ข่าว

'นิติราษฎร์'ลั่นน้อมรับทุกความเห็น

'นิติราษฎร์'ลั่นน้อมรับทุกความเห็น

28 ก.ย. 2554

คณะนิติราษฎร์ส่งสารน้อมรับทุกความเห็น ยันไม่ก้มหัวให้รัฐประหาร พร้อมตอบข้อสงสัยทุกกลุ่มบุคคล อดีตคณบดีนิติฯมธ.ตอบคำถามอธิการบดี15ข้อ “พร้อมพงศ์” ปัด นิติราษฎร์ ทำเพื่อ “ทักษิณ”

           28ก.ย.2554 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เว็บไซต์ของคณะนิติราษฎร์ http://www.enlightened-jurists.com ได้นำเสนอ "สารถึงผู้อ่าน - ถึงประชาชนผู้รักในนิติรัฐ-ประชาธิปไตย" ข้อความมดังนี้ : "ประกาศนิติราษฏร์" 28 September 2011 สืบเนื่องจากข้อเสนอทางวิชาการ "5 ปี รัฐประหาร 1 ปี นิติราษฏร์" และคำชี้แจงรายละเอียดของข้อเสนอให้ "ลบล้างผลพวงของรัฐประหาร 19 กันยายน 2549" ซึ่งคณะนิติราษฎร์ ได้เปิดแถลงข้อเสนอต่อประชาชนผู้สนใจ และแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนอย่างเป็นทางการเมื่อวันอาทิตย์ที่ 18 และ 25 กันยายน 2554 ตามลำดับ

            ปรากฏว่ามีผู้เขียนบทความ จดหมาย คำกลอน รวมทั้งส่งอีเมลมาถึงคณะนิติราษฏร์จำนวนมาก ทั้งที่ให้กำลังใจ สนับสนุนข้อเสนอ รวมทั้งเสนอแนะเพิ่มเติม และทั้งที่ตั้งคำถาม แสดงความไม่เห็นด้วย หรือต่อว่าด่าทอ แต่ด้วยสมาชิกของคณะนิติราษฎร์ไม่สามารถแสดงความคิดเห็น หรือตอบกลับอีเมลเหล่านั้นได้ทั้งหมด จึงขอส่งสารมายังทุกท่านว่า

            คณะนิติราษฏร์ ได้รับสารเหล่านั้นทั้งหมดแล้ว และขอขอบคุณในทุกคำให้กำลังใจและสนับสนุนของประชาชนผู้มีใจรักในนิติรัฐ - ประชาธิปไตย และปฏิเสธ ไม่ก้มหัว หรือยอมจำนนต่อรัฐประหารไม่ว่า ณ เวลาใดๆ ขอขอบคุณและชื่นชมทุกท่านที่พร้อมร่วมกันยืนยันว่า ในที่สุดแล้ว ประชาชนคือรัฐาธิปัตย์ที่แท้จริงในระบอบประชาธิปไตย เป็นผู้มีอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญ และมีความชอบธรรมอย่างเต็มที่ในการลบล้างผลพวงจากการประกอบอาชญากรรมยึดอำนาจไปจากมือประชาชน

            คณะนิติราษฎร์ จะน้อมรับและตอบข้อสงสัยในคำวิพากษ์วิจารณ์ข้อเสนอฯ ก็ต่อเมื่อบุคคลหรือกลุ่มบุคคลเหล่านั้นได้อ่านและทำความเข้าใจทุกถ้อยแถลงของข้อเสนอฯ อย่างละเอียดเพียงพอแล้ว ด้วยจิตใจที่เปิดกว้าง วิจารณ์อยู่บนพื้นฐานหลักการแห่งกฎหมาย และขอแสดงความเสียดาย แต่ไม่แสดงความท้อใจเมื่อเราพบว่า ยังมีคนอีกจำนวนหนึ่งที่จำนนต่อรัฐประหาร พร้อมสยบยอมต่ออำนาจอื่นใด เหยียบย่ำหลักการ และมองข้ามหัวประชาชน

 

อดีตคณบดีนิติฯมธ.ตอบคำถามอธิการบดี15ข้อ


             นายพนัส ทัศนียานนท์ อดีตคณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อดีต สสร.รัฐธรรมนูญ 2540 และส.ว.ตาก จากการเลือกตั้งสมัยแรก ได้ตอบคำถาม 15 ข้อของนายสมคิด เลิศไพฑูรย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ต่อกรณีข้อเสนอของคณะนิติราษฎร์ โดยโพสต์ข้อความดังกล่าวลงในเฟซบุ๊คส่วนตัว เรียงตามลำดับคำถามของนายสมคิดดังนี้

            1เราสามารถยกเลิกกฎหมายที่ถูกยกเลิกไปแล้วได้หรือไม่ เช่นการยกเลิก รธน. 2549
            ตอบ นิติราษฎร์ไม่ได้เสนอให้ยกเลิกรธน. 2549 แต่ให้ถือว่าการนิรโทษกรรมให้แก่ผู้ทำรัฐประหารตามมาตรา 37 ไม่เกิดผลตามกฎหมาย

            2.ถ้าตำรวจจับคนร้ายที่ทำผิดจริงมาแต่ไม่ได้สอบสวนโดยละเอียด ต่อมาคนร้ายถูกฟ้องศาล มีการโต้แย้งว่ากระบวนการของตำรวจไม่ค่อยถูกต้อง แต่ศาลเห็นว่าไม่เป็นไร ศาลก็พิพากษาไป ตกลงคำพิพากษาของศาลใช้ได้หรือไม่

            ตอบ ตามป.วิอาญา การสอบสวนที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ย่อมมีผลทำให้การฟ้องคดีของอัยการไม่ชอบด้วยกฎหมายด้วย ซึ่งโดยหลักการพิจารณาคดีก็ต้องถือว่าไม่ชอบทั้งหมด แต่ศาลไทยบอกไม่เป็นไร หากพิจารณาว่าจำเลยกระทำผิดจริง ก็ลงโทษจำเลยได้ ซึ่งก็เหมือนกับการยอมรับว่าการรัฐประหาร(การกระทำความผิดฐานกบฎ)เป็นการกระทำที่ชอบด้วยกฎหมายหากทำสำเร็จนั้นเอง

            3.ถ้ามีคนเห็นว่ากระบวนการยุติธรรมในช่วง คมช.ไม่ถูกต้อง ก็ให้ดำเนินการใหม่ คนอีกกลุ่มเห็นว่าการตัดสินคดีซุกหุ้น ศาลตัดสินผิดโดยสิ้นเชิง คนกลุ่มหลังจะขอให้ยกเลิกรธน. 2540 ตั้งศาลรธน.ใหม่ แล้วพิพากษาคดีซุกหุ้นใหม่ จะได้หรือไม่


            ตอบ ศาลรัฐธรรมนูญที่ตัดสินคดีซุกหุ้นของทักษิณ เกิดจากรธน. 2540 ที่มิได้มีที่มาจาการรัฐประหารเหมือน รธน.2550 หากมีหลักฐานพิสูจน์ได้ว่าศาลตัดสินผิดก็น่าจะมีการออกกฎหมายมาให้รื้อฟื้นคดีใหม่ได้ โดยไม่ต้องยกเลิกรธน. 2540 ซึ่งมิได้เกิดขึ้นจากการกระทำผิดกฎหมายฐานกบฎ (การทำรัฐประหาร)

            4.ประชาชนจะลงมติแก้รธน.ที่ถูกยกเลิกไปแล้วได้หรือไม่


            ตอบ เป็นคำถามประเด็นเดียวกันกับคำถามที่ 1 คำตอบก็คือไม่ใช่การแก้รัฐธรรมนูญที่ถูกยกเลิกไปแล้ว แต่เป็นการยกเลิกเพิกถอนผลของการกระทำที่เกิดจากรัฐธรรมนูญที่เป็นผลพวงของการรัฐประหารที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

            5.รธน.2550 ได้รับการลงประชามติโดยประชาชน ในทางกฎหมายเราจะพูดได้หรือไม่ว่า ประชาชนลงมติโดยไม่ถูกต้อง หรือรธน. 2550 ไม่ได้ผ่านความเห็นชอบของประชาชน?
  

          ตอบ พูดได้ เพราะมีการหลอกลวงขู่เข็ญบังคับให้ประชาชนลงมติ จึงเป็นการลงประชามติที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

            6.ตั้งโดยคมช. ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองก็ตั้งโดย คมช. ใช่หรือไม่

            ตอบ คตส.ตั้งโดย คมช.แน่นอน ส่วนศาลฎีกาแผนกคดีอาญานักการเมืองก็เกิดจากรัฐธรรมนูญ 2550 ซึ่ง คมช.เป็นผู้ให้กำเนิดเช่นกัน ดังนั้น เมื่อการกระทำรัฐประหารของคมช.เป็นการกระทำที่ละเมิดบทบัญญัติมาตรา 63 แห่งรธน. 2540 และเป็นความผิดฐานกบฎตามป.อาญามาตรา 113 ทั้งคตส.และศาลฎีกาแผนกคดีอาญานักการเมืองจึงเป็นองค์กรที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายด้วยกันทั้งคู่

            7.การดำเนินการตามแนวคิดของนิติราษฎร์ ไม่มีผลทางกฎหมายต่อนายกฯทักษิณเลยใช่หรือไม่
  

          ตอบ ตามที่นิติราษฎร์แถลง มีผลโดยตรงแน่นอน คือต้องพิจารณาคดีใหม่โดยกระบวนการยุึติธรรม ที่ชอบด้ยหลักนิติธรรม ถ้ากระทำผิดจริงตามข้อกล่าวหาก็ต้องถูกลงโทษ

            8.มาตรา 112 ขัดแย้งกับ รธน .จริงหรือ และขัดกับรธน. 2550 ที่จะถูกยกเลิกใช่หรือไม่


            ตอบ ป.อาญา ม.112 เท่าที่มีการตีความและใช้บังคับอยู่ในปัจจุบันมีผลขัดแย้งกับรัฐธรรมนูญแน่นอน เพราะเป็นการลิดรอนเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของประชาชนซึ้งเป็นสิทธิขั้นมูลฐานตามรธน.ของประชาชนโดยสิ้นเชิง แต่อาจไม่ขัดแย้งกับรธน.2550 เพราะเจตนารมณ์ของผู้ร่าง (สสร. 2550) ไม่ถือว่าขัดแย้งอยู่แล้ว

            9.ประเทศทั้งหลายในโลกรวมทั้งเยอรมัน เขาไม่คุ้มครองประมุขของประเทศเป็นพิเศษแตกต่างไปจากประชาชนใช่หรือไม่

            ตอบ ทุกประเทศมีกฎหมายคุ้มครองประมุขของประเทศ แต่ประเทศที่เป็นประชาธิปไตยอย่างเช่นเยอรมัน อังกฤษ อเมริกา เขาถือว่าเสรีภาพในการแสดงออกซึ่งความคิดเห็นของประชาชนเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการปกครองระบอบประชาธิปไตยตามหลักนิติธรรม ประมุขของประเทศจึงอาจถูกวิพากษ์วิจารณ์ได้ หากมีการกระทำใด ๆที่มีผลต่อการเมืองการปกครองของประเทศไม่ว่าจะโดยตรงหรือโดยอ้อม

            10.ถ้ามีคนไปโต้แย้งนิติราษฎร์ในที่สาธารณะเขาจะไม่ถูกขว้างปาและโห่ฮาเหมือนกับหมอตุลย์ใช่หรือไม่

            ตอบ หากท่านคิดจะไปโต้แย้งกับนิติราษฎร์ ท่านอธิการก็จัดเวทีที่ธรรมศาสตร์สิครับ ผมเชื่อว่าไม่มีใครกล้าโห่ฮาท่านแน่นอน

            11.ถ้าเรายกเลิกกฎหมายที่ถูกยกเลิกไปแล้วได้ เราจะล้มเลิกการกระทำทั้งหลายและลงโทษคณะรัฐประหารกี่ชุด สุจินดา ถนอม ประภาศ สฤษฏ์ จอมพล ป. อ.ปรีดี หรือจะลงโทษเฉพาะคณะรัฐประหารที่กระทำต่อนายกฯทักษิณ

            ตอบ การประกาศให้ผลของการรัฐประหาร ไม่เป็นการนิรโทษกรรมให้แก่ผู้กระทำผิดฐานกบฎ โดยการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และให้ประชาชนลงประชามติตามที่นิติราษฎร์เสนอ เป็นการยกเลิกการนิรโทษกรรมที่กำหนดไว้ใน รธน. 2550 ไม่ใช่ยกเลิกกฎหมายที่ยกเลิกไปแล้ว ส่วนที่ถามว่าทำไมไม่ยกเลิกผลของการกระทำรัฐประหารของสุจินดา ถนอม สฤษดิ์ จอมพล ป. ปรีดี แล้วเอาตัวคนเหล่านี้มาลงโทษฐานกบฎด้วย เห็นด้วยว่าสมควรทำในสิ่งที่ยังพอกระทำได้ เช่นการให้ความช่วยเหลือเยียวยาแก่ผู้ที่ได้รับผลร้ายจากการกระทำรัฐประหารเหล่านั้น (โดยเฉพาะผู้ที่ถูกลงโทษโดยไม่ผ่านการพิจารณาคดีตามกระบวนการยุติธรรม) แต่การนำตัวผู้กระทำรัฐประหารมาลงโทษคงกระทำไม่ได้แล้วเพราะผู้กระทำผิดส่วนใหญ่ตายไปแล้ว ที่ยังเหลืออยู่คดีก็ขาดอายุความหมดแล้ว

            12.ความเห็นของนักกฎหมายที่เห็นไม่ตรงกับนิติราษฎร์แต่ดีกว่านิติราษฎร์ รัฐบาลนี้จะรับไปใช่หรือไม่

            ตอบ ช่วยเสนอให้หน่อยว่าความเห็นของท่านที่ดีกว่าของนิติราษฎร์ คือ อย่างไร ถ้าดีกว่าจริงจะขอสนับสนุนเต็มที่เลย ในฐานะที่เป็นนักกฎหมายด้วยกัน

            13.ศาลรธน. ช่วยนายกทักษิณคดีซุกหุ้นถือว่าใช้ได้ แต่ไม่ช่วยคดียึดทรัพย์ถือว่าใช้ไม่ได้ เป็นตุลาการภิวัตน์ใช่หรือไม่

            ตอบ ตุลาการภิวัตน์ คือตุลาการที่ยอมตนเป็นเครื่องมือและอาวุธให้แก่ผู้มีอำนาจกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งได้ใช้เพื่อประหัตประหารและทำลายล้างศัตรูของตน ตุลาการศาลทั้งในคดีซุกหุ้นและคดียึดทรัพย์ทักษิณ จึงเป็นตุลาการภิวัฒน์ด้วยกันทั้งสิ้น เพียงแต่ว่าในคดีซุกหุ้นตุลาการภิวัตน์เป็นฝ่ายแพ้

            14.บทบัญญัติว่าด้วยสิทธิเสรีภาพของประชาชนตามรธน. 2550 แย่กว่า รธน. 2540, 2475 ที่นิติราษฎร์จะนำมาใช้ใช่หรือไม่

            ตอบ บทบัญญัติว่าด้วยสิทธิเสรีภาพตามรธน.2550 และฉบับอื่นทุกฉบับไม่มีความหมายอะไรเลย ไม่มีฉบับใดดีกว่ากัน เพราะตราบใดที่ตุลาการไทยยังยอมรับว่ารัฏฐาธิปัตย์คือผู้ที่ได้อำนาจอธิปไตยมาโดยรถถังและปืนและอำนาจอธิปไตยไม่ใช่อำนาจของประชาชน

            15.คมช. เลว สสร.ที่มาจาก คมช.ก็เลว รธน.2550 ที่มาจาก สสร.ก็เลว แต่รัฐบาลที่มาจาก รธน. เลว เป็นรัฐบาลดีใช่หรือไม่สสร.ที่มาจากรัฐบาลชุดนี้ และที่ อ.วรเจตน์จะเข้าร่วม ก็เป็นสสร.ที่ดีใช่หรือไม่”

            ตอบ ไม่ใช่เรื่องใครดีใครเลว แต่เป็นเรื่องของหลักการในทางนิติศาสตร์ ที่จะต้องมีการยืนยันว่าระหว่างอำนาจรัฐกับเสรีภาพของประชาชนและระหว่างระบอบเผด็จการกับระบอบประชาธิปไตย นักกฎหมายควรจะยืนอยู่ข้างใดมากกว่า 


 “พร้อมพงศ์”ปัดนิติราษฎร์ทำเพื่อ“ทักษิณ”


            นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงถึงกรณีที่แกนนำพรรคประชาธิปัตย์และนักวิชาการสายคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) ที่ออกมาตอบโต้ข้อเสนอของคณะนิติราษฎร์ ที่ให้ลบล้างผลพวงของการทำรัฐประหาร 2549ว่า การที่ลิ่วล้อ คมช. และพรรคประชาธิปัตย์ ออกมาตอบโต้ คงไม่มีเหตุผลอื่นนอกจากเสพติดอำนาจที่เคยได้รับจากการหยิบยื่นของ คมช. ทั้งที่ทราบว่าการรัฐประหารได้สร้างความแตกแยกในสังคมไทย และสร้างผลเสียต่อระบบกฎหมายและระบบการเมืองมาจนถึงทุกวันนี้ แต่คนกลุ่มนี้ยังโหยหาและรับรองความถูกต้องของการรัฐประหาร ทั้งนี้ยืนยันว่าข้อเสนอของคณะนิติราษฎร์ ไม่มีเจตนาช่วยเหลือ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี แต่อย่างใด แต่เป็นการสร้างนิติรัฐของประเทศไทยให้สมบูรณ์มากกว่า ส่วนใครจะได้รับประโยชน์จากข้อเสนอดังกล่าวนั้นก็ถือเป็นผลพลอยได้ ไม่ใช่ข้อเสนอหลักของคณะนิติราษฎร์แน่นอน


ปัดพรรคจ่ายเงินเดือนให้ส.ส.


            นายพร้อมพงศ์  กล่าวปฏิเสธกระแสข่าวที่ระบุว่าส.ส.ระบบเขตของพรรคเพื่อไทยได้รับเงินเดือน 100,000 บาท ขณะที่ส.ส.บัญชีรายชื่อได้รับเงินเดือน 50,000 บาท ว่า ตนขอยืนยันว่าไม่เป็นความจริง ภายหลังจากที่ได้สอบถามกรรมการบริหารพรรคเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และยืนยันว่าส.ส.พรรคเพื่อไทยทั้งหมด ได้รับเงินเดือนจากสภาผู้แทนราษฎรเท่านั้น ข่าวที่นำเสนอเป็นเรื่องคาดเคลื่อน ถือเป็นเจตนาที่ไม่หวังดีต่อพรรคเพื่อไทย เพราะเรื่องดังกล่าวเป็นการขัดต่อพ.ร.บ.พรรคการเมือง อีกด้วย


ป้องอสส. ถือเป็นดุลพินิจไม่อุทธรณ์คดีหญิงอ้อ


            นายพร้อมพงศ์ แถลงถึงกระแสข่าวที่พรรคประชาธิปัตย์เตรียมยื่นถอดถอนอัยการสูงสุดตาม พ.ร.บ.องค์กรอัยการ ที่ระบุว่า อัยการต้องมีอิสระในการปฏิบัติหน้าที่ กรณีสั่งไม่อุทธรณ์คดีคุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร ที่หลีกเลี่ยงภาษีหุ้นชิน ว่า เรื่องนี้ถือเป็นดุลพินิจของอัยการสูงสุด และคดีดังกล่าวก็ถือว่าสิ้นสุดแล้ว จึงอยากขอให้ทุกฝ่ายยุติการวิพากษ์วิจารณ์ เพราะหากมีคนที่ไม่ถูกใจและออกมาตอบโต้ ก็เท่ากับว่าเป็นการแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมอีกด้วย

            “คดีดังกล่าวคงไม่ถูกใจนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ เพราะมีทัศนคติเป็นปฏิปักษ์ต่อตระกูลชินวัตรและดามาพงศ์ เมื่ออัยการสูงสุดทำความเห็นไม่ถูกใจก็มีปฏิกิริยาตอบโต้ทันที ผมขอเรียกร้องให้นายอภิสิทธิ์ หยุดโจมตีสถาบันอัยการ ให้กลับไปตรวจสอบคนของพรรคประชาธิปัตย์ในเรื่องกล้องซีซีทีวีปลอมของกรุงเทพมหานคร รวมถึงมารดาของส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ที่ถูกกล่าวหาคดีฉ้อโกงธนาคารซึ่งมีมูลค่านับพันล้าน ซึ่งยังหลบหนีการจับกุมอยู่จะดีกว่า” นายพร้อมพงศ์ กล่าว

 

ทีมกม.ปชป.พร้อมบุกอัยการสูงสุด


             นายวิรัตน์ กัลยาศิริ ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะหัวหน้าทีมกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการเตรียมการยื่นถอดถอนอัยการสูงสุดว่า ในวันที่ 29 กันยายน เวลา 11.00 น.จะเดินทางไปยังสำนักงานอัยการสูงสุด( อสส.) เพื่อยื่นขอเอกสารที่เกี่ยวข้องกับกรณีอัยการสั่งไม่ฎีกาคดีเลี่ยงภาษีหุ้นชินคอร์ปของคุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ และนายบรรพจน์ ดามาพงศ์ ประกอบด้วย สำเนาคำพิพากษาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ที่ขัดแย้งกัน รวมทั้งขอเหตุผลของอัยการที่เห็นควรไม่ฎีกา ตลอดจนหนังสือและเหตุผลของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.)ที่ส่งมายังอัยการให้ฎีกา และคำชี้แจงของอัยการต่อการไม่ฎีกา ก่อนจะทำเอกสารทั้งหมดมาประมวลและยื่นถอดถอนอัยการตามมาตรา 27 ของรัฐธรรมนูญ โดยการเข้าชื่อของส.ส. 1 ใน 4 ของที่มีอยู่ในสภาคือ 125 คน ยื่นต่อประธานวุฒิสภา เพื่อให้ป.ป.ช.ไต่สวนก่อนส่งผลการไต่สวนมายังวุฒิสภาเพื่อดำเนินการถอดถอนหรือไม่ต่อไป


ยก 6 ข้อสังเกตยื่นถอดอัยการ


             นายวิรัตน์ กล่าวต่อไปว่า ข้อสังเกตที่พรรคต้องยื่นถอดถอนอัยการจากการทำหน้าที่มีดังนี้ 1.เมื่อศาลชั้นต้นกับศาลอุทธรณ์เห็นขัดกันในคดี ต้องฎีกาเพื่อให้ได้ที่สิ้นสุด 2.กรณีศาลหนึ่งศาลใดยกฟ้องด้วยปัญหาข้อกฎหมาย โดยศาลอุทธรณ์ยกข้อกฎหมายว่าเจ้าพนักงานผู้ทำการสอบสวนคดีไม่มีอำนาจออกหมายเรียกจึงถือว่าเป็นเจ้าพนักงานไม่ชอบ ดังนั้นผู้ให้ถ้อยคำต่อเจ้าพนักงานที่ไม่ชอบ ถือว่าไม่เป็นการให้การเท็จต่อเจ้าพนักงาน เมื่ออ้างเช่นนั้นก็ต้องฎีกาให้ถึงที่สุด 3.ศาลอุทธรณ์มีการพิพากษานอกคำท้ายฟ้อง ดังนั้นอัยการควรฎีกา 4.เป็นคดีที่มีทุนทรัพย์สูง และเกี่ยวกับผลประโยชน์ชาตินับร้อยล้านบาท 5.ผู้เสียหายคือป.ป.ช.ที่ได้ทำหนังสือให้อัยการฎีกาและได้อธิบายเหตุผลที่ต้องฎีกามาแล้วด้วย และ 6.เป็นคดีที่อยู่ในความสนใจของประชาชนจำนวนมากนับล้านคน ซึ่งจากธรรมเนียมการปฏิบัติกันมาในอดีต คดีลักษณะดังกล่าว 99.99 เปอร์เซ็นต์ ล้วนมีการฎีกาทั้งสิ้น


ยื่นสอบ “ปู” เอี่ยวโยงบ้านหลังแรก


              นายวิรัตน์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ในวันที่ 29 กันยายน จะเดินทางไปยังสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อยื่นให้ตั้งเรื่องสอบสวนกรณีน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีในฐานะหัวหน้ารัฐบาลออกนโยบายบ้านหลังแรก ส่อเอื้อประโยชน์ต่อเอกชน ถือเป็นการกระทำที่ร้ายแรง ทำให้เอกชนมีส่วนได้ส่วนเสียจากนโยยายของรัฐบาลหลายพันล้านบาท ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวของรัฐบาลอยู่ในอำนาจผู้ตรวจการแผ่นดินที่จะดำเนินการได้