
"นพค.51"หนุนผลิตปุ๋ยอินทรีย์ วิธีพึ่งตนเอง"บ้านโนนเตาถ่าน"
ท่ามกลางภาวะวิกฤติปุ๋ยแพง ทำให้ชาวบ้านโนนเตาถ่านต้องหันมาพึ่งปุ๋ยอินทรีย์ที่ผลิตกันเองของคนภายในหมู่บ้าน โดยการสนับสนุนของหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 51 (นพค.51) จ.อำนาจเจริญ ซึ่งสามารถลดค่าใช้จ่ายในเรื่องต้นทุนการผลิตได้เป็นอย่างดี
เกษียร ส่องแสง รองประธานกลุ่มผลิตปุ๋ยอินทรีย์บ้านโนนเตาถ่าน หมู่ 15 ต.เขมราฐ อ.เขมราฐ จ.อุบลราชธานี หัวเรี่ยวหัวแรงคนสำคัญในการรวมกลุ่มชาวบ้านหันมาใช้ปุ๋ยอินทรีย์ที่ผลิตกันเอง เนื่องจากเห็นว่าจะสามารถช่วยลดต้นทุนการผลิตลงได้มาก อีกทั้งยังมีวัตถุดิบในพื้นที่มากพอสำหรับการนำมาใช้ในการผลิตปุ๋ยดังกล่าว
"ชาวบ้านที่นี่ส่วนใหญ่มีอาชีพทำนาและปลูกมันสำปะหลัง ซึ่งจะทำนาได้ปีละครั้ง เพราะมีปัญหาเรื่องน้ำ ต้องพึ่งพาฝนเพียงอย่างเดียว ค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่จะหมดไปกับค่าปุ๋ยค่ายา ถ้าเราผลิตปุ๋ยเองได้ก็จะช่วยลดต้นทุนตรงนี้ได้มาก เพราะปัจจุบันปุ๋ยเคมีมีราคาแพงมาก หมู่บ้านเราโชคดีที่มีทหารเข้ามาดูแล สร้างโรงผลิตปุ๋ยให้ รวมทั้งค่าใช้จ่ายในเรื่องเครื่องมืออุปกรณ์ในการผลิตปุ๋ยทั้งหมด"
รองประธานกลุ่มผลิตปุ๋ยอินทรีย์บ้านโนนเตาถ่านระบุอีกว่า ไม่เพียงเท่านั้น ทหารยังส่งเจ้าหน้าที่ฝึกอบรมการผลิตปุ๋ยให้ชาวบ้านอีกด้วย โดยเบื้องต้นเขาจะออกค่าใช้จ่ายซื้อวัตถุดิบให้ก่อน จากนั้นทางกลุ่มก็จะขายปุ๋ยที่ผลิตได้ให้แก่สมาชิกในราคาต้นทุน เพื่อจะได้มีเงินสำหรับการผลิตในครั้งต่อๆ ไป
"ปุ๋ยที่ทำเสร็จแล้ว เราจะขายให้สมาชิกในราคาที่ไม่แพง ถ้าเป็นสมาชิกที่มาช่วยทำจะ 4 สอบ 100 แต่ถ้าไม่ช่วยก็จะขาย 3 สอบ 100 กระสอบละ 30 กิโล ก่อนจะทำเราก็จะสำรวจก่อนว่า ใครจะเอาเท่าไหร่ เพื่อจะได้พอดี เพราะเราจะเน้นการผลิตเอง ใช้กันเองในหมู่บ้าน การผลิตแต่ละครั้งจะอยู่ที่ประมาณ 200-300 กระสอบ"
เกษียรยอมรับว่า การใช้ปุ๋ยอินทรีย์ใส่นาข้าวที่ทำกันเองของสมาชิกในหมู่บ้านนั้น ไม่เพียงจะช่วยในการลดต้นทุนการผลิตเท่านั้น จะช่วยทำให้สภาพดินดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด จากเดิมที่ใช้แต่ปุ๋ยเคมี ทำให้ดินมีความแข็งกระด้างสูง ซ้ำยังมีปัญหาในเรื่องของโรคและแมลง ทั้งเพลี้ยไฟและหนอนกอทำลายต้นข้าว จนต้องแก้ปัญหาด้วยการซื้อยาฆ่าแมลงมาฉีด ซึ่งจะต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นอีก
"ผมเคยเปรียบเทียบดู พบว่าปุ๋ยเคมีจะดีในช่วงแรก ข้าวจะเติบโตได้ดี หลังจากนั้นจะมีปัญหามาก ทั้งดินเสื่อมสภาพ มีโรคและแมลงรบกวน ส่วนปุ๋ยอินทรีย์ไม่หวือหวา แต่จะค่อยเป็นค่อยไป ที่สำคัญจะไม่มีปัญหาในเรื่องดินเสื่อมสภาพเร็ว" รองประธานกลุ่มคนเดิมกล่าว
ด้าน พ.จ.อ.กิตตพงศ์ อักษรวาณิชย์ เจ้าหน้าที่ส่งเสริมเกษตรและสหกรณ์ หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 51(นพค. 51) อำนาจเจริญ สำนักงานพัฒนาพิเศษ (สนศ.) หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา (นทพ.) กล่าวว่า บ้านโนนเตาถ่านถือเป็นหนึ่งในหมู่บ้านตามแนวชายแดนที่อยู่ในความรับผิดชอบของหน่วย ที่จะต้องเข้าไปดูแลเพื่อแก้ปัญหาในด้านต่างๆ เป็นไปตามบัญชาของผู้บังคับหน่วย พ.อ.(พิเศษ) นพดล ปิ่นทอง
"เหตุผลที่เราไปส่งเสริมการทำปุ๋ยอินทรีย์ เพราะบ้านโนนเตาถ่านมีความพร้อมเรื่องวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิต ไม่ว่าจะเป็นมูลสัตว์ แกลบ กากน้ำตาล รำละเอียด ก็หาได้ไม่ยาก อีกอย่างความร่วมมือของคนในชุมชน โดยเฉพาะหมู่บ้านแห่งนี้ผู้นำเขาเข้มแข็งมาก จะทำอะไรชาวบ้านจะให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี" เจ้าหน้าที่คนเดิมย้ำชัด
การรวมกลุ่มผลิตปุ๋ยอินทรีย์บ้านโนนเตาถ่าน นับเป็นอีกก้าวของหมู่บ้านแนวชายแดน ในการพึ่งพาตนเองเพื่อสู้ภาวะวิกฤติปุ๋ยเคมีแพง โดยการสนับสนุนของหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 51 (นพค.51) จ.อำนาจเจริญ
"สุรัตน์ อัตตะ"



