ข่าว

27จ.รับมือพายุ'ไห่ถาง'จ่อถล่มวันนี้

27จ.รับมือพายุ'ไห่ถาง'จ่อถล่มวันนี้

27 ก.ย. 2554

ปภ.'เตือน 27 จังหวัดรับมือพายุ'ไห่ถาง' จ่อเคลื่อนตัวถล่มวันนี้ 'ศอส.'สรุปน้ำท่วมยังหนัก 23 จังหวัด ยอดปชช.เสียชีวิตรวม 166 ราย พร้อมเตือน 9 จว.รับมือน้ำล้นตลิ่ง

          27 ก.ย.54 นายวิบูลย์  สงวนพงศ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย(ปภ.) กล่าวว่า ในวันนี้พายุไห่ถางได้เคลื่อนตัวเข้าสู่ประเทศไทยทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ส่งผลให้มีฝนตกหนักในพื้นที่ 24 จังหวัด ได้แก่ มุกดาหาร  ยโสธร อำนาจเจริญ อุบลราชธานี  นครพนม  ขอนแก่น  ชัยภูมิ กาฬสินธุ์ มหาสารคาม ร้อยเอ็ด นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี ระยอง จันทบุรี ตราด ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล  ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวมีปริมาณน้ำมากอยู่แล้ว ประกอบกับภาวะฝนตกหนักจากอิทธิพลของพายุไห่ถาง  อาจส่งผลให้สถานการณ์อุทกภัยขยายวงกว้างและรุนแรงมากขึ้น โดยเฉพาะพื้นที่ จ.ระนอง (อำเภอสุขสำราญ เมือง กระบุรี  ละอุ่น กะเปอร์) และพังงา  (อำเภอคุระบุรี กะปง ตะกั่วป่า) มีฝนตกหนักวัดปริมาณน้ำฝนได้มากกว่า 200 มม. และเริ่มมีน้ำล้นตลิ่งในบางพื้นที่แล้ว จึงขอให้จังหวัดในพื้นที่ดังกล่าวเตรียมพร้อมรับมือ โดยจัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังติดตามสถานการณ์และพร้อมปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบภัยในทันที รวมถึงแจ้งเตือนให้ประชาชนที่อาศัยในพื้นที่เสี่ยงภัยระมัดระวังอันตรายจากภาวะฝนตกหนักที่อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่า ไหลหลาก และดินโคลนถล่ม

          นายวิบูลย์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ได้กำชับให้จังหวัดที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ต้นน้ำประสานและให้ข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำ ทั้งทิศทางการไหลของน้ำ ปริมาณน้ำแก่จังหวัดที่อยู่ในพื้นที่ปลายน้ำอย่างต่อเนื่อง เพื่อเตรียมรับมือผลกระทบจากมวลน้ำที่ไหลเข้ามายังพื้นที่ ซึ่งอาจทำให้เกิดภาวะน้ำล้นตลิ่งและน้ำท่วมฉับพลัน สำหรับการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่ ให้หน่วยงานประสานการบูรณาการทรัพยากรและกำลังคนร่วมกัน เพื่อให้สามารถจัดการแก้ไขปัญหาอุทกภัยได้อย่างรวดเร็ว

 

 

"กทม." จับตาพายุ ‘ไห่ถาง’ ใกล้ชิด คาดจ่อเข้าถล่มไทยวันนี้

          นายสัญญา ชีนิมิต ผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร (กทม.) กล่าวว่า สถานการณ์น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาขณะนี้ยังอยู่ในเกณฑ์ปกติ โดยมีปริมาณน้ำไหลผ่านแม่น้ำเจ้าพระยาอยู่ที่ 3685 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ขณะที่บริเวณเขื่อนพระราม 6 มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 1120 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่วนระดับน้ำสูงสุดบริเวณปากคลองตลาดมีระดับน้ำสูง 1.71 เมตร ซึ่งถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ปกติเช่นเดียวกัน อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังมีความกังวลเรื่องของปริมาณน้ำฝนซึ่งอาจจะตกลงมาแบบต่อเนื่องเช่นเดียวกับช่วงหัวค่ำของวันที่ 26 ก.ย.ที่ผ่านมา ส่งผลให้เกิดปัญหาน้ำท่วมขังในหลายพื้นที่ประมาณ 2 ชั่วโมง แต่ระดับน้ำก็ลดลงในที่สุด

          อย่างไรก็ตาม อิทธิพลพายุไห่ถางที่กำลังเคลื่อนตัวเข้าสู่ประเทศไทยทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือในวันนี้ คาดว่าจะไม่มีผลกระทบกับกทม. แต่กทม.จะได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

 

 

"ศภช."เตือน 8 จว.รับมือฝนตกหนัก-น้ำท่วมฉับพลัน 27 - 28 ก.ย.นี้

          ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ(ศภช.) แจ้งว่า ในวันที่ 27-28 ก.ย.นี้ จะมีฝนตกหนักและมีพายุลมแรง อาจเกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก บริเวณภาคเหนือ โดยเฉพาะ จ.แพร่ จ.อุตรดิตถ์ จ.ตาก จ.สุโขทัย จ.พิจิตร จ.กำแพงเพชร จ.เพชรบูรณ์ และจ.พิษณุโลก ขอให้ประชาชนและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในพื้นที่เฝ้าระวัง ติดตามข้อมูลจากศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งงชาติต่อไป

 

 

 

 

'ศอส.'สรุปน้ำท่วมยังหนัก 23 จังหวัด ยอดปชช.เสียชีวิตรวม 166 ราย

          นายวิบูลย์ สงวนพงศ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย  รองผู้อำนวยการศูนย์สนับสนุนการอำนวยการและการบริหารสถานการณ์อุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม (ศอส.) กล่าวว่า ปัจจุบันยังคงมีสถานการณ์อุทกภัยใน 23 จังหวัด ได้แก่ สุโขทัย พิจิตร พิษณุโลก นครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ลพบุรี สระบุรี สุพรรณบุรี นครปฐม ปทุมธานี นนทบุรี อุบลราชธานี ชัยภูมิ ยโสธร ขอนแก่น อำนาจเจริญ ฉะเชิงเทรา นครนายก และปราจีนบุรี  รวม 149 อำเภอ 1,130  ตำบล 8,680 หมู่บ้าน ราษฎรเดือดร้อน 615,497 ครัวเรือน 2,014,166 คน มีผู้เสียชีวิต 166 ราย สูญหาย 3 ราย พื้นที่การเกษตรคาดว่าจะเสียหาย  6,157,916 ไร่ พื้นที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ บ่อปลา 90,242 ไร่ สัตว์ได้รับผลกระทบ 6,937,065 ตัว น้ำท่วมเส้นทางไม่สามารถสัญจรผ่านได้ รวม 112  สาย แยกเป็น  ทางหลวง  30 สาย ใน  9 จังหวัด ทางหลวงชนบท 82 สาย ใน 17 จังหวัด

          นายวิบูลย์ กล่าวต่อว่า สำหรับสถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำต่างๆ ยังต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เนื่องจากมีปริมาณน้ำมากและระดับน้ำล้นตลิ่ง มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะลุ่มน้ำเจ้าพระยา ปริมาณน้ำไหลผ่านจังหวัดนครสวรรค์ 4,272 ลบ.ม./วินาที เขื่อนเจ้าพระยาปริมาณน้ำไหลผ่าน 3,685 ลบ.ม./วินาที ปริมาณน้ำไหลผ่านอำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 3,047ลบ.ม./วินาที ส่งผลให้ 9 จังหวัด ที่อยู่ริมแม่น้ำ ได้แก่ อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี ลพบุรี อ่างทอง สุพรรณบุรี พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี นนทบุรีได้รับผลกระทบจากภาวะน้ำล้นตลิ่งที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น

 


แม่น้ำลพบุรีทะลักท่วมโรงพยาบาลบ้านแพรก

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  ระดับน้ำในแม่น้ำลพบุรี มีปริมาณเพิ่มขึ้น จนทำให้น้ำไหลข้ามถนนสายเจ้าปลุก-ลพบุรี ซึ่งเป็นถนนเส้นทางสายหลักที่เดินทางจาก จ.พระนครศรีอยุธยา มุ่งหน้า จ.ลพบุรี โดยระดับน้ำสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งน้ำได้ท่วมถนนทำให้เส้นทางการจราจรติดขัด และหลายช่วงมีน้ำท่วมเหลือเพียงช่องทางจราจรเดียว ตั้งแต่ ม. 1 ต.เจ้าปลุก อ.มหาราช จ.พระนครศรีอยุธยา ยาวไปหลายกิโลเมตร แม้ว่าจะมีคันดินกั้น โดยน้ำที่สูงขึ้นนี้ได้เข้าท่วมบ้านเรือนที่ ต.พิตเพียน อ.มหาราช โดยน้ำได้ล้นคลองส่งน้ำชลประทาน พังคันดินไหลเข้าไปท่วมทุ่งนาที่อยู่ฝั่งตรงข้าม มีกระแสน้ำแรงมาก ซึ่งเป็นทุ่งนาในหมู่ 4 ต.สำพะเนียง อ.บ้านแพรก ชาวบ้านส่วนใหญ่ต้องขนข้าวของออกมาจากบ้านตั้งแต่กลางดึกที่ผ่านมา จนถึงเช้าโดยลอยคอนำของออกมาไว้ริมถนน ซึ่งก็ถูกน้ำท่วม โดยบอกว่าน้ำเริ่มขึ้นมาตั้งแต่เมื่อช่วงเย็นวันที่ 26 ก.ย.ที่ผ่านมา แต่ไม่คิดว่ากลางดึกจะขึ้นมามากและรวดเร็ว จนเก็บข้าวของที่เหลือไม่ทัน ทำให้ทรัพย์สินในบ้านได้รับความเสียหาย

          ส่วนที่ประตูระบายน้ำคลองตาเมฆ ม.3 ต.บ้านแพรก อ.บ้านแพรก จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งรับน้ำจากแม่น้ำลพบุรี น้ำก็ได้เอ่อล้นประตูระบายน้ำเข้ามายังทุ่งนาเป็นปริมาณมาก ซึ่งจะส่งผลให้ตอนล่างได้รับความเดือดร้อน ที่สำคัญน้ำจากแม่น้ำลพบุรี ได้ไหลเข้าท่วมโรงพยาบาลบ้านแพรก ตั้งแต่เมี่อคืนที่ผ่านมา ทำให้ต้องมีการขนย้ายผู้ป่วยบางส่วนออกจากโรงพยาบาลไปยังรพ.บางปะหัน และรพ.พระนครศรีอยุธยา โดยน้ำได้ท่วมโรงประกอบอาหาร ห้องประชุม บ้านพักและแฟลตของพยาบาลและแพทย์ แต่ยังสามารถให้บริการตรวจรักษาโรคชาวบ้านในพื้นที่ได้บางส่วน ซึ่งอาคารบริการ และอาคารพิเศษยังไม่ถูกน้ำท่วมแต่ไม่มีกระแสไฟฟ้าใช้

          ทั้งนี้ ในช่วงเช้าวันเดียวกัน กองพลทหารม้าที่ 2 กรมทหารม้าที่ 5 และกองพันทหารม้าที่ 23 รักษาพระองค์ จังหวัดทหารบกสระบุรี ได้เดินทางมานำรถบรรทุกมารับส่งผู้ที่จะเข้าออกโรงพยาบาลเนื่องจากน้ำท่วมทาง และยังได้ส่งทหารมากั้นกระสอบทรายเพื่อกู้ รพ.บ้านแพรก ให้ปฎิบัติหน้าที่ได้ตามปกติ โดย เภสัชกรหญิง ปิยธิดา พูนพัฒนปรีชา รักษาการ ผ.อ.รพ.บ้านแพรก เปิดเผยว่า ได้ย้ายผู้ป่วยที่เสี่ยงเรื่องอุปกรณ์ไฟฟ้าไปเพียง 2 ราย ส่วนผู้ป่วยพักฟื้นยังอยู่ 7 ราย และได้นำแพทย์ไปเปิดศูนย์ให้บริการที่อำเภอบ้านแพรก เพื่อสะดวกในการเดินทาง ซึ่งเมื่อคืนที่ผ่านมา นายวิทยา บุรณศิริ รมต.สาธารณสุข ก็ได้เดินทางมาตรวจสถานการณ์และประสานกับหน่วยงานต่างๆ ให้เข้ามาช่วยเหลือแล้ว



ชาวบ้านปทุมธานี-นครนายก ประจันหน้าไม่พอใจปัญหาเรื่องปล่อยน้ำ

 
         ที่บริเวณประตูระบายน้ำคลองสิบสอง คลองรังสิตประยูรศักดิ์ ม. 3 ต.บึงน้ำรักษ์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี  ได้มีกลุ่มชาวบ้านจาก อ.องค์รักษ์ จ.นครนายก ประมาณ 200 คน  และชาวบ้านจ.ปทุมธานี  ประมาณ 200 คน  ได้เกิดการประจันหน้ากัน หลังจากที่ทางฝ่ายชาวบ้านอ.องค์รักษ์  ได้เข้าทำการบุกรื้อกระสอบทรายประตูน้ำดังกล่าว ส่งผลทำให้เจ้าหน้าที่ต้องทำการปิดการจราจรเส้นทางขาเข้า รังสิต - นครนายก ทั้งหมด 4 เลน  โดยการประจันหน้าทั้งสองฝ่ายเกิดความตึงเครียด  มีการส่งเสียงตะโกนด่าทอกันไปมา นอกจากนี้ได้มีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ อส.และอปพร.จำนวน 100 นาย เข้าควบคุมคอยดูแลสถานการณ์ ล่าสุดทางนายพีระศักดิ์ หินเมืองเก่า ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี  ได้เดินทางมาถึง พร้อมกับมีการเจรจากับทั้งสองฝ่ายแล้ว

  

ข้าวพิษณุโลกจมน้ำชาวนาสูญเงิน 500 ล้าน

          นายนิสิต เมฆอรุณกมล ประธานชมรมโรงสีข้าวจังหวัดพิษณุโลก เจ้าของโรงสีข้าวศรีคงเจริญ อ.บางกระทุ่ม จ.พิษณุโลก กล่าวว่า จากปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่โซนตะวันออกของแม่น้ำน่าน แม่น้ำยม ซึ่งในส่วนของ จงพิษณุโลก ประสบปัญหาหนักที่สุดในพื้นที่ อ.บางระกำ นาข้าวเสียหายเกือบทั้งหมด รองลงมา คือ อ.บางกระทุ่มและ อ.พรหมพิราม เพียงบางส่วน ซึ่งทั้ง 3 อำเภอเป็นพื้นที่ทำนาหลักของ จ.พิษณุโลก ส่งผลให้ผลผลิตจากการปลูกข้าวช่วงนาปรังกว่า 1 ล้านไร่ เสียหายไปประมาณ 30 % คิดมูลค่าความเสียหายของข้าวเปลือกในท้องตลาด ประมาณ 500-600 ล้านบาท ซึ่งหลังจากน้ำลดลงในอีก 2 เดือนข้างหน้านี้ ชาวนา อ.บางระกำ อ.พรหมพิราม และอ.บางกระทุ่ม ก็จะลงมือทำนาต่ออีก 2 รอบในทันทีเพื่อชดเชยนาข้าวที่เสียหายในช่วงนาปรังที่ผ่านมา

          นายนิสิต กล่าวถึงโครงการรับจำนำข้าวที่ จ.พิษณุโลก จะเป็นจังหวัดนำร่องเปิดโครงการก่อนในวันที่ 7 ตุลาคมนี้ว่า ในส่วนของ จ.พิษณุโลก เรามีความพร้อมที่จะเปิดรับจำนำข้าว โดยเบื้องต้นมีโรงสีเข้าร่วมโครงการ 19 แห่ง เป็นโรงสีที่มีศักยภาพ สีข้าวให้โครงการได้ 30 เท่าของกำลังการผลิต เป็นโรงสีที่มีเตาอบ มีลานตากข้าวเองพื้นที่ไม่ต่ำกว่า 5 ไร่

          สำหรับโรงสีศรีคงเจริญ มีศักยภาพสามารถแปรรูปข้าวได้วันละ 200 ตันต่อวัน มีความพร้อมเปิดรับจำนำข้าวในพื้นที่ อ.บางกระทุ่ม อ.เนินมะปราง และอ.วังทอง มีความพร้อมไม่จำเป็นต้องมีโรงสีจากต่างจังหวัดเข้ามาร่วมรับจำนำ ส่วนเรื่องการป้องกันการทุจริตโกงรัฐบาลคงทำไม่ได้ เนื่องจากทางจังหวัดมีการตั้งคณะกรรมการมาตรวจสอบอย่างจริงจัง โรงสีที่เข้าร่วมโครงการไม่สามารถนำข้าวจากพม่า เวียดนาม หรือข้าวข้ามชาติจากที่อื่น ๆ เข้ามาสวมสิทธิ์ได้ โครงการรับจำนำต้องเป็นชาวนาจริง ๆ เพื่อเป็นผลงานของพรรคเพื่อไทย จึงต้องการให้เกิดความเสียหายจากโครงการน้อยที่สุด ขณะเดียวกันจะได้คะแนนเสียงจากชาวนาเพิ่มขึ้น ซึ่งการรับจำนำข้าวเปลือกที่กำลังจากเปิดขึ้นในเดือนหน้านี้ ในส่วนของ จ.พิษณุโลก ยังมีข้าวอีกมากเพราะพื้นที่ปลูกข้าวที่ไม่ได้รับความเสียหายยังมีอีกกว่า 8 แสนไร่

          ประธานชมรมโรงสีข้าวจังหวัดพิษณุโลก กล่าวต่อว่า โครงการรับจำนำข้าวเปลือกเป็นโครงการที่ดี ที่เป็นความหวังของชาวนาที่จะได้ข้าวราคาราคาสูง ขณะที่กลุ่มพ่อค้าข้าว และผู้ส่งออกข้าว พยายามกดราคา ซื้อข้าวจากเกษตรกรราคาถูกและพยายามล้มโครงการ เนื่องจากซื้อข้าวถูกขายต่างประเทศได้มากกว่า แต่หากมีการเปิดโครงการรับจำนำข้าว จะต้องซื้อข้าวแพง ทำให้การขายลำบาก กำไรน้อย คนกลุ่มนี้จะเสียประโยชน์มากจึงพยายามล้มโครงการนี้อยู่

 

ระนอง สั่งเฝ้าระวัง 3 อำเภอเสี่ยงดินเลื่อนไหล/น้ำป่าไหลหลาก


          นายชาสันต์   คงเรือง  ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดระนอง    เปิดเผยกับ "ผู้สื่อข่าว" ว่าจากอิทธิพลของมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่มีกำลังแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้และอ่าวไทย อันเป็นผลมาจากอิทธิพลของพายุไห่ถาง ส่งผลให้จ.ระนอง เกิดฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่ โดยพบว่าได้เกิดฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง   ส่งผลให้หลายพื้นที่ยังเสี่ยงที่จะทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน  น้ำป่าไหลหลาก ดินถล่มในหลายพื้นที่ได้นั้น
             
          ล่าสุด ปภ.ได้ประสานไปยังทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ทุกหน่วยงานเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงภัยใน 3 อำเภอคือ อ.เมือง,ละอุ่น,กะเปอร์ และสุขสำราญ ซึ่งตั้งอยู่ที่ลาดเชิงเขา เป็นพื้นที่เสี่ยงที่จะเกิดน้ำท่วมฉับพลัน  น้ำป่าไหลหลาก  และดินถล่มได้  จึงขอให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมบุคคลากร เครื่องจักร อุปกรณ์ ในการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย วาตภัย และดินถล่ม อันอาจจะสร้างความเสียหายให้แก่ชีวิต และทรัพย์สินของประชาชนที่อยู่อาศัยบริเวณพื้นที่เสี่ยงภัย