พิษไห่ถาง!น้ำชีทะลัก-เร่งอพยพคน
ชัยภูมิพิษไห่ถางต้นลำชีทะลักแล้วเตือนประชาชนใกล้เคียงเร่งอพยพขึ้นสู่ที่สูงไว้ก่อน ชาวบ้านเร่งระดมคนช่วยเปิดทางน้ำที่ถูกท่อนไม้จำนวนมากไหลปิดทางน้ำ
28 ก.ย.54 สถานการณ์น้ำท่วมที่ จ.ชัยภูมิ เริ่มเข้าสู่ภาวะใกล้วิกฤตอีกเป็นรอบที่สอง หลังได้รับอิทธิพลพายุไห่ถาง ทำฝนตกในพื้นที่มาต่อเนื่องไม่หยุดตลอด 3 วันนายสมบัติ มีลักษณะสม ผอ.โครงการชลประทานจังหวัดชัยภูมิ ได้แจ้งเตือนจากการตั้งศูนย์ติดตามสถานการณ์น้ำ มีปริมาณฝนตกหนักในหลายพื้นที่โดยเฉพาะจุดต้นกำเนิดแม่น้ำชีที่อ.หนองบัวแดง เริ่มเกิดน้ำป่าทะลักล้นตลิ่งสูงกว่า 2 เมตร หลากเข้าท่วมพื้นที่การเกษตรของราษฎรหลายพันไร่ และหลากท่วมถนนสายบ้านโหล่น-โนนเหม่า ช่วง กม.20 ต.นางแดด อ.หนองบัวแดง เป็นระยะทางยาวกว่า 1 กม. จ่อทะลักลงมาในพื้นที่อีกหลายอำเภอใกล้เคียงอย่างต่อเนื่องใน 1-2 วันนี้แล้ว โดยเฉพาะจุดผ่านที่จะมีน้ำชีอีกจำนวนมหาศาลไหลทะลักเข้าท่วมพื้นที่อีกระลอกใหญ่ที่ อ.หนองบัวระเหว,บ้านเขว้า,จัตุรัส,เนินสง่า และเขตรอยต่อในต.ชีลอง,ต.หนองนาแซง และเขตรอยต่อเขตเทศบาลเมืองชัยภูมิ อ.เมืองชัยภูมิ บางส่วน
"ขอแจ้งเตือนให้ขนของมีค่าทั้งหมดขึ้นที่สูง เพราะหากระดับน้ำมาถึงเขตอ.บ้านเขว้า จะทำให้มีน้ำหลากเข้าทุกพื้นที่อย่างรวดเร็ว จนตั้งตัวเก็บข้าวของหนีน้ำไม่ทันเหมือนรอบแรกที่จ.ชัยภูมิถูกน้ำท่วมมาแล้วนานกว่า 2 สัปดาห์ และระดับน้ำเริ่มทรงตัวได้ไม่ถึง 2 วันแต่ก็ต้องมาแจอวิกฤตซ้ำครั้งนี้อีกระลอกอย่างเลี่ยงไม่ได้ " นายสมบัติกล่าว
สำหรับชาวบ้านในเขต ต.ชีลอง อ.เมืองชัยภูมิ นายขันทอง ประเสริฐกุล ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านท่าขามแปร หมู่ 9 ได้พาชาวบ้านกว่า 100 คน ออกมาช่วยกันนำท่อนไม้ขนาดใหญ่ที่ไหลมาติดคอสะพานชีลอง เพื่อเปิดทางน้ำให้ไหลผ่านสะดวก นอกจากนี้ชาวบ้านยังต้องอพยพสัตว์เลี้ยง ฟาร์มสุกร จำนวนมากหลายร้อยตัว และนำโค กระบือ ไปเลี้ยงไว้ตามถนน ซึ่งขณะนี้ประสพปัญหาขาดแคลนอาหารอย่างมาก ทำให้สัตว์ผมอโซจนเห็นได้ชัด
ล่าสุด ทางกรมปศุสัตว์ นำคณะลงพื้นที่ให้การช่วยเหลือด้านช่วยมอบหญ้าแห้ง อาหารสัตว์ที่ขาดแคลน และยารักษาโรค ฉีดวัคซีนช่วยป้องกันโรคระบาดในสัตว์ที่อาจจะเกิดในช่วงนี้ได้ในทุกชนิดในพื้นที่เขต อ.บ้านเขว้า
น้ำท่วมกาฬสินธุ์ตาแดงระบาด
นพ.พิสิทธิ์ เอื้อวงศ์กูล สาธารณสุขจังหวัดกาฬสินธุ์ กล่าวว่า ปัญหาฝนชุกน้ำท่วมขังหลายพื้นที่ส่งผลให้เกิดโรคตาแดงระบาดทั่วทั้งจังหวัด โดยเฉพาะในเขต อ.เมืองกาฬสินธุ์ อ.กุฉินาราย์ อ.กมลาไสย พบผู้ป่วยโรคตาแดงจำนวน 758 ราย ซึ่งโรคนี้เป็นโรคที่มากับน้ำท่วมประชาชนควรป้องกัน หากพบว่า มีญาติเป็นโรคตาแดงควรหลีกเลี่ยงการใช้สิ่งของร่วมกันและต้องรีบนำไปพบแพทย์เพื่อทำการรักษา เนื่องจากหากปล่อยไว้นานจะทำให้ตาอักเสบและตาบอดได้
สำหรับโรคไข้เลือดออกขณะนี้ ทุกพื้นที่มีน้ำท่วมขัง พบผู้ป่วยแล้ว 612 ราย มีผู้เสียชีวิต 2 คน ประชาชนควรร่วมกันทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลาย ซึ่งควรที่จะกำจัดบริเวณน้ำท่วมขังหรือเติมทรายอะเบทลงในถังน้ำเพื่อการป้องกัน
ทั้งนี้ การเฝ้าระวังโรคหากมีอาการตัวร้อนไข้สูง โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กที่อายุต่ำกว่า 15 ปีหากรับประทานยาลดไข้ไม่หายควรสงสัยว่า อาจจะเป็นโรคไข้เลือดออกจากนั้นก็ให้รีบไปพบแพทย์เพื่อทำการเจาะเลือดขณะที่สุขภาพจะต้องรับประทานอาหารให้ครบห้าหมู่กับการดื่มน้ำที่สะอาดและหมั่นออกกำลังกายเพื่อเป็นการป้องกันตนเองจากโรคภัยไข้เจ็บเป็นการเบื้องต้น
อำเภอเกาะคาสั่งเตือน 4 ตำบล เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน
นายธรรมรักษ์ เชียงพรม นายกอบต. ไหล่หิน อ.เกาะคา จ.ลำปาง กล่าวว่า ขณะนี้ระดับน้ำแม่ยาว ยังคงไหลเชี่ยวกรากและระดับน้ำยังคงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งตนได้สั่งกำชับให้ชาวบ้าน ไหล่หิน หมู่ 2 และ บ้านไหล่หินตะวันตก หมู่ 6 ให้เฝ้าระวังน้ำที่ยังไหลเชี่ยวกรากและอาจจะไหลเข้าท่วมบ้านเรือนเรือนราษฎรได้ทุกเวลาหากยังมีผนตกลงมาอีก ประกอบกับอ่างเก็บน้ำแม่ยาว หมู่ที่ 1 ในพื้นที่ ต.เมืองยาว อ.ห้างฉัตร จ.ลำปาง ที่มีพื้นที่ติดต่อกับ อ.เกาะคา จ.ลำปาง น้ำยังไหลเข้าอ่างอย่างต่อเนื่องและน้ำอาจจะล้นสปริงเวย์ไหลทะลักออกมาอย่างหนักต่อเนื่อง
ทั้งนี้ ส่วนถนนทางเข้าหมู่บ้าน ไหล่หิน ที่ถูกน้ำป่า ไหลหลากกัดเซาะ ถนน ขาด มีความยาวกว่า 30 เมตรนั้น ล่าสุด น้ำ ยังกัดเซาถนนอย่างต่อเนื่อง ทำให้ถนนจุดนี้ขาดขยายวงกว้างเพิ่มออกเป็น 60 เมตร
เบื้องต้น ทางอบต.ไหล่หิน เร่งประชุมและรีบรายงาน ให้ทาง อ.เกาะคา จ.ลำปางรับทราบข้อมูลเพื่อที่เร่งเข้าไปซ่อมแซม และจะได้จัดหางบประมาณ เข้ามาซ่อมถนน ต่อไป เพราะชาวบ้านไม่สามารถใช้ถนนเส้นดังกล่าวได้ ขณะเดียวกันทาง นายศรีโรจน์ นิมมานพัชรินทร์ นายอำเภอเกาะคา จ.ลำปาง ได้ประกาศแจ้งเตือน ให้ชาวบ้าน ใน 4 ตำบล คือ ต.ไหล่หิน ต.ท่าผา ต.ใหม่พัฒนา ต.เกาะคา ที่มีบ้านเรือนอยู่ใกล้ ลำน้ำแม่ยาวที่ไหลผ่าน เตรียมพร้อมรับมือ น้ำท่วมฉับพลัน แล้ว
เผยระดับน้ำเขื่อนสิริกิติ์ใกล้ 100 %
ผู้สื่อข่าวรายงานนายประเสร็จ ธำรงวิศวะ ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขื่อนสิริกิติ์ จังหวัดอุตรดิตถ์ พร้อมเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบสภาพความเป็นจริงของระดับน้ำบริเวณอ่างเก็บน้ำเขื่อนสิริกิติ์ และบริเวณจุดระบายน้ำล้นเพื่อยืนยันความปลอดภัยของตัวเขื่อนหลังกระแสข่าวที่หนาหู “เขื่อนแตก” ส่งผลให้ประชาชนที่อยู่ท้ายเขื่อนสิริกิติ์ แสดงความไม่พอใจ ไม่มั่นใจที่ระดับน้ำเขื่อนสิริกิติ์ปัจจุบันสูงถึงร้อยละ 99 แต่มีการปล่อยน้ำออกจากเขื่อนวันละ 60 ล้านลูกบาศก์เมตรหวั่นเกิดเหตุน้ำท่วมครั้งใหญ่เหมือนปี 2538
นายประเสร็จ กล่าวว่า ระดับน้ำเขื่อนสิริกิติ์ล่าสุดอยู่ที่ร้อยละ 98.70 หรือ 9,386 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 161.51 เมตร.ระดับน้ำทะเลปานกลาง (เมตร.รทก.) สูงกว่าช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา 8.5 เมตร หรือ 2,057 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งเขื่อนรับน้ำได้อีก 123 ล้านลูกบาศก์เมตร โดยมีน้ำไหลเข้าเฉลี่ยวันละ 66 ล้านลูกบาศก์เมตร ปล่อยน้ำออกตามการประสานงานของกรมชลประทานไปจนถึงสิ้นเดือนกันยายนนี้วันละ 60 ล้านลูกบาศก์เมตร
ทั้งนี้ เมื่อเปรียบเทียบระดับน้ำที่ไหลเข้าและพร่องออก ไม่แตกต่างกัน และไม่ให้กระทบต่อน้ำท่วมภาคกลาง ส่วนระดับน้ำที่สูงไม่กระทบต่อความมั่นคงของตัวเขื่อน มีการจัดเจ้าหน้าที่ ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงจาก 2 ปีต่อครั้ง ด้วยการเกิดภัยธรรมชาติปล่อยครั้งทั้งน้ำท่วม ดินโคลนถล่ม แผ่นดินไหว การเก็บกักน้ำในปริมาณที่มากจึงมีการตรวจสอบและรายงานผลทุกวัน
ส่วนปริมาณน้ำในอ่างที่สูงเกือบ 100 เปอร์เซ็นต์หรือเต็มอ่างนั้น ยืนยันยังไม่ถึงจุดวิกฤติเพราะสันเขื่อนโดยแท้จริงสูงถึง 169 เมตร.รทก. จึงยังรับน้ำแต่ทั้งนี้ต้องมีการระบายน้ำออกจากเขื่อนตามปกติคือวันละ 60 ล้านลูกบาศก์เมตร ส่วนพายุที่กำลังก่อตัวและส่งผลกระทบต่อประเทศในขณะนี้นั้น จากการรายงานของกรมอุตุนิยมวิทยา ฝนตกท้ายเขื่อนสิริกิติ์มากกว่า และมีการประชุมการพร่องน้ำของเขื่อนสิริกิติ์ทุกวันเพื่อประเมินสถานการณ์ จึงขอแจ้งให้ประชาชนทั่วไปได้รับทราบว่า อย่าได้วิตกกังวลว่าตัวเขื่อนสิริกิติ์จะมีปัญหา ขอยืนยันว่าตัวเขื่อนยังมีความมั่นคงแข็งแรงดีและยังสามารถรับน้ำได้
นายประเสร็จ กล่าวว่า แต่หากระดับอยู่สูงสุดที่ 162 รทก. เรามีความจำเป็นที่จะต้องปล่อยน้ำผ่านออกประตูน้ำล้น โดยที่ไม่ผ่านตัวผลิตกระแสไฟฟ้า เพื่อความปลอดภัยของตัวเขื่อน ทั้งนี้จะมีการประกาศแจ้งเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่ท้ายน้ำให้ได้รับทราบเป็นระยะ เพื่อที่จะได้ขนสิ่งของและสัตว์เลี้ยงขึ้นสู่ที่สูงได้ทันทรัพย์สินจะได้ไม่เกิดการเสียหาย



