ข่าว

สอนหญิงมั่นคุมรักอย่างฉลาด

สอนหญิงมั่นคุมรักอย่างฉลาด

29 ก.ย. 2554

สอนหญิงมั่นคุมรักอย่างฉลาด : เรื่อง/ภาพ พชรมน พรมลังกา

          ปัญหาหนึ่งที่พบในสังคมปัจจุบันก็คือการตั้งครรภ์อันไม่พึงประสงค์ จึงเป็นโอกาสอันดี ที่เมื่อเร็วๆ นี้ "วันคุมกำเนิดโลกประจำปี 2554" เวียนมาบรรจบอีกครั้งโดยจะตรงกับวันที่ 26 กันยายนของทุกปี ในการนี้สภาวิชาการคุมกำเนิดแห่งภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก จึงจับมือ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข วิทยาลัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และไบเออร์ เฮลธ์แคร์ แผนกเวชภัณฑ์ จัดกิจกรรมรณรงค์ ให้หญิงไทยให้ "กล้า" และ "มั่นใจ" ในการ "คุม" ชีวิตตัวเอง มุ่งสร้างสังคมปราศจากภาวะตั้งท้องไม่พึงประสงค์ โดยเปิดเวทีรณรงค์ขึ้นที่ห้องบอลรูม โรงแรมโฟร์ซีซั่น

          กิตติณัฐ ศรภิญญา หัวหน้าหน่วยธุรกิจเวชภัณฑ์สตรี ไบเออร์ เฮลธ์แคร์ แผนกเวชภัณฑ์ กล่าวเปิดงานว่า กิจกรรมจัดขึ้นภายใต้แนวคิด "เรียนรู้ชีวิต เรียนรู้สิทธิ เรียนรู้การคุมกำเนิด" โดยผ่านกิจกรรมเสวนา "สอนหญิงมั่นคุมรักอย่างชาญฉลาด" และกิจกรรมละครเวทีสะท้อนปัญหาสังคม บนเวทีเสวนา ศ.นพ.สุรศักดิ์ ฐานีพานิชสกุล คณบดีวิทยาลัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในฐานะผู้แทนสภาวิชาการคุมกำเนิดแห่งภาคพื้นเอเชียแปซิฟิกประจำประเทศไทย กล่าวว่า หญิงไทยร้อยละ 77 ไม่ป้องกันและคุมกำเนิดเมื่อมีเพศสัมพันธ์กับคู่นอนใหม่ และกว่าร้อยละ 80 เป็นวัยรุ่นอายุต่ำกว่า 25 ปี โดยร้อยละ 48 เลือกจะปรึกษาเพื่อนซึ่งเป็นแหล่งข้อมูลที่ผิดพลาดและไม่ถูกต้องมากที่สุด โดยสาเหตุมาจากความอาย และกลัวพ่อแม่รวมถึงคนใกล้ชิดจะรู้ ทำให้คนไทยส่วนใหญ่ไม่มีความรู้เกี่ยวกับการคุมกำเนิดที่ถูกต้องส่งผลให้มีปัญหาต่างๆ ตามมา

          "วิธีป้องกันที่ดีที่สุดสำหรับสตรี โดยเฉพาะวัยรุ่นที่เป็นวัยคึกคะนองก็คือ การคุมกำเนิด ไม่ใช่เพียงผู้ชายใส่ถุงยาง แต่ผู้หญิงก็ต้องรู้จักป้องกันด้วย อย่างการกินยาคุมกำเนิดก็ต้องกินอย่างถูกวิธี โดยควรเลือกยาที่มีฮอร์โมนต่ำที่สุด และควรกินแบบ 28 เม็ด ซึ่ง 21 เม็ด จะเป็นเม็ดที่มีฮอร์โมนเพื่อยับยั้งภาวะเจริญพันธุ์ และอีก 7 เม็ดเป็นเม็ดที่ยาไม่มีฮอร์โมน เพื่อป้องกันการลืมกิน ส่วนยาคุมแบบฉุกเฉินก็ไม่ควรกินเกิน 1-2 ครั้ง ต่อเดือนเพราะมีผลข้างเคียงมาก แต่เหนือสิ่งอื่นใดสำคัญที่สุดคือ ผู้หญิงต้องรู้จักปฏิเสธในการมีเพศสัมพันธ์ด้วย" คุณหมอ แนะ

          ด้าน นพ.กิตติพงศ์ แซ่เจ็ง ผู้อำนวยการสำนักอนามัยเจริญพันธ์ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เผยว่า เด็กผู้หญิงไทยในปัจจุบันมีประจำเดือนเร็วขึ้น ในขณะเด็กผู้ชายก็จะมีการหลั่งน้ำอสุจิขณะหลับหรือฝันเปียกกันเร็วขึ้นมาก การสอนเรื่องเพศศึกษาจึงควรเริ่มตั้งแต่ช่วงประถมปลาย เพราะบางครอบครัวเรียนจบป.6 ก็ไม่ได้เรียนต่อแล้ว ซึ่งตรงนี้ทุกภาคส่วนจะต้องช่วยกันรณรงค์รวมถึงครอบครัวจะต้องเปิดกว้างมากขึ้นด้วย

          ส่วน กิตติณัฐ ศรภิญญา ได้กล่าวปิดท้ายการเสวนาในครั้งนี้ว่า ร้านขายยาและร้านค้าทั่วไปควรเปลี่ยนทัศนคติที่ว่าการมีวัยรุ่นมาซื้อยาคุมนั้นเป็นเรื่องที่ดูไม่ดี แล้วแสดงพฤติกรรม เช่น มองคนซื้อตั้งแต่หัวจรดเท้า จากส่วนนี้เองจึงเป็นหนึ่งในสาเหตุให้วัยรุ่นไม่กล้าซื้อยาคุม ซึ่งจริงๆ ควรมองใหม่ว่าสิ่งเหล่านี้กลับเป็นเรื่องดีด้วยซ้ำ ที่พวกเขารู้จักดูแลตัวเอง อย่างในต่างประเทศจะมองเรื่องคุมกำเนิดเรื่องเซ็กส์เป็นเรื่องธรรมชาติ พร้อมๆ กับรู้เรื่องการกินยาคุมกำเนิดได้ดีกว่าเด็กไทยด้วย