
ผบ.ทบ.ปัดวิจารณ์นิติราษฎร์
พล.อ.ประยุทธ์ เผย ไม่ขอวิจารณ์ความคิดเห็น 'นิติราษฎร์' ขอให้สังคมตัดสิน เตือน ไม่จำเป็นแก้ รัฐธรรมนูญ มาตรา 112 ต้องติดตามคนแก้ เพื่อจุดประสงค์ใด
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ให้สัมภาษณ์ก่อนการเดินทางไปปฏิบัติภารกิจ จ.นราธิวาส ว่า วันนี้ตนจะลงพื้นที่เพื่อติดตามการแก้ไขปัญหาภาคใต้ ตามยุทธศาสตร์ของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ซึ่งจะแก้ไขปัญหาแบบบูรณาการร่วมกันทุกภาคส่วน ทั้งนี้ต้องอาศัยความร่วมมือจากประชาชนในพื้นที่ในการเฝ้าระวังเหตุการณ์ ความรุนแรงด้วย ส่วนกรณี ป่าฮาลา-บาลา นั้น จากการตรวจสอบพบว่าเป็นการบุกรุกถากถางของราษฎรในพื้นที่ ขณะเดียวกันป่าผืนนี้มีขนาดใหญ่ที่สุดในภาคใต้ จึงให้เจ้าหน้าที่ติดตามเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง และหากมีข้อเท็จจริงจะแจ้งให้ทราบต่อไป อีกทั้งต้องขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วนให้การสนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่ด้วย
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงกรณีการแสดงความคิดเห็นของกลุ่มนักวิชาการในนาม คณะนิติราษฎร์ ว่า ตนไม่ขอวิพากษ์วิจารณ์ แต่ขอให้สังคมช่วยกันติดตามตรวจสอบเรื่องความถูกต้องต่อไป และหากเกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรม ก็ต้องให้หน่วยงานนี้ร่วมตรวจสอบด้วย ขณะที่ การแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 112 นั้น ตนเห็นว่าไม่มีความจำเป็นและต้องช่วยกันติดตามว่า จุดประสงค์เพื่ออะไร ทั้งนี้ ต้องไม่เป็นการละเมิดกฎหมายด้วย
ส่วนโผโยกย้ายนายทหารประจำปีนั้น ได้ส่งให้คณะรัฐมนตรีแล้ว ซึ่งขั้นตอนต่อไปก็จะเป็นเรื่องการทูลเกล้าทูลกระหม่อมรายชื่อดังกล่าวต่อไป
“ประยุทธ์” ลงใต้เกาะติดปัญหาภัยแทรกซ้อน ย้ำกองทัพเน้นใช้กฎหมายเป็นหลัก
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก กล่าวก่อนออกเดินทางลงพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ว่า การเดินทางเพื่อไปติดตามการแก้ไขปัญหาตามยุทธศาสตร์ของ กอ.รมน. ทั้ง 6 ยุทธศาสตร์ ว่าจะต้องขับเคลื่อนเรื่องใดมากขึ้น โดยเฉพาะเรื่องการรักษาความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สิน ที่ยอมรับว่ายังมีจุดอ่อนอยู่หลายจุด
ทั้งนี้การแก้ไขปัญหาจะต้องบูรณากำลังทุกภาคส่วนโดยจะต้องทำความเข้าใจว่าจะเสริมการทำงาน และ เกื้อกูลยังอย่างไร มาตรการในการจำกัดเสรีฝ่ายตรงข้าม มาตรการการควบคุมอาวุธ กระสุน วัตถุระเบิด ที่จะต้องให้มีความเข้มงวดมากขึ้น รวมถึงการแก้ไขปัญหาภัยแทรกซ้อน เช่น ปัญหายาเสพติด น้ำมันเถื่อน และการกระทำที่ผิดกฎหมายอื่น ๆ ที่มีส่วนทำให้สถานการณ์รุนแรงเกิดขึ้น
อย่างไรก็ตาม จะต้องไม่หลงประเด็นว่าเหตุการณ์่ต่าง ๆ เกิดจากความไม่เข้าใจซึ่งกันและกัน จะทำอย่างไรให้ประชาชนชาวไทยพุทธ และ ชาวไทยมุสลิม อยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขเหมือนในอดีต ต้องอาศัยทำความเข้าใจซึ่งกันและกัน เจ้าหน้าที่รัฐจะต้องดูแลและทำให้เกิดความเป็นธรรมมากที่สุด
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ขณะนี้สถานการณ์ต่าง ๆ อยู่ในเกณฑ์พัฒนาขึ้นตามลำดับ แต่ที่มีปัญหาเพราะฝ่ายตรงข้ามใช้ความรุนแรงโหดร้ายกับผู้บริสุทธิ์กับเจ้าหน้าที่รัฐ ซึ่งสมควรจะต้องได้รับการประฌาม และต่อต้านจากประชาชนในพื้นที่ เป็นสิ่งที่ทำให้เกิดความเสื่อมเสียตื่นตระหนกของประชาชน และเศรษฐกิจเสียหาย ฉะนั้นทุกคนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้จะต้องร่วมมือกันต่อต้านและร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ ระมัดระวังตนเอง เฝ้าระวังและให้ร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ในการแจ้งเบาะแส ทั้งนี้เจ้าหน้าที่จะให้กฎหมายเป็นหลักไม่ใช้มาตรการรุนแรง เพราะจะทำให้เกิดปัญหาซับซ้อนขึ้นมาอีก อย่างไรก็ตาม เมื่อกระทำผิดกฎหมายก็จะต้องยอมรับ การทำงานของเจ้าหน้าที่ที่ใช้กฎหมายต่อผู้กระทำผิด ท่านจะถืออาวุธต่อสู้กับเจ้าหน้าที่ไม่ได้ ซึ่งทางฝ่ายเจ้าหน้าที่ก็มีมาตรา 21 ให้ผู้ที่คิดกลับใจมามอบตัวเพื่อช่วยกันพัฒนาประเทศต่อไป ขอร้องอย่าถืออาวุธต่อสู้กับเจ้าหน้าที่ เพราะถ้าท่านใช้อาวุธกับเจ้าหน้าที่ เจ้าหน้าที่ก็หลีกเลี่ยงไม่ได้



