับผลกระทบมากที่สุดจากกรณีน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมโดยล่าสุดวันนี้ระดับน้ำเข้าท่วมพื้นที่สูงถึง 80-1.50 เมตร มีชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนกว่า 100 ครัวเรือน อย่างไรก็ตามระดับน้ำป่าที่ไหลหลากได้ขยายวงกว้างเข้าท่วมพื้นที่รวม 14 หมู่บ้านใน 2 ตำบลคือ ต.สารจิต และ ต.บ้านแก่ง อ.ศรีสัชนาลัย โดยมีชาวบ้านได้รับความเดือดร้อน 600 ครัวเรือน มีพื้นที่ทางการเกษตรทั้งไร่นาและพืชสวนเสียหายกว่า 2,000 ไร่ ส่วนใหญ่เป็นนาข้าว โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสำรวจความเสียหายและช่วยเหลือชาวบ้านในพื้นที่แล้ว

          อย่างไรก็ตามในพื้นที่จังหวัดสุโขทัยตลอดทั้งวัน ยังคงมีฝนตกหนักต่อเนื่องในหลายพื้นที่โดยเฉพาะพื้นที่อำเภอศรีสัชนาลัยจึงมีการออกประกาศเตือนชาวบ้านสองฝั่งคลองแม่ท่าแพให้ติดตามสถานะการณ์อย่างต่อเนื่องเพราะปริมาณน้ำฝนตกเพิ่มในพื้นที่ให้ประชาชนระมัดระวังภาวะน้ำล้นตลิ่งต่อเนื่องไปตลอด 24 ชั่วโมง