
สั่งปิดปากCCTVโฉ่พท.โต้'แม้ว'ไม่เกี่ยว
'สุขุมพันธ์' สั่ง บิ๊ก กทม. ปิดปาก ส่งไม้ ปชป. รับลูก 'CCTV ฉาว' กมธ.วิทย์ฯ เรียก ผู้ว่าฯ กทม. แจง ด้าน พท. โต้ ปชป. ยัน 'แม้ว' ไม่เกี่ยว ซื้อกล้องวงจรปิด 5 จว.ใต้ แฉ 'สุรยุทธ์' เริ่มโครงการ งบ 969 ล. 'มาร์ค' สั่งรื้อ จัดซื้อแบบพิเศษ ตั้งงบผูกพันถึงปี 55
รายงานข่าวจากศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร(กทม.) แจ้งว่า เมื่อเกิดกรณีข่าวกรณีกล้องวรจรปิด CCTV จนถึงเรื่องกล้อมดัมมี่ และถูกฝ่ายต่าง ๆ วิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักนั้น ทำให้เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา มรว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯกทม. ต้องเรียกผู้บริหารและเจ้าหน้าที่จากสำนักการจราจรและขนส่งประชุมเร่งด่วน ก่อนออกมาแถลงข่าวชี้แจง โครงการจัดซื้อกล้องซีซีทีวีของกทม.
ทั้งนี้ พรรคเพื่อไทยได้นำเรื่องนี้ ไปโจมตีการทำงานของกทม. รวมทั้งได้ตั้งกระทู้ในสภา เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา และทำให้พรรคประชาธิปัตย์ ต้องออกมาชี้แจง โดยมีการประสานงานเรื่องข้อมูลกับกทม.
รายงานระบุว่า เนื่องจากผู้บริหารกทม. เกรงว่า หากออกมาตอบโต้พรรคเพื่อไทยด้วยตัวเอง จะทำให้เป็นประเด็นทางการเมือง และทำให้เรื่องนี้จบไม่ลง
รายงานข่าวระบุด้วยว่า ในส่วนกรณีที่องค์กรอิสระ อาทิ สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) จะเข้ามาตรวจสอบโครงการกล้องซีซีทีวีของกทม. ฝ่ายบริหารกทม.ก็มั่นใจว่า จะชี้แจงโครงการนี้ได้ เพราะที่ผ่านมา ได้ทำหนังสือชี้แจงโครงการกล้องซีซีทีวีกับทางสตง.มาโดยตลอด
อย่างไรก็ตาม หากพรรคเพื่อไทย นำเรื่องนี้เป็นประเด็นการเมืองอีกครั้ง ฝ่ายกทม.จะไม่ออกมาโต้ตอบ โดยปล่อยให้เป็นหน้าที่ของพรรคประชาธิปัตย์ แต่หากมีประเด็นที่จำเป็นต้องชี้แจง ก็จะให้มีการแถลงข่าวเป็นกรณี ๆ ในเฉพาะรายละเอียดของโครงการเท่านั้น
รายงานแจ้งด้วยว่า ล่าสุด มรว.สุขุมพันธุ์ ได้สั่งให้ผู้บริหารกทม.ฝ่ายการเมืองทุกคน งดการให้สัมภาษณ์โดยเด็ดขาด และให้รเตรียมเอกสารให้พร้อม เพื่อส่งให้พรรคประชาธิปัตย์ และข้าราชการประจำของกทม. ออกมาชี้แจง
ทั้งนี้ มีรายงานอีกว่า หากถึงที่สุดแล้ว การสอบสวนของ สตง. ดีเอสไอ หรือ ปปช. ไม่พบการกระทำความผิดในโครงการจัดซื้อกล้องซีซีทีวีของกทม. ผู้บริหาร กทม. อาจจะให้ฝ่ายกฎหมายเตรียมการฟ้องร้องเอาผิด กับบุคคลที่ออกมาพูดทำให้กทม.เสียหาย อาทิ นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม. รองโฆษกพรรคเพื่อไทย เป็นต้น
กมธ.วิทย์ฯ ร่อนจม.ด่วน เรียก ผู้ว่าฯ กทม. แจง "กล้องฉาว"
มีรายงานแจ้งด้วยว่า ล่าสุดคณะกรรมาธิการวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การสื่อสารและโทรคมนาคม วุฒิสภา ได้มีหนังสือด่วนที่สุด ลงวันที่ 21 ก.ย.54 ส่งถึงผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร(กทม.) เชิญเข้าประชุมหารือ และให้ข้อมูลข้อเท็จจริง เกี่ยวกับกรณีการติดตั้งกล้องซีซีทีวีเปล่า (กล้องดัมมี่เฮาท์ซิ่ง) ในพื้นที่กทม. ต่อคณะอนุกรรมาธิการศึกษาและติดตามระบบเครือข่ายเทคโนโลยีสารสนเทศ การสื่อสาร เพื่อความปลอดภัยของบ้านเมืองในวันที่ 27 ก.ย.นี้ เวลา 10.00 น. ที่ ห้องประชุมกรรมาธิการ ชั้น 3 อาคารรัฐสภา
ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการวิทยาศาสตร์ฯ ขอให้ผู้ว่าฯ กทม. เรียกเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เดินทางเข้าร่วม และให้ข้อมูล พร้อมจัดเตรียมเอกสารหลักฐานต่างๆ ประกอบการชี้แจงอย่างน้อย 20 ชุด
อรายงานระบุว่า มรว.สุขุมพันธุ์ ได้มอบหมายให้นายธีระชน มโนมัยพิบูลย์ รองผู้ว่าฯ เข้าประชุมชี้แจงแทน เนื่องจากติดภารกิจที่ต่างประเทศ ขณะเดียวกัน ก็สั่งการให้ปลัดกทม.ส่งเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเดินทางไปร่วมให้ข้อมูลด้วย
พท.โวย 'แม้ว' ไม่เกี่ยว ซื้อกล้องวงจรปิด 5 จว.ใต้
ด้านนางกุสุมาลวตี ศิริโกมุท ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่า กล้องปลอมเริ่มติดเมื่อสมัย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า เรื่องดังกล่าวรัฐบาลสมัยของ พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่รู้เรื่อง และไม่ได้เกี่ยวข้องกับการจัดซื้อ
"พรรคประชาธิปัตย์ พยายามบิดเบือนความจริงให้ร้าย เพราะความจริงในสมัยรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ในช่วงปี 2547 ได้เกิดเหตุการณ์ความไม่สงบเกิดขึ้น และมีข้อเสนอส่วนราชการส่วนท้องถิ่นให้ติดตั้งกล้องวงจรปิด แต่ยังไม่ได้จัดซื้อใด ๆ"
นางกุสุมาลวตี กล่าวว่า หลังการปฎิวัติ ในสมัยของรัฐบาลพล.อ.สุรยุทธ์ จุลลานนท์ เข้ามาช่วงปี2550 ได้มีการดำเนินการต่อ โดยรัฐบาลได้เห็นชอบให้สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย ดำเนินโครงการจัดซื้อกล้อง CCTV พร้อมติดตั้งใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เมื่อวันที่7 ก.ย.2550 โดยมี บริษัทบริษัท ดิจิตอล รีเสิร์ชแอนด์คอนซัลทิง
อย่างไรก็ตาม อุปกรณ์ไม่เป็นไปตามสเปค จึงจัดส่งของไม่ได้ และกลายเป็นปัญหาฟ้องร้องเรียกค่าปรับ ถึงวันละเกือบสองแสนบาท ซึ่งในที่สุด กระทรวงมหาดไทย สมัยรัฐบาลพล.อ.สุรยุทธ์ มีคำสั่งยกเลิกทีโออาร์ และให้ปรับปรุงทีโออาร์โครงการจัดซื้อกล้อง CCTV ใหม่ภายใต้งบประมาณ 969 ล้านบาท แต่การดำเนินการติดตั้งก็ยังมีปัญหา เมื่อรัฐบาลสมัยพล.อ.สุรยุทธ์ พ้นไป
ทั้งนี้ ในสมัยรัฐบาล ของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี มีคำสั่งให้ปรับปรุงและยกร่างทีโออาร์ใหม่อีกครั้ง โดยเปิดให้ดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างโดยวิธีพิเศษ เบิกจ่ายงบประมาณวงเงิน969ล้านบาท ผูกพันข้ามปีแก้ไขจากเดิมปี2550 ถึง2552 เป็นปี 2550-2555 โดยมีบริษัทไทยทรานมิสชั่น เป็นคู่สัญญารับงานติดตั้งกล้อง CCTV 3,520 ตัว เป็นกล้องจริงทั้งหมด โดยไม่มีกล้องอำพราง หรือ กล้องหลอก ตามหนังสือเลขที่239/2553 ลงวันที่23มิ.ย.2553
"ตามสัญญาการติดตั้ง ต้องแล้วเสร็จในวันที่ 8 ธ.ค.2554 ขณะนี้ ได้ดำเนินการติดตั้งระบบกล้องCCTVเสร็จไปกว่าร้อยละ 50 ดังนั้น ขอยืนยัน สมัยรัฐบาลของ พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่รู้เรื่อง และไม่ได้เกี่ยวข้องกับการจัดซื้อด้วยเลย แต่พรรคประชาธิปัตย์พยายามบิดเบือนความจริง เรื่องนี้เรามีเอกสารมีข้อมูลยืนยันได้ ไม่อยากให้พรรคประชาธิปัตย์ออกพูดเอาดีเข้าตัว เอาชั่วใส่คนอื่น” นางกุสุมาลวตี กล่าวย้ำทิ้งท้าย



