ข่าว

ไทย-กัมพูชา:ขาดคนขาดนโยบายต่อเนื่อง

ไทย-กัมพูชา:ขาดคนขาดนโยบายต่อเนื่อง

27 ก.ย. 2554

ไทย-กัมพูชา : ขาดคน ขาดนโยบายต่อเนื่อง : โลกสาระ โดย กวี จงกิจถาวร

          ในวงการทูต ไม่ว่าจะเป็นประเทศไหน ใหญ่หรือเล็ก จะมีเจ้าหน้าที่พิเศษอยู่กลุ่มหนึ่งมีความเชี่ยวชาญเป็นเพิเศษ มีความรู้เรื่องกฎหมายระหว่างประเทศดีมากๆ รู้เรื่องปักปันเขตแดน เรื่องตื้นลึกหนาบางของอธิปไตยแห่งดินแดน บุคคลเหล่านี้คือนักกฎหมายและนักการทูตทำงานในกระทรวงต่างประเทศ รับผิดชอบเรื่องสนธิสัญญาและสัมพันธ์การทูตต่างประเทศ โดยเฉพาะเรื่องละเอียดอ่อนทั้งหลายแหล่

           กระทรวงต่างประเทศได้มีคำสั่งในวันที่ 13 กันยายนถอนคุณอัษฎา ชัยนาม ออกจากประธานคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา พร้อมกับทูตวีรชัย พลาศรัย ออกจากทีมปรึกษาเดียวกัน รู้สึกตกใจมาก เพราะทั้งคู่มีประวัติและฝีมือทำงานเพื่อผลประโยชน์แห่งชาติ ผู้เขียนติดตามผลงานมานมนาน ทั้งคู่ทำงานเพื่อประเทศจริงๆ กระทรวงต่างประเทศมีสิทธิจะสับเปลี่ยนเจ้าหน้าที่ได้โดยเฉพาะช่วงมีรัฐบาลชุดใหม่ ต้องเอาคนที่ทางพรรคเพื่อไทยไว้ใจ แต่เรื่องนี้มันเป็นเรื่องของชาติไม่ได้เกี่ยวกับพรรค

           เรื่องการเมื่องอื่นๆ ที่เห็นกัน พอจะเข้าใจในเรื่องเปลี่ยนตัวบุคคล แต่เรื่องอธิปไตยแห่งดินแดนจะมาแบ่งพวกไม่ได้ เนื่องจากผลประโยชน์แห่งชาติจะมาสมยอมกันไม่ได้ จึงรู้สึกผิดหวังที่รัฐบาลชุดใหม่เอาคนรู้เรื่องและทำงานจริงออก ทำให้ให้ขาดความต่อเนื่อง มันเป็นปัญหาหลักของการทูตไทยมาเป็นเวลานานแล้ว คือมีการเปลี่ยนตัวเจ้าหน้าที่ดูแลเรื่องต่างๆ บ่อยมาก จนไม่สามารถมีเจ้าหน้าที่ทำเรื่องที่เข้าใจแบบบูรณาการ รู้จุดยืนร่วมประเทศและเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ทางกัมพูชาเจ้าหน้าที่ชุดเดียวกันทำงานด้านนี้เฉพาะไม่มีชักเข้าชักออก ฝึกนักกฎหมายและนักการทูตรุ่นใหม่รับความรู้และหน้าที่ต่อ

           เรื่องไทย-กัมพูชาเป็นเรื่องแปลกมาก ผู้เชี่ยวชาญไทยมองปัญหา และตีความในแง่กฎหมายในรูปแบบต่างๆ ไม่เหมือนกัน ทำให้สับสน ไม่มีจุดยืนมั่นคง ลักษณะแบบนี้ทำให้ฝ่ายตรงข้ามถึงกับหัวเราะชอบใจ เพราะคนไทยโดยเฉพาะคนมีความรู้ทางกฎหมายกลับไม่มีความเห็นลงรอย พร้อมที่จะกัดกันเอง ไม่มีเอกภาพ

           เรื่องเกี่ยวกับการแบ่งปันผลประโยชน์ร่วมในเขตอ่าวไทย เกี่ยวกับการพัฒนาร่วมแหล่งแก๊สและน้ำมันเป็นตัวอย่างที่ดี รัฐบาลชุดต่างๆ ตีความหมายต่างกัน พอเป็นแบบนี้ในระหว่างการเจรจา ฝ่ายไทยจะถูกฝ่ายตรงข้ามเล่นงานเอา มีความจำเป็นต้องมีเอกภาพชัดเจน

           น่าเสียดายเรื่องสัมพันธ์ไทย-กัมพูชาตอนนี้ต้องยอมรับว่ากลายเป็นงานมหรสพไปแล้ว มีการโหมโรง ตัวประกอบมากมาย พระเอกนางเอกหลายคน ที่ร้ายที่สุดคือมีผู้กำกับหลายคนอยู่เบื้องหลัง

           อย่าลืมว่า อีกไม่ถึงสามเดือน กัมพูชาจะเป็นประธานอาเซียน ความคืบหน้าเรื่องข้อพิพาทชายแดนก็ยังไม่มี คำตัดสินของศาลโลกออกมาทั้งสองฝ่ายยังไม่ได้นำไปปฏิบัติ ต่อจากนั้นกัมพูชาจะเข้าสมัครเป็นสมาชิกหมุนเวียนคณะมนตรีถาวรองค์การสหประชาชาติในปี 2513

           บทบาทกัมพูชาในอนาคตทั้งในเวทีภูมิภาคและระหว่างประเทศจะมาแรง และมีขอบเขตกว้างขวางกว่าที่คิด ฝ่ายไทยเราควรเตียมตัวให้ดี เตรียมบุคลากรให้พร้อม