
'ปชป.'สับอัยการเมินฎีกา'หญิงอ้อ'
'ปชป.'สับอัยการสูงสุดเมินฎีกา'หญิงอ้อ-บรรณพจน์'เลี่ยงภาษีหุ้นชินฯ เตรียมยกรัฐธรรมนูญหาช่องยื่นถอนอสส. แนะสังคมจับตาก.ยุติธรรมเบี้ยวเด้งรับ 'ระบอบทักษิณ'
จากกรณีอัยการสูงสุดมีคำสั่งไม่ฎีกาคดีเลี่ยงภาษีหุ้นบริษัทชิน คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ทั้งในส่วนที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้อง คุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ อดีตภริยา พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี นางกาญจนาภา หงษ์เหิน เลขานุการส่วนตัวคุณหญิงพจมาน จำเลยที่ 2-3 และกรณีให้จำคุก 2 ปี แต่รอลงอาญา 1 ปี ปรับ 1 แสนบาท กับ นายบรรณพจน์ ดามาพงศ์ อดีตประธาน บมจ.ชินคอร์ป ฯ พี่ชายบุญธรรมคุณหญิงพจมานนั้น
นายสกลธี ภัททิยกุล รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงท่าที่ของพรรคประชาธิปัตย์ต่อกรณีดังกล่าวว่า กังวลกับการแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม ที่อาจจะเหมือนกับช่วงก่อนการรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 โดยในกรณีนี้ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์มีคำสั่งแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ดังนั้นอัยการสูงสุดควรจะฎีกาเพื่อให้เป็นบรรทัดฐานในคดีภาษี ไม่ใช่ทำตัวเป็นศาลฎีกาเสียเองโดยเฉพาะในกรณีของนายบรรณพจน์ ที่มีการหลีกเลี่ยงภาษีกว่า 200 ล้านบาท ซึ่งถือว่าเป็นจำนวนที่สูงมาก ซึ่งคิดว่าน่าจะเป็นการหลีกเลี่ยงภาษีที่มีจำนวนเงินสูงที่สุดเกือบเป็นประวัติศาสตร์ตนจึงคิดว่าดุลยพินิจของอัยการสูงสุดน่าจะมีปัญหา ทั้งนี้ทีมกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์อยู่ในระหว่างการรวบรวมข้อมูลเพื่อดำเนินการถอดถอนอัยการสูงสุดตามรัฐธรรมนูญ
“เรื่องแบบนี้ ท่านสามารถบิดโดยใช้ข้อกฎหมายได้ แต่ไม่สามารถบิดเบือนความรู้สึกของประชาชนได้ ดังนั้นเตรียมรับการยื่นถอดถอนจากทีมกฎหมายของพรรคประชาธิปัตย์ได้เลย ขอฝากเตือนข้าราชการทุกคน ให้ทำหน้าที่ในฐานะข้าพระบาทของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการทำเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ ไม่ใช่ทำเพื่อประโยชน์ของคนๆ เดียว อย่าเอาบั้นปลายอายุราชการมาใช้กับคนๆ เดียว และขอให้ประชาชนจับตาการแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมด้วยว่าจากนี้ไปจะมีการแทรกแซงโดยใช้อำนาจทางการเมืองหรือไม่” นายสกลธีกล่าว
ปชป. แขวะผลงานรัฐบาลไม่เป็นสัปปะรด แถมทำเท่ห์แถลงผลงานครบ 30 วัน
นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงการเตรียมแถลงนโยบายครบรอบ 30 วันของรัฐบาลว่า เปรียบเสมือนตลกร้ายและรู้สึกเสียดายแทนประชาชน เพราะในประวัติศาสตร์ไม่เคยเห็นการแถลงผลงานรัฐบาลด้วยการเอาเรื่องการตั้งคณะกรรมการชุดต่างๆ มาเป็นผลงานรัฐบาล โดยเริ่มตั้งแต่ 1.การตั้งคณะกรรมการอิสระว่าด้วยหลักนิติธรรมแห่งชาติ (คอ.นธ.) ที่ยังไม่เริ่มประชุมแม้แต่ครั้งเดียว ท่ามกลางความรู้สึกว่าเป็นการตั้งเพื่อช่วยเหลือพวกพ้อง และปล่อยให้ประชาชนรับเคราะห์แทน 2.การยกปัญหายาเสพติดเป็นวาระแห่งชาติ ถือว่าวุฒิภาวะของรัฐบาลมีปัญหา เพราะทุกรัฐบาลก็ยกเรื่องนี้เป็นวาระแห่งชาติเช่นกัน ที่สำคัญก่อนหน้านี้มีการใช้ปัญหายาเสพติดบ่อนการพนัน เพื่อเป็นเหตุผลโยกย้ายผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ หวังที่จะสนับสนุนญาติขึ้นมาเป็นแทน ขอถามว่าหลังจากที่พวกของท่านขึ้นเป็นรักษาการ ผบ.ตร.แล้ว ได้แก้ปัญหาบ่อนการพนันไปถึงไหน อย่างไร เพราะจนถึงขณะนี้ปัญหาบ่อนการพนันยังมีอยู่ จึงถือว่าเป็นการแถลงผลงานที่ไม่เป็นสัปปะรด
นายชวนนท์ กล่าวว่า 3. การส่งเสริมการจัดการน้ำเยียวยาผู้ประสบอุทกภัย ตามแนวทาง 2 พี 2 อาร์ ซึ่ง เอาแต่อ้างถึงบางระกำโมเดล ทั้งบางระกำโมเดล ทำให้น้ำท่วมกันทั่วประเทศแล้ว มีประชาชนทุกข์ยากถึง 6.1 แสนครัวเรือน แต่รัฐบาลช่วยได้เพียง ร้อยละ 22 ประชาชนค่อนประเทศเดือดร้อน แต่รัฐบาลกลับภูมิใจนำมาเป็นผลงาน 4. การเร่งหาสันติสุขในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ถือว่าเป็นความอำมหิตของรัฐบาลที่นำตัวเลขคนตายคนเจ็บ มาแถลงเป็นผลงานรัฐบาลควรละอายแก่ใจบ้าง โดยเฉพาะหลังเป็นรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ไม่เคยเหยียบจังหวัดชายแดนภาคใต้เลย และแทบจะไม่พูดถึงปัญหาดังกล่าวแต่อยู่ดีๆ กลับมายกเป็นผลงานรัฐบาล ดังนั้นอยากถามว่าใจท่านทำด้วยอะไร 5. การฟื้นฟูความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้าน ตนเห็นด้วยว่าทำได้ โดยเฉพาะความสัมพันธ์กับกัมพูชาที่ทำเพื่อประโยชน์ของพวกตัวเอง คนที่ทำร้ายบ้านเมืองก็หลบหนีคดีซ่องสุ่มอยู่ที่นั้น
นายชวนนท์ กล่าวต่อว่า 6.การแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนและผู้ประกอบการ จากปัญหาการงดการเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันทำให้สร้างหนี้ให้กองทุนถึงเดือนละ 3.3 พันล้านบาท ผลประโยชน์เข้ากระเป๋าเอกชน ประชาชนไม่ได้ประโยชน์ ราคาสินค้ายังไม่ลดตามไปด้วย 7.ยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน เช่นโครงการบ้านหลังแรก รถยนต์คันแรก และเงินเดือน 15,000 บาท ต่อเดือน รวมถึงค่าแรงขั้นต่ำ ที่บอกว่าจะทำทันที แต่กลับทำไม่ได้ ถือว่าโกหกบิดเบือนหลอกลวงประชาชน และ 8.ยกระดับราคาสินค้าเกษตร แต่ราคามันสำปะหลังและปาล์มน้ำมัน ซึ่งเป็นพืชผลที่ใช้ในการผลิตพลังงานทดแทนกลับราคาตกเนื่องจากนโยบายการลดราคาน้ำมันเบนซิน ของรัฐบาล ทำให้มีผู้ใช้แก๊สโซฮอล์น้อยลง
“ เป็นความน่าเสียใจ อดสูที่สุด ที่ประชาชนต้องเจอกับการแถลงผลงานอย่างนี้ หลังจากนี้อีก 3 เดือน รัฐบาลตั้งกรรมการอีก 30 ชุด ให้เป็นวาระแห่งชาติ ก็คงจะเป็นการเพิ่มผลงานของรัฐบาล ทำอย่างนี้ท่านไม่ต้องมาเป็นรัฐบาลก็ได้ ใครก็สามารถทำได้ หวังว่าประชาชนจะได้เห็นธาตุแท้ของรัฐบาลนี้และจะได้ใช้เป็นข้อมูลการตัดสินต่อไป” นายชวนนท์ กล่าว



