ข่าว

วัยเกษียณ

วัยเกษียณ

28 ก.ย. 2554

วัยเกษียณ : วันเว้นวัน จันทร์ พุธ ศุกร์ กับ ประภัสสร เสวิกุล

           วันที่ 30 กันยายน ของทุกปี เป็นวันที่มีความสำคัญอย่างยิ่งวันหนึ่งในชีวิตของข้าราชการ คือเป็นวันเกษียณอายุราชการสำหรับผู้ที่มีอายุ 60 ปีในปีนั้น คำว่าเกษียณหรือปลดเกษียณออกจะเป็นคำที่ฟังแล้วชวนให้รู้สึกหดหู่อยู่ไม่น้อย เพราะเหมือนกับการหมดสภาพที่จะทำงานต่อไปได้ หรือหมดความสำคัญต่อหน่วยงานนั้นๆ อีกต่อไปแล้ว ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ก็ยังมีอำนาจในการตัดสินใจหรือสั่งการเรื่องต่างๆ มีผู้คนห้อมล้อม แสดงอาการเคารพนบนอบ แต่พอเริ่มวันที่ 1 ตุลาคมเป๊ง ตำแหน่งหน้าที่และอำนาจราชศักดิ์ต่างๆ ก็จะหายวับไปกับตา ถ้าคิดเล่นๆ ก็เหมือนกับคนที่ป่ายปีนภูเขาสูงชันด้วยความยากลำบากมาตลอดชีวิต แต่วันหนึ่งเมื่อขึ้นถึงยอดเขา ก็คือวันที่ต้องกระโดดลงมาสู่พื้นล่าง

            ภาวะที่สำนวนกำลังภายในเรียกว่า “สูงสุดคืนสู่สามัญ” นี้ แท้จริงแล้วเป็นสิ่งปกติที่เกิดขึ้นได้ในทุกๆ เรื่อง ไม่ว่าจะเป็นสถานะทางเศรษฐกิจ สถานะทางสังคม หรือการงาน หากรู้เท่าทันหรือเตรียมตัวเตรียมใจล่วงหน้า ก็คงจะไม่กระไรนัก และอาจจะปรับตัวเข้ากับความเปลี่ยนแปลงต่างๆ ได้ไม่ยาก เคยคุยกับคนในวัยเกษียณหลายคนถึงความรู้สึกในวันที่เปลี่ยนสถานภาพจากข้าราชการประจำเป็นข้าราชการบำนาญ บางคนก็บอกว่ามันรู้สึกโหวงๆ ยังไงไม่รู้ ถามต่อว่าโหวงขนาดไหน ก็ได้รับคำตอบว่า โหวงเหมือนนุ่งผ้าขาวม้าตัวเดียว นี่แสดงว่าคงจะใส่เครื่องแบบหรือใส่สูทมาจนชิน พอเอาอินทรธนู เอาดาวเอามงกุฎ เอาเนกไท เอาเสื้อนอกออกไป ก็เลยรู้สึกโล่งโจ้ง แต่บางคนก็บอกว่าสบายจัง ได้กลับเป็นตัวของตัวเองอีกครั้ง ไม่ต้องสวมหน้ายักษ์หน้าลิง หรือเต้นไปตามจังหวะที่คนอื่นเคาะ รู้อย่างนี้จะรีบเกษียณเสียนานแล้ว

            จริงๆ แล้ว ถ้าหากทำความเข้าใจได้ว่าทุกสิ่งทุกอย่างในโลกนี้เป็นเพียงเรื่องสมมติ ไม่ว่าจะเป็นยศถาบรรดาศักดิ์ เครื่องแบบ ตำแหน่งต่างๆ หรือแม้แต่อายุ ก็คงจะทำให้เกิดความสบายอกสบายใจขึ้น เพราะถ้าจะพูดไปแล้ว เวลาหลังเกษียณเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดของชีวิต และคนที่เป็นข้าราชการนั้นถ้าพูดแบบโบราณก็ต้องเรียกว่าเป็นทวิชาชาติ คือเกิดสองหนในชาติเดียวกัน เพราะเมื่อหมดจากชาติที่เป็นข้าราชการแล้ว ยังมีชาติของความเป็นสามัญชนอยู่อีกชาติหนึ่ง ผิดกับชาวไร่ชาวนาหรือพ่อค้าแม่ขายที่เกิดมามีอาชีพอะไรก็มักจะทำอาชีพนั้นไปจนตาย และชาติใหม่หลังเกษียณนี้เป็นชาติที่ค่อนข้างจะมีแต้มต่ออย่างสูงทั้งความรู้ ประสบการณ์การทำงาน ทุนทรัพย์ เครือข่าย และพันธมิตร ยิ่งในยุคปัจจุบันวิวัฒนาการทางการแพทย์ก้าวหน้าไปไกล จึงทำให้คนในวัยเกษียณมีสุขภาพที่ดีและมีอายุยืนยาว ถ้าดูแลตัวเองดีๆ ก็อาจจะสามารถอยู่ดูโลกได้ถึงอายุ 80-90 ปี อย่างสบายๆ

            นอกจากสุขภาพกายแล้ว สุขภาพใจก็เป็นสิ่งสำคัญ ทำอย่างไรก็ได้ครับให้ใจของตัวเองเป็นสุข รวมทั้งหัวใจของลูกหลานหรือคนรอบข้างเป็นสุขด้วย บางคนอาจจะลงทุนลงแรงทำกิจการของตัวเอง บางคนก็อาจจะมีบริษัทห้างร้านว่าจ้างต่อ หรือบางคนก็อาจจะใช้ชีวิตสบายๆ กับงานที่ตนชอบ เดินทางท่องเที่ยว เข้าวัดเข้าวา เล่นกีฬา หรือพบปะเพื่อนฝูง รวมทั้งทำกิจกรรมเพื่อสังคม อ้อ แล้วก็อย่าลืมตามโลกให้ทันด้วย

            โลกตะวันตกมีความเชื่อในอำนาจของผู้สูงอายุ หรือ Grey Power มานานแล้ว ดังนั้น คนในวัยเกษียณจึงไม่ใช่คนแก่ที่มีหน้าที่เลี้ยงหลานอย่างที่คนไทยชอบพูดกัน แต่คนในวัยนี้แหละครับที่เป็นทั้งเสาหลัก รวมทั้งมันสมองและพลังขับดันพลวัตเศรษฐกิจและสังคมของบ้านเมืองได้

            สมัยก่อนเคยพูดกันว่าชีวิตเริ่มต้นเมื่ออายุ 40 ปี แต่เดี๋ยวนี้ต้องพูดใหม่ว่า ชีวิตเริ่มต้นหลังเกษียณครับ