ข่าว

ยัน'พท.'ไม่เอี่ยว'ปปช.'ตรวจสอบCCTV

ยัน'พท.'ไม่เอี่ยว'ปปช.'ตรวจสอบCCTV

28 ก.ย. 2554

รองโฆษกเพื่อไทย ยัน พท.ไม่เอี่ยว ปปช. ตรวจสอบ CCTV แขวะปชป.อย่าตรวจสอบแค่รัฐบาล-สภาฯ

           นายจิรายุ ห่วงทรัพย์  ส.ส.กทม.ในฐานะรองโฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงข่าวถึงกรณีการติดตั้งกล้องCCTV และกล้องดัมมี่ของกรุงเทพมหานคร (กทม.) ว่าในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรในวันนี้(29 ก.ย.)พรรคได้เสนอญัติด่วนในเรื่องนี้ รวมกับญัติด่วนเรื่องการติดตั้ง CCTV ในภาคใต้ที่พรรคประชาธิปัตย์เป็นผู้เสนอ ซึ่งคาดว่าน่าจะใช้เวลาในการอภิปรายประมาณ 5 ชั่วโมง ทั้งนี้เมื่อสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)  มีมติรับเรื่องดังกล่าว เข้าสู่การพิจารณาแล้วพรรคเพื่อไทยก็ยืนยันว่าจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยว และจะปล่อยให้เจ้าหน้าที่ทำงานอย่างเป็นอิสระ

          ขอเรียกร้องไปยังผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะนายธีระชน มโนมัยพิบูลย์ รองผู้ว่าฯกทม.ว่า หากจะปฏิเสธก็ถือเป็นสิทธิ แต่อย่าไปไล่ล่าผู้ที่ถ่ายภาพการติดกล้องเปล่าเพื่อนำภาพมาให้สื่อมวลชน  เพราะเรื่องดังกล่าวถือว่าไม่ถูกต้อง ตนในฐานะส.ส.กทม.ก็จะติดตามในเรื่องนี้ตั้งแต่ในสมัยของนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ยังเป็นผู้ว่ากทม. จนมาถึงสมัยของมรว.สุขุมพันธ์ บริพัตร ผู้ว่ากทม. ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ในฐานะฝ่ายค้านไม่ใช่จะทำหน้าที่ตรวจสอบเพียงแค่รัฐบาลหรือในสภาเท่านั้นแต่จะต้องตรวจสอบในเรื่องดังกล่าวเพื่อความชัดเจนว่ามีการหมกเม็ดหรือไม่ 

          “ขอยืนยันว่าการที่พรรคเพื่อไทยออกมาตรวจสอบในเรื่องดังกล่าวนั้นไม่เกี่ยวกับการเลือกตั้งผู้ว่ากทม.ที่กำลังจะเกิดขึ้นเพราะขณะนี้พรรคยังไม่ได้มีการคัดสรรบุคคลที่จะมาลงชิงตำแหน่งดังกล่าว เพราะยังมีเวลาเหลืออีกประมาณ 16 เดือนก่อนที่มีการเลือกตั้ง” นายจิรายุกล่าว

 

“จิรายุ” เหน็บ “อภิสิทธิ์” หยุดใช้วาทะกรรม จี้รับหารือคณะนิติราษฎร์

          นายจิรายุ  แถลงถึงกรณีที่คณะนิติราษฎร์ ซึ่งนำโดยรศ.ดร.วรเจตน์ ภาคีรัตน์ ออกแถลงการณ์โดยมีข้อเสนอให้ลบล้างผลพวงของรัฐประหารเมื่อวันที่ 19 ก.ย. 2549 ว่า พรรคเพื่อไทยได้มีการประชุมคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย จึงขอเรียกร้องไปยังนายอภิสิทธิ์  เวชชาชีวะ  ผู้นำฝ่ายค้าน  ช่วยตอบรับการจัดสัมมนาเพื่อพูดคุยกับกลุ่ม 7 อาจารย์จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ส่วนตนขอชี้แจงว่าจากการที่นายอภิสิทธิ์ กล่าวหาว่า สถานที่ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เป็นสถานที่ที่ไม่มีความเป็นกลางนั้น ตนเห็นว่าเป็นสถานที่ที่มีความเหมาะสมที่สุด และมีความเป็นกลางอยู่แล้ว นายอภิสิทธิ์ อย่าได้ใช้วาทะกรรมในการหลีกเลี่ยงที่จะไปพูดคุย ในวันนี้ข้อเสนอของ 7 อาจารย์ มีหลากหลายวาระ เพียงแต่ผู้นำฝ่ายค้านอย่าหยิบยกประเด็นที่ตนไม่เห็นด้วยมากล่าวโทษ ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ควรปฏิบัติเป็นอย่างยิ่ง
 
          พรรคประชาธิปัตย์ควรย้อนกลับไปดูคดีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติยุบพรรคประชาธิปัตย์ กรณีเงินบริจาค 258 ล้านบาท และกรณีเงินกองทุนพัฒนาพรรคการเมือง 29 ล้านบาท ซึ่งเรื่องดังกล่าวเป็นประเด็นที่น่าสนใจพอกับคดีของคณะนิติราษฎร์ รวมถึงการที่พรรคประชาธิปัตย์จะไปยื่นถอดถอน เพื่อเอาผิดอัยการสูงสุด (อสส.) กรณีไม่ฎีกาคดีเลี่ยงภาษีหุ้นชินคอร์ปฯ ของคุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร์ และนายบรรณพจน์ ดามาพงศ์ ซึ่งขณะเดียวกันเรื่องดังกล่าวอาจเนื่องมาจากหน่วยงานราชการทำอะไรไม่ถูกใจพรรคประชาธิปัตย์ หรือไม่ทำตามความคิดของพรรคประชาธิปัตย์ก็กล่าวหาว่ามีการแทรกแซง ไม่มีความยุติธรรม หรือจะต้องให้สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) และอสส.ทำตามความคิดของฝ่ายค้านเพียงอย่างเดียว จึงจะชื่นชมว่ายุติธรรมใช่หรือไม่