
นายกฯลั่นกระตุ้นศก.สู้วิกฤติโลก
'ยิ่งลักษณ์' ลั่น รบ.พร้อมกระตุ้น ศก.ภายในเข้มแข็ง เตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ไม่เน้นส่งพึ่งส่งออกสหรัฐ-ยุโรป ยัน ตั้งกองทุนตั้งตัวฯ สู้วิกฤติศก.โลก
แหล่งข่าวจากที่ประชุมครม.แจ้งว่า การประชุมครม. ในวันที่ 27 ก.ย.ที่ผ่านมา ใช้เวลาในการประชุมนานกว่า 3 ชั่วโมง โดยมีหลายวาระ ที่นส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีให้ความสนใจและเน้นให้ครม.ดำเนินการ
ทั้งนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้กล่าวก่อนเข้าสู่วาระการประชุม เกี่ยวกับเหตุการณ์ตลาดหุ้นทั่วโลกและตลาดหุ้นไทยที่หุ้นตกอย่างมาก เมื่อวันที่ 26ก.ย.ที่ผ่านมาว่า ผลกระทบทางเศรษฐกิจโลก ที่เกิดขึ้น มีความลดลง ซึ่งรัฐบาลเล็งเห็นว่า จะเกิดการเปลี่ยนแปลง โดยสหรัฐอเมริกาและสหภาพยุโรป จากนี้เศรษฐกิจจะย้ายฐานมายังเอเชีย
น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าว่วา รัฐบาลรู้แล้วว่า หากไทยยังเน้นการส่งออกไปยังสหรัฐฯและสหภาพยุโรปอีกก็จะมีปัญหา ดังนั้น ไทยต้องส่งเสริมการส่งออกในภูมิภาคเอเชีย เช่น จีน ที่ยังไม่มีผลกระทบเท่าที่ควร โดยรัฐบาลต้องดำเนินการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างจริงจัง เน้นการสร้างงาน สร้างบรรยากาศการลงทุนในประเทศ สร้างรายได้ของภาคประชาชนให้เกิดขึ้น
นอกจากนี้ ยังต้องเตรียมความพร้อมของประชาชน ก่อนที่ประเทศไทยจะเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ซึ่งเรื่องนี้ไม่ได้อยู่ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 11 จึงต้องให้ความสำคัญ เนื่องจากแรงงานราคาถูกของไทย จะต้องไม่มีอีก และระบบเศรษฐกิจสร้างสรรค์ จะเป็นตัวเปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจโลก
แหล่งข่าวกล่าวว่า นายกฯ ยังได้วิเคราะห์สิ่งที่เกิดขึ้นว่า หากพื้นฐานเศรษฐกิจไทยไม่แข็งแรง และยังพึ่งพาการส่งออก ไปยังสหรัฐและสหภาพยุโรป ก็จะเกิดปัญหาแน่ ดังนั้น ต้องเน้นการเติบโตจากภายในประเทศและอาเซียน ที่จะอาศัยปัจจัยการเติบโตทางเศรษฐกิจ เช่น โกลบอล อีโคโนมี ,อีโค อีโคโนมี ,โดเมสติก อีโคโนมี และโนว์เลจ อีโคโนมี
ทั้งนี้เมื่อเศรษฐกิจโลกมีปัญหา จำเป็นต้องมีการตั้งกองทุนตั้งตัว เพื่อผันเงินไปให้ประชาชนให้ได้ ซึ่งเป็นเรื่องที่เคยพูดไว้ในช่วงหาเสียงกับประชาชนว่า ต้องช่วยคนตั้งแต่เริ่มทำธุรกิจ
“ตลาดหุ้นไทย เมื่อวันที่ 27 ก.ย.54 เกิดการปรับตัวลงมากสุดในเอเชีย แต่ไทยมีเสถียรภาพทางเศรษฐกิจที่ดีกว่าหลายประเทศในเอเชีย และมีแบบนี้ไม่กี่ประเทศ ฉะนั้น เมื่อเศรษฐกิจโลกเป็นแบบนี้ และส่งผลกระทบในภาพกว้าง แต่ไม่เหนือความคาดหมายของรัฐบาล” แหล่งข่าวอ้างคำพูดของนายกฯ
แหล่งข่าว กล่าวด้วยว่า นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกฯและรมว.พาณิชย์ ได้กล่าวเสริมว่า สิ่งที่เกิดขึ้นในสหรัฐ ทำให้หุ้นในเอเชียตกลงมา 2 เดือนแล้ว หากเศรษฐกิจไทยไม่ดีจริง จะประคองรับไว้ไม่ได้ แต่ไทยกลับประคองได้
ทั้งนี้ นายกิตติรัตน์ ได้สอบถามนายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล รมว.คลังฯ ที่เพิ่งกลับจากการร่วมประชุมเวิล์ดแบงก์ว่า มีผลเป็นเช่นใดบ้าง ซึ่งรมว.คลัง ได้ชี้แจงว่า ทุกคนวิตกกับเศรษฐกิจสหรัฐและสหภาพยุโรป ซึ่งทางสภาพัฒน์ต้องเตรียมพร้อมให้ดี
แหล่งข่าวระบุว่า ตัวแทนสภาพัฒน์ ได้ชี้แจงกับครม.ว่า ภาพรวมเศรษฐกิจไทยไตรมาสที่สามของปีนี้ น่าจะดีกว่าไตรมาสที่สอง เนื่องจากการบริโภคและความเชื่อมั่นยังดีอยู่
ทั้งนี้ นายกฯ ได้กล่าวสรุปว่า เศรษฐกิจไทยต้องพึ่งพาตัวเองให้ได้ อนุภูมิภาคอาเซียนเป็นเรื่องที่ไทยต้องใส่ใจ และต้องสร้างการบริโภค โดยรัฐบาลจะสนับสนุนการใช้จ่ายภายในประเทศ
แหล่งข่าวแจ้งด้วยว่า ครม.ได้พิจารณาแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 11 โดยได้หารือนาน 1 ชั่วโมง ซึ่งนายกฯ ได้กล่าวในเรื่องนี้ว่า จะเน้นแผนฉบับนี้โดยต้องผันเงินเข้าสู่กระเป๋าประชาชนให้ได้
ทั้งนี้ นายปลอดประสพ สุรัสวดี รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวว่า เห็นด้วยที่รัฐบาลต้องใช้แผนฉบับนี้ และแผนฉบับนี้ ควรสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลที่แถลงไว้ต่อรัฐสภา
อย่างไรก็ตาม แผนพัฒนาเศรษฐฯ ฉบับที่ 11 ไม่ได้ให้ความสำคัญด้านวิทยาศาสตร์เท่าที่ควร ทั้งที่รัฐบาลผลักดันเรื่องวิทยาศาสตร์เป็นหนึ่งในหกโครงการสำคัญ ดังนั้น แผนพัฒนาเศรษฐกิจฯ ต้องสอดรับกับนโยบายรัฐบาลนี้ที่จะอยู่สองสมัย และเขาจะตามไปดูว่า สภาพัฒน์จะแก้ไขแผนนี้อย่างไรบ้าง
ทั้งนี้ ตัวแทนสภาพัฒน์ระบุว่า ขอให้นายปลอดประสพเสนอเอกสารประกอบการแก้ไขเข้ามา และสภาพัฒน์จะเสนอแผนนี้เข้ามาใหม่ในการประชุมครม.ครั้งหน้า จากนั้น นายกฯ กล่าวสรุปว่าแผนพัฒนาเศรษฐกิจฯ ฉบับดังกล่าวควรเน้นด้านแรงงาน เทคโนโลยี การเปลี่ยนแปลงของโลก รวมทั้งการสร้างรายได้ของประชาชน
ครม.ไม่มีซื้อเรือดำน้ำ ตีกลับเเบล็กฮอว์กไปศึกษาใหม่
แหล่งข่าวจากที่ประชุมครม.แจ้งว่า การประชุมครม.ที่ผ่านมา ไม่มีการพิจารณาวาระการจัดซื้อเรือดำน้ำตามที่กองทัพเรือ กระทรวงกลาโหมเสนอไว้แต่อย่างใด โดยล่าสุด นส.ยิ่งลักษณ์ ก็ยอมรับแล้วว่า จำผิด
แหล่งข่าว ระบุว่า ครม.อนุมัติเพียงการจัดซื้อเฮลิคอปเตอร์ลาดตระเวนติดอาวุธ 8 ลำ ส่วนเฮลิคอปเตอร์แบล็กฮอว์กนั้น แม้จะมีการเสนอเปลี่ยนแปลงจำนวนจาก 3 ลำเป็น 2 ลำ เนื่องจากค่าเงินเปลี่ยนไปและมีการขอเปลี่ยนสเปกจากรุ่นแอลมาเป็นรุ่นเอ็มทำให้งบประมาณเหลือซื้อได้เพียง 2 ลำนั้น ซึ่งเรื่องนี้รัฐบาลชุดที่แล้วอนุมัติกรอบไว้แล้ว
แหล่งข่าวกล่าวว่า พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รมว.กลาโหม ได้ชี้แจงต่อครม.ว่า โดยหลักยุทธศาสตร์ป้องกันประเทศนั้น เฮลิคอปเตอร์แบล็กฮอว์กต้องมี 20 ลำ แต่ปัจจุบันไทยมีเพียง 9 ลำ เพราะ 1 ลำเพิ่งตกไป ดังนั้น จึงควรซื้ออีก 11 ลำให้ครบตามหลัก
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลชุดที่แล้วอนุมัติเพียง 3 ลำ และไม่ยอมดำเนินการ จนค่าเงินเปลี่ยนไป ทำให้ขณะนี้ ซื้อได้แค่ 2 ลำ ซึ่งกระทรวงกลาโหมจะขอซื้อเพียง 2 ลำก่อนก็ได้ แต่ทางสำนักงบประมาณและสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาท้วงติงว่า ขอไปพิจารณาก่อน เนื่องจากเรื่องนี้เพิ่งบรรจุเข้าสู่วาระครม. เมื่อวันที่ 26 ก.ย.ที่ผ่านมา
นอกจากนี้ ครม.ได้ท้วงติงว่า อนุมัติกรอบไว้ 3 ลำแต่จะซื้อ 2 ลำ ทำให้นายอำพน กิตติอำพน เลขาธิการครม.สรุปเรื่องนี้ว่า ครม.อนุมัติกรอบงบประมาณหนึ่งพันล้านบาทขึ้นไป แต่เพื่อความถูกต้องจึงควรนำกลับมาพิจารณาใหม่ในการประชุมครม.ครั้งหน้า
"เฉลิม" อัด มท.เละเทะ ขรก.มัวเเต่ตามนายกฯ-มท.1 ไม่ช่วยแก้ยาเสพติด
แหล่งข่าวจากที่ประชุมครม.แจ้งว่า ร.ต.อ.เฉลิม อยุ่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผอ.ศพส.รายงานต่อที่ประชุมครม.หลังจากลงพื้นที่ จ.เชียงราย เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เพื่อมอบนโยบายปราบปรามยาเสพติดเป็นวาระแห่งชาติว่า เรื่องนี้ เขาพูดข้างนอกก็ได้ แต่มาพูดในที่ประชุมครม.แบบนี้ ขลังดี นโยบายนี้ประชาชนชื่นชมมาก
ทั้งนี้ เขาลงพื้นที่มอบนโยบาย และส่งสัญญาณไปยังประเทศเพื่อนบ้านว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยแก้ปัญหา ต่อมา สสป.ลาว และจีน ได้มาร่วมแก้ปัญหานี้ ซึ่งเขาลงพื้นที่จับยาเสพติดได้ 20 กระสอบ และยึดทรัพย์ 50 ล้านบาท โดยจากนี้ จะมีแบบนี้ทยอยมาเรื่อย ๆ จะขอความร่วมมือกระทรวงต่างๆช่วยกันทำงานนี้
ร.ต.อ.เฉลิม ยังฝากพล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รมว.กลาโหมไปบอกพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.ด้วยว่า ขอชื่นชมกองทัพบกที่ช่วยงานนี้มาก เพราะส่งคนเก่ง ๆ มาร่วมประชุมตั้งแต่เช้า ดึกแล้วยังไม่กลับ ตื่นเช้ามาก็เจออีก โดยรมว.กลาโหมรับปากว่าจะไปบอกกับกำลังพลในเรื่องนี้ให้
แหล่งข่าวกล่าวว่า ร.ต.อ.เฉลิม ยังได้ตำหนิหลายหน่วยงาน เช่น กระทรวงมหาดไทย ผู้ว่าฯบางคนและกรมศุลกากรว่า ทัศนคติของคนในกระทรวงมหาดไทย จะติดตามเพียงแค่นายกฯและรมว.มหาดไทยเท่านั้น ซึ่งเขาลงพื้นที่ครั้งนี้ ไปมอบนโยบายเรื่องยาเสพติด แต่ผู้ว่าฯเชียงใหม่ กลับอยู่ร่วมงานแป๊ปเดียว โดยอ้างว่า จะไปตรวจน้ำท่วม ขณะที่กรมศุลกากรส่งเจ้าหน้าที่ระดับเด็ก ๆ มาประชุมเหมือนตัวแทนของกระทรวงสาธารณสุข แต่เด็ก ๆ ของกระทรวงนี้กลับเจ๋งจริงๆ
"ผมขอให้ทุกหน่วยงานช่วยกันทำงานนี้ เพราะเป็นผลงานและความภูมิใจของรัฐบาลนี้ เนื่องจากประชาชนสนใจ ดังนั้น ทุกคนควรใส่ใจ และขอฝากครม.ว่า ควรเน้นย้ำกับผู้บริหารของแต่ละกระทรวงว่า ปัญหายาเสพติดเป็นวาระแห่งชาติที่สำคัญ"
แหล่งข่าวระบุว่า นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกฯ และรมว.มหาดไทย ได้พยักหน้ารับฟังสิ่งที่ร.ต.อ.เฉลิมระบุไว้ รวมทั้งนายกฯ ก็รับปากว่าจะช่วยกำชับทุกหน่วยงานให้อีกทางหนึ่ง
กฤษฎีกา แจง ครม.เสนอ "อดุลย์" นั่งเลขาปปส.
แหล่งข่าวจากที่ประชุมครม.แจ้งว่า สำหรับวาระการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการหลายหน่วยงานที่เข้าสู่การพิจารณาของครม. เมื่อวันที่ 27 ก.ย.54 โดยมากจะเป็นวาระจรเกือบทั้งสิ้น ครม.จึงไม่ได้สอบถามอะไรมากนัก
ทั้งนี้ มีเพียงสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาที่ได้ชี้แจงถึงการเสนอให้ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รองผบ.ตร. มาปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการป.ป.ส. ตามที่กระทรวงยุติธรรมเสนอว่า เป็นกรณีที่ดำเนินการได้ เพราะในอดีตก็มีการขออนุมัติแบบนี้มาแล้ว



