ข่าว

ศาลฎีกาสั่งจำคุกอดีตตร.ฆ่าคนตาย10ปี

ศาลฎีกาสั่งจำคุกอดีตตร.ฆ่าคนตาย10ปี

28 ก.ย. 2554

ศาลฎีกา พิพากษาแก้ ลดโทษอดีตตำรวจสำราญราษฎร์ จาก 20 ปี เป็น 10 ปี ยิงใส่คนร้องคาราโอเกะ พบแม้เกิดเหตุวิวาทคู่กรณีเมาเสียงดัง แต่ผู้ตายก็ย้อนกลับหลังออกจากร้านส่อให้เห็นพฤติการณ์ไม่ยอมเลิกรา

          วันที่ 28 ก.ย.54 เวลา 09.30 น. ศาลอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา คดีหมายเลขดำ อ.2769/2549 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 7 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง จ.ส.ต.วิเชียร ช้างกลาง อดีตเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.สำราญราษฎร์ เป็นจำเลย  ในความผิดฐานฆ่าผู้อื่นถึงแก่ความตาย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 และ 33 กรณีเมื่อวันที่ 7 ก.พ.49 เวลา 22.00 น. จำเลยใช้ปืนขนาด 9 ม.ม. ยิงนายสมชาย สงวนยาง 1 นัด ที่บริเวณสะบักซ้าย ทำให้เนื้อปอดและหลอดเลือดแดงใหญ่ช่วงอกฉีกขาด เป็นเหตุให้ นายสมชาย ถึงแก่ความตาย  เหตุเกิดที่ร้านอาหารอีสานกันเอง แขวงบวรนิเวศ เขตพระนคร กทม.
 
          คดีนี้ศาลชั้นต้น มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 29 ก.ย.50 ว่าจำเลยมีความผิดตามฟ้อง ให้จำคุกเป็นเวลา 20 ปี โดยให้ริบอาวุธปืนและหัวกระสุนปืนของกลาง ต่อมาศาลอุทธรณ์ มีพิพากษาเมื่อวันที่ 25 มิ.ย.51 พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น จำเลย ยื่นฎีกาต่อสู้คดีว่าไม่ได้กระทำผิด
 
          ศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาหารือกันแล้ว เห็นว่าทางนำสืบของโจทก์ ระบุว่า ตามวันเวลาที่เกิดเหตุ จำเลยไปร่วมงานเลี้ยงวันเกิดของ จ.ส.ต.สุรศักดิ์ โพธิ์ศรี เพื่อนร่วมงาน ซึ่งจำเลยกับพวกร่วมกินดื่มและร้องเพลงคาราโอเกะ ขณะที่ผู้ตายนั่งดื่มกับเพื่อนอยู่ภายในร้านโต๊ะใกล้กัน หลังผู้ตายดื่มเบียร์ไป 4-5 ขวดเริ่มมีอาการมึนเมาจึงส่งเสียงร้องเพลงดังลั่นร้าน จำเลยจึงเข้าไปพูดทำนองว่า “ สั่งเบียร์ขวดเดียว ร้องเป็น 10 เพลง ” จากนั้นประมาณ 30 นาทีผู้ตายกับเพื่อนเดินออกนอกร้านเพื่อเดินทางกลับ กลุ่มเพื่อนตำรวจของจำเลยเดินตามออกไป ตรงเข้าตบหน้าผู้ตาย 1 ครั้ง ขณะที่ผู้ตายนั่งคร่อมรถจักรยานยนต์ ก่อนยึดกุญแจรถกลับเข้าไปในร้าน ไม่นานจำเลยจึงนำเอากุญแจออกมาคืน หลังจากผู้ตายขี่รถจักรยานยนต์ไปส่งเพื่อนซึ่งเป็นพยานโจทก์ในคดีนี้เสร็จ จึงย้อนกลับไปร้านอีกครั้ง เมื่อเปิดประตูเข้าไปในร้านผู้ตายขว้างมีดปังตอเข้าใส่ จ.ส.ต.สุรศักดิ์ ได้รับบาดเจ็บ จำเลยจึงชักปืนของกลางวิ่งตามออกไปไล่ยิง 1 นัด กระทั่งนายสมชาย เสียชีวิตอยู่นอกร้าน
 
          ขณะที่การตรวจพิสูจน์หลักฐานปลอกกระสุนในที่เกิดเหตุกับปืนของจำเลย พบว่า เข็มแทงชนวนตรงกัน คดีจึงไม่มีเหตุให้ระแวงสงสัยว่าจะมีบุคคลอื่นนำปืนของจำเลยไปก่อเหตุยิงนายสมชาย เชื่อว่าจำเลยเป็นผู้ก่อเหตุยิงนายสมชายตามฟ้องจริง
 
          ส่วนที่จำเลยฎีกาอ้างว่านายสมชาย เป็นผู้เริ่มก่อเหตุก่อน ซึ่งจำเลยเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงมีอำนาจจับกุม และหลังถูกออกหมายจับได้เข้ามอบตัวทันทีนั้น เห็นว่า แม้จำเลยจะมีอำนาจ แต่วิธีการจับกุมนั้นเกินเลยไม่เหมาะสม อีกทั้งไม่มีการแสดงตัวว่าเป็นเจ้าพนักงานตำรวจ แต่จากพฤติการณ์ของผู้ตายที่กลับไปยังร้านอีกครั้งแสดงท่าทีว่าไม่ยอมเลิกรา ฎีกาของจำเลยฟังขึ้นบางส่วน จึงเห็นสมควรให้ลงโทษจำเลยในสถานเบา จึงพิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามมาตรา 288 ฐานฆ่าผู้อื่นถึงแก่ความตาย ให้จำคุก 15 ปี คำให้การของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา เห็นสมควรลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุกจำเลยเป็นเวลา 10 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์