'ปึ้ง'วอนขอโอกาสทำงาน4ปี
'สุรพงษ์' วอน หยุดก่อความวุ่นวาย ขอโอกาสทำงานเต็มที่ 4 ปี สร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาคมโลก
นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์หลังเสร็จสิ้นภารกิจในการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ ครั้งที่ 66 และการประชุมอื่นๆที่เกี่ยวข้องว่า ในการเดินทางมาครั้งนี้ทุกประเทศที่ได้พบเจอต่างก็แสดงความยินดีที่วันนี้ประเทศไทยกลับมาสู่ระบอบประชาธิปไตย มีการเลือกตั้งจากประชาชน เพราะส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับการปฏิวัติซึ่งสังคมโลกทุกวันนี้เขารับไม่ได้กับสิ่งเหล่านี้
"วันนี้ใครที่คิดจะทำอะไรไม่ดีกับประเทศหรือก่อความวุ่นวาย กราบขอร้องขอให้หยุดสักพัก อย่าใจร้อน ให้รัฐบาลนี้มีโอกาสทำงานสัก 4 ปี สร้างความเชื่อมั่นต่อสายตาสังคมโลก แล้วความเจริญจะกลับสู่ประเทศไทย เชื่อว่าประเทศชาติจะก้าวต่อไปได้" นายสุรพงษ์กล่าว
นายสุรพงษ์ กล่าวต่อว่า จากที่ได้พบประเทศต่างๆในกรอบทวิภาคี เห็นว่าต้องรื้อฟื้นความสัมพันธ์กันใหม่ทั้งหมด เขาอยากให้ไทยไปเยือนและก็อยากมาเห็นประเทศไทย ทุกคนที่ได้พูดคุยที่เคยไปเยือนไทยก็จะชอบประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องธรรมชาติ ผู้คน และอาหารคิดว่าจะนำสิ่งเหล่านี้ไปคุยในที่ประชุม ครม.เพื่อหาแนวทางใช้ประโยชน์จากความเป็นไทยให้ดึงดูดนักท่องเที่ยวและนักลงทุนเข้าประเทศ
ทั้งนี้ นายสุรพงษ์ กล่าวต่ออีกว่า ระหว่างประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนกับเลขาธิการยูเอ็นนั้น นายบัน คีมูน ได้พูดแสดงความห่วงใยต่อสถานการณ์ไทย-กัมพูชาในที่ประชุม ซึ่ง นายฮอ นัมฮง รัฐมนตรีต่างประเทศกัมพูชา ได้พูดชี้แจงว่า ขณะนี้ความสัมพันธ์เริ่มดีขึ้นแล้ว ส่วนข้อพิพาทก็ขึ้นกับศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ
"สุรพงษ์" กล่าวถ้อยแถลงต่อที่ประชุมยูเอ็น
นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ขึ้นกล่าวถ้อยแถลงต่อที่ประชุมสมัชชาสหประชาชาติ(ยูเอ็น) ณ สำนักงานใหญ่ยูเอ็น ณ นครนิวยอร์ก โดยมีเนื้อหาสำคัญๆ ว่า นโยบายรัฐบาลใหม่ เน้นการบริหารงาน โดยยึดประชาชนเป็นศูนย์กลางและจะนำมาซึ่งโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืน รวมถึงจะสนับสนุนความปรองดองและความเป็นเอกภาพภายในประเทศ ทั้งนี้ จะเห็นว่าการพัฒนาที่ยั่งยืนเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง ซึ่งไทยได้ยึดแนวทาง"ประชาชนเป็นศูนย์กลาง" และ"ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง"ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเป็นสำคัญ
นายสุรพงษ์ กล่าวต่อว่า สำหรับการดำเนินนโยบายต่างประเทศ ไทยจะเน้นการส่งเสริมความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้าน โดยจะให้ความสำคัญกับการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ และเคารพซึ่งกันและกัน ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในการเตรียมตัวเข้าสู่ประชาคมอาเซียน



