
ปลดกลางอากาศ'มุมมองของเจิมศักดิ์'
รายการ 'มุมมองของเจิมศักดิ์' ถูกปลดรายการกลางอากาศ ขณะรายการดำเนินไปได้เพียงครึ่งชั่วโมง เหตุผู้จัดรายการไม่ยอมทำตามคำขอฝ่ายบริหารสถานี ที่สั่งห้ามพูดประเด็นอัยการสูงสุดสั่งไม่ฏีกาคดีบรรณพจน์และคุณหญิงพจมาน โกงภาษี 'เทพไท' ชี้ถอนรายการออก หวังปูทาง 'ความ
28 ก.ย.54 หลังจากที่รายการ 'มุมมองของเจิมศักดิ์' ออกอากาศได้ประมาณ 30 นาทีระหว่างที่ ดร.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง และนายจิตกร บุษบา ผู้ดำเนินรายการกำลังวิเคราะห์ประเด็นที่อัยการสูงสุดไม่ยื่นฎีกาคดีนายบรรณพจน์ ดามาพงศ์ คุณหญิงพจมาน ชินวัตร และนางกาญจนาภา หงส์เหิร ว่า
เป็นเรื่องแปลก ที่อัยการผู้ฟ้องร้องกล่าวโทษไม่ดำเนินการให้ถึงที่สุดทั้งๆ ที่เป็นผู้ฟ้อง ผู้กล่าวโทษแทนรัฐและเมื่อศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์มีความเห็นต่างกันกลับไม่ฏีกาไปยังศาลฏีกาแต่แถลงความเห็นว่าเห็นชอบตามศาลอุทธรณ์มีความเห็นเหมือนเป็นศาลฏีกาเสียเองทำให้จำเลยทั้งสามได้ประโยชน์อย่างไม่สมศักดิ์ศรีรายการดังกล่าวก็ถูกตัดกลางอากาศและทำเอาเทปเก่าขายปุ๋ยทีพีไอมาออกแทน
ดร.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง เปิดเผยว่าระหว่างหยุดพักในเบรกแรกก่อนที่รายการจะพูดถึงกรณีอัยการไม่ฎีกาคดีบรรณพจน์และคุณหญิงพจมานฯ นายศิลปิน บูรณศิลปิน ผู้บริหารสถานี FM.92.25 และTVสุวรรณภูมิ ของ TPI มือขวาของนายประชัย เลี่ยวไพรัตน์ได้โทรศัพท์มาหาขอให้ไม่เสนอข่าวและวิเคราะห์ข่าวอัยการสั่งไม่ฏีกาคดีนี้เพราะนายประชัย เลี่ยวไพรัตน์ กำลังมีคดีอยู่ในมือของอัยการสูงสุดเช่นเดียวกัน
เนื่องจากคดีที่ นายประชัยฯ เป็นจำเลยศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์มีความเห็นต่างกัน อัยการสูงสุดอาจไม่พอใจเกรงจะกระทบคดีที่มีมูลค่ามากกว่า 6 พันล้านบาทและยิ่งกว่านั้นหากรัฐบาลไม่พอใจอาจเป็นเหตุให้ผู้มีอำนาจเล่นงานเรื่องเสาส่งวิทยุและการออกอากาศของสถานีวิทยุแห่งนี้ว่าไม่ถูกต้อง ขณะนี้ก็ได้มีการติดต่อตักเตือน ข่มขู่ มาบ้างแล้ว นายศิลปินฯยังขู่ว่าหากไม่ปฏิบัติตามก็จะตัดรายการ
ดร.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง กล่าวว่า เข้าใจและเห็นใจนายประชัย เลี่ยวไพรัตน์เจ้าของสถานีวิทยุและโทรทัศน์แห่งนี้แต่ไม่สามารถละเว้นไม่ปฏิบัติหน้าที่ของคนทำสื่อได้เพราะข่าวนี้เป็นข่าวใหญ่ที่รายการนี้ได้ติดตามทวงถามอัยการมาโดยตลอดผู้ทำสื่อไม่น่าจะทรยศต่อประชาชน โดยเลือกจะไม่เสนอข่าวและการวิเคราะห์ข่าว เพื่อปกป้องธุรกิจของเจ้าของสถานีหรือเกรงว่าจะทำให้อัยการสูงสุดไม่พอใจ แม้จะได้รับข้อมูลมาว่าทนายความของ นายบรรณพจน์ และคุณหญิงพจมาน จะเป็นคนเดียวกันกับทนายของนายประชัยฯ
ซึ่งทนายความคนนี้มีความสามารถในการประสานฝ่ายต่างๆ อย่างมีประสิทธิภาพจึงตัดสินใจวิเคราะห์ข่าวประเด็นดังกล่าว(ที่อัยการไม่ฏีกาคดีนายบรรณพจน์และคุณหญิงพจมานฯ) ร่วมกับนายจิตกร บุษบาไปตามปกติ และเมื่อรายการได้ออกอากาศวิเคราะห์ประเด็นอัยการฯได้ไม่กี่นาที รายการก็ถูกตัดไปและสถานีได้นำเทปเก่าเรื่องปุ๋ยของทีพีไอมาออกอากาศแทน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า รายการ "มุมมองของเจิมศักดิ์"ในวันต่อมาก็ไม่ได้ออกอากาศ เพราะถูกปลดออกจากสถานีรายการนี้เป็นรายการที่ดำเนินการมานานเกือบ 20 ปี เคยออกอากาศมาหลายสถานี ครั้งสุดท้ายก่อนที่จะมาดำเนินรายการทาง FM.92.25 รายการนี้ออกอากาศทาง FM.105 และถูกปลดโดยนายจักรภพ เพ็ญแข รัฐมนตรีสำนักนายกฯผู้ดูแลสื่อของรัฐบาลสมัคร สุนทรเวชมาครั้งหนึ่ง และมาถูกปลดอีกครั้งในยุครัฐบาลยิ่งลักษณ์นี้
เมื่อถามว่ารายการ "คลายปม" จะถูกแบนโดยถอดออกจากผังรายการช่อง 11 NBT สิ้นเดือนนี้ใช่หรือไม่ ดร.เจิมศักดิ์ กล่าวว่า ถูกถอดรายการทั้งหมดที่มี 4 รายการ คือ "คลายปม" "ลงเอยอย่างไร" "คนวงใน" และ "เวทีชาวบ้าน"ซึ่งรายการเวทีชาวบ้าน เป็นรายการอยู่คู่กับช่อง 11 NBT มา 20 ปีที่นำเสนอภูมิปัญญาชาวบ้าน มีผู้ชมมากไม่เกี่ยวกับการเมืองก็ถูกถอดออกน่าจะสะท้อนอิทธิพลของรัฐบาลที่มุ่งจะ "ถอดเจิมศักดิ์" ไม่ใช่"ถอดรายการ"
'เทพไท'ชี้ถอนรายการคลายปมออกหวังปูทาง'ความจริงวันนี้'คืนชีพ
นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเงา กล่าวว่า จากกรณีที่ น.ส.กฤษณา สีหารักษ์ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ดูแลรับผิดชอบสื่อ ออกมาแสดงความเห็นว่าจะถอดรายการคลายปม ที่ดำเนินรายการโดยนายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง ออกจากผังรายการสถานีโทรทัศน์ช่อง 11
โดยอ้างข้อร้องเรียนของประชาชนเพื่อเปิดทางให้มีการปรับผังรายการนั้นตนคิดว่าเป็นเรื่องที่ไม่สมเหตุสมผลและเห็นว่าน.ส.กฤษณา ควรที่จะใช้เหตุผลอื่นที่ดีกว่านี้ ทั้งนี้ต้องจับตามองไปถึงรายการที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มของนายเจิมศักดิ์ด้วย อาทิ รายกา ลงเอยอย่างไร, ข่าววงใน และเวทีชาวบ้าน ที่เป็นรายการที่ไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง แต่เป็นรายการที่เกี่ยวข้องกับชาวบ้านและยังจัดคู่มากับช่อง11 นานนับ 10 ปี ว่าจะมีการอ้างเอารายการคลายปมมาเป็นในเบิกทาง ทำให้กระทบไปถึงรายการอื่นๆหรือไม่
"ผมอยากตั้งข้อสังเกตว่า การรื้อผังรายการนั้น เป็นการปูทางที่จะให้รายการความจริงวันนี้ คืนชีพมาอีกหรือไม่ อยากเรียกร้องไปยังรัฐมนตรีที่รับผิดชอบว่า การจะปรับผังรายการอะไรควรจะต้องแสดงและชี้แจงเหตุผลให้ประชาชนทราบด้วย ไม่เช่นนั้นจะถูกกล่าวหาว่ารัฐบาลเข้าแทรกแซงสื่ออีกครั้ง" นายเทพไทกล่าว
นายเทพไท กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จะจัดรายการ “นายกฯพบประชาชน” นั้นเป็นเรื่องที่น่ายินดี ที่นายกฯจะได้มีโอกาสสื่อสารกับประชาชนโดยตรง แต่อยากขอความชัดเจนในเรื่องรูปแบบการจัดรายการ และมีเนื้อหาอย่างไร เพราะควรมีความชัดเจนในเรื่องเนื้อหา เนื่องจากหลายครั้งที่ผ่านมา นายกฯมีความคลาดเคลื่อนในการสื่อสารกับประชาชน จึงไม่อยากให้รายการนายกฯพบประชาชนของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ สร้างความสับสนให้กับประชาชน
และอยากให้รัฐบาล และรมต.ประจำสำนักนายกฯ ได้กำหนดให้ชัดเจนว่า เมื่อมีรายการนายกฯพบประชาชนแล้วควรมีรายการ ผู้นำฝ่ายค้านฯพบประชาชน เหมือนมาตรฐานที่รัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เคยวางมาตรฐานไว้ และหากมีความชัดเจนในเรืองนี้อย่างไรก็ควรที่จะส่งสัญญาณมาที่ฝ่ายค้านให้รับทราบ เพื่อที่ฝ่ายค้านจะได้เตรียมการใช้สิทธิ์การเป็นพรรคฝ่ายค้านสื่อสารกับประชาชนด้วย
เมื่อถามว่ามีข่าวว่ารายการดังกล่าวจะเป็นการสื่อสารทางวิทยุอย่างเดียว ไม่ได้เป็นการจัดรายการทางสถานีโทรทัศน์นายเทพไท กล่าวว่า ตรงนี้มีการตั้งข้อสังเกตหลายอย่างว่า เหตุใดน.ส.ยิ่งลักษณ์ เลือกที่จะใช้การสื่อสารผ่านทางวิทยุ มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่าการสื่อสารทางวิทยุน่าที่จะ เป็นความคล่องตัวในการจัดรายการของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ในการอ่านสคริปต์
เพราะการนอ่านสคริปต์ผ่านทีวีเป็นภาพที่น่าเกลียด เป็นการประจานวุฒิภาวะของนายกฯ การจัดรายการผ่านวิทยุ ไม่มีคนเห็นเบื้องหลังว่าจัดอย่างไรใครเขียนสคริปต์ให้ หรืออ่านสคริปต์หรือไม่ ก็น่าจะเป็นเหตุผลในการฉวยโอกาสสื่อสารผ่านวิทยุมากกว่าทีวี



