ข่าว

พีอาร์ครับ พูดกับผมบ้างเถอะครับ

พีอาร์ครับ พูดกับผมบ้างเถอะครับ

29 ก.ย. 2554

ขมน้ำตาล หวานบอระเพ็ด : พีอาร์ครับ พูดกับผมบ้างเถอะครับ โดย...พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ

         มนุษย์เราเริ่มมีการส่งข้อความข่าวสารถึงกันและกันมานานนับล้านปี เริ่มกันตั้งแต่ใช้วิธีการขีดเขียนตามผนังถ้ำหรือตามหน้าผา ทั้งด้วยรูปรอยสัญลักษณ์และต่อมาพัฒนาเป็นตัวอักษร หรืออย่างอินเดียนแดงในทวีปอเมริกาเหนือยุคอดีต ก็ใช้วิธีการส่งข่าวสารระยะไกลด้วยการใช้รหัสควันไฟ

         เมื่อมีการคิดประดิษฐ์ตัวอักษรขึ้นมาข้อมูลข่าวสารจึงส่งถึงกันด้วยจดหมาย และพัฒนาเป็นโทรเลขสำหรับข่าวด่วนเมื่อมีการคิดค้นรหัสมอสขึ้นในโลกนี้ และมีการพัฒนาส่งข่าวสารข้ามทวีปกันด้วยระบบที่เรียกว่า เทเล็กซ์ ซึ่งถือว่าเป็นการเปิดโลกของข้อมูลข่าวสารและทำให้โลกนี้แคบลงติดต่อกันได้ง่ายขึ้น

         มาถึงโลกยุคปัจจุบันที่ถูกขนานนามว่าเป็นโลกยุคไอที หรือโลกที่ใช้การติดต่อสื่อสารด้วยเครื่องมือทางอิเล็กทรอนิกส์ ทำให้ผู้คนในยุคนี้มีการพูดคุยกันโดยตรงน้อยลง แต่หันมาใช้จดหมายอิเล็กทรอนิกส์มากขึ้น และแม้จะอยู่นอกสำนักงานก็ยังสามารถใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ เป็นอุปกรณ์สื่อสารที่สำคัญสำหรับติดต่อกัน

         โทรศัพท์เคลื่อนที่ในยุคแรกยังติดต่อกัน ด้วยการพูดคุยกันระหว่างบุคคลผ่านโทรศัพท์ ต่างจากโทรศัพท์เคลื่อนที่ในยุคปัจจุบัน ที่เจ้าของหันมาใช้วิธีการส่งข้อความทั้งสั้นและยาวถึงกัน หรือแม้กระทั่งใช้ส่งและรับจดหมายอิเล็กทรอนิกส์และภาพถึงกันได้ โดยไม่ต้องมีการพูดจากันของบุคคลทั้งฝ่ายรับและฝ่ายส่ง

         เครื่องมือสื่อสารที่ทันสมัยเหล่านั้นถูกนำมาใช้งานกันอย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในงานด้านการประชาสัมพันธ์ส่งผ่านข้อความ เพราะมีการส่งข้อมูลสำหรับประชาสัมพันธ์ผ่านกล่องรับจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ของผมวันละหลายสิบ ทั้งข้อมูลที่ต้องการและไม่ต้องการหรือข้อมูลขยะตามที่เรียกกัน

         หลายครั้งที่ผมในฐานะคนทำงานด้านสื่อ ถูกตัดพ้อต่อว่าหนักบ้างเบาบ้างจากบรรดานักประชาสัมพันธ์สมัยใหม่ ว่าไม่ยอมลงข้อความประชาสัมพันธ์ที่ส่งไปให้ทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์  

         ซึ่งผมก็ได้ตอบกลับไปทุกรายว่า บางข้อความผมก็ไม่ได้รับหรือบางข้อความไปอยู่ในกล่องรับที่แยกไว้ในหมวดหมู่ขยะ ทำให้ผมลบทิ้งไปโดยไม่มีโอกาสเปิดดู อีกทั้งมีบางข้อความที่ผมไม่รู้ว่ามีความสำคัญต่อผู้ส่งมากน้อยเพียงใด แต่ในสายตาของผมเป็นข้อความที่เห็นควรคัดทิ้ง เพื่อเอาพื้นที่ไปประชาสัมพันธ์ข้อความอื่น

         และในข้อเท็จจริงอีกเช่นกันที่ต้องยอมรับว่าสื่อหลายแห่ง มีเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้กันจำนวนจำกัดหรือมีเครื่องน้อยกว่าคน ดังนั้น หลายครั้งที่คนซึ่งฝ่ายนักประชาสัมพันธ์ต้องการส่งข้อความถึง ไม่มีโอกาสได้เปิดเครื่องก่อนจะถึงเวลาตามหมายที่ส่งไป จึงทำให้นัดหมายหรือข้อความที่ต้องการประชาสัมพันธ์สูญเปล่า

         ดังนั้น เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องตรงกัน เป็นการป้องกันไม่ให้เกิดความกินแหนงแคลงใจกัน ผมจึงบอกกับนักประชาสัมพันธ์ทั้งหลายที่มีโอกาสได้พูดคุยกันว่า หากเป็นไปได้และไม่เสียเวลาเสียค่าใช้จ่ายมากนัก  หันกลับไปหาวิธีการพูดคุยกันโดยตรงผ่านโทรศัพท์บ้าง น่าจะดีกว่าการสื่อสารทางเดียวตามช่องทางสมัยใหม่ที่ใช้กันอยู่

         เพราะคนหัวโบราณอย่างผมบางครั้งก็คิดว่า คนส่งทำหน้าที่กดส่งข้อความตามรายชื่อที่บันทึกไว้ในเครื่องเท่านั้น ส่วนใครจะได้รับหรือไม่ก็ช่างหัวมัน ซึ่งแปลเป็นไทยได้อีกอย่างหนึ่งว่า เมื่อผู้ส่งข้อความไม่เห็นความสำคัญของผู้รับหรือเท่ากับไม่ให้เกียรติผู้รับ ผู้รับจึงอาจจะไม่เห็นความสำคัญของข้อความนั้นๆ หรือไม่มีความจำเป็นต้องให้เกียรติผู้ส่งด้วยเช่นกัน การสละเวลาอันมีค่าพูดคุยเจรจาแบบสื่อสารโต้ตอบไปมาสองทางบ้าง จึงน่าจะได้ผลที่ตรงตามวัตถุประสงค์ของทั้งสองฝ่ายมากขึ้นครับ