แกะรอยโจรปล้นทอง'ง้อเมีย'จนมุม
แกะรอย...ทะเบียนรถ ปล้นทอง"ง้อเมีย"...จนมุม : ตะลุยข่าว โดยโต๊ะรายงานพิเศษ
ด้วยไหวพริบของพลเมืองดีที่สามารถจดจำหมายเลขทะเบียนรถจักรยานยนต์ของคนร้ายใช้เป็นยานพาหนะหลบหนี หลังก่อเหตุชิงทรัพย์ทองคำรูปพรรณน้ำหนักกว่า 50 บาท มูลค่ากว่า 1 ล้านบาท ทำให้ตำรวจใช้เวลาการสืบสวนไม่ถึง 24 ชั่วโมง สามารถตะครุบตัวคนร้ายได้ทันควัน ซึ่งคนร้ายรายนี้เพิ่งพ้นโทษออกจากเรือนจำในข้อหา "ชิงทรัพย์ร้านทอง" !!
ช่วงเช้าวันที่ 24 กันยายน ร้านทองยินดี เลขที่ 328/13 ถนนประชาอุทิศ อ.เมือง จ.ชุมพร ซึ่งเป็นอาคารพาณิชย์ 3 ชั้น ติดริมถนนประชาอุทิศ ตรงข้ามสำนักงานประมงจังหวัด เพิ่งจะเปิดให้บริการตามปกติ...เถ้าแก่เนี้ยวัย 40 ปี กำลังยืนเช็ดตู้กระจกใส่ทองรูปพรรณอยู่เพียงลำพัง จู่ๆ ก็มีคนร้ายฉายเดี่ยวใช้มีดเป็นอาวุธบุกเข้ามาภายในร้าน ก่อนใช้มีดจี้บังคับเจ้าของร้านแล้วเข้าไปกวาดเอาทองรูปพรรณน้ำหนักร่วม 50 บาทในตู้โชว์หลบหนีไปอย่างรวดเร็ว
พ.ต.อ.ภาณุเดช ณ พัทลุง ผกก., พ.ต.ท.สนั่น คงทอง รอง ผกก.สส., พ.ต.ท.วิชิต ขำคชกรรณ สว.สส. พร้อมชุดสืบสวนของ สภ.เมืองชุมพร รีบรุดมาตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบว่าพื้นที่ดังกล่าว ตั้งอยู่ใจกลางเมืองชุมพร มีผู้คนพลุกพล่าน และมีกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งอยู่ภายในร้าน 4 ตัว สามารถบันทึกแผนประทุษกรรมของคนร้ายไว้ได้อย่างชัดเจน
เมื่อเห็นภาพภาพคนร้ายจากกล้องวงจรปิด ชุดสืบสวนบางนายรู้สึกคุ้นๆ กับลักษณะรูปร่างและใบหน้าของคนร้าย จังหวะเดียวกัน พลเมืองรายหนึ่งแจ้งว่า พบเห็นคนร้ายขี่รถจักรยานยนต์ ทะเบียน ขงต x8 ประจวบคีรีขันธ์ หลบหนีไป
ข้อมูลหมายเลขทะเบียนรถจักรยานยนต์ จึงถูกนำมาตรวจสอบข้อมูลจากกรมการขนส่งทางบก ปรากฏชื่อ น.ส.อภิญญา (ขอสงวนนามสกุล) มีภูมิลำเนาอยู่ที่ อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เป็นผู้ครอบครองรถจักรยานยนต์คันดังกล่าว
ปฏิบัติการแกะรอยไล่ล่าคนร้ายจึงเริ่มขึ้น จนสืบทราบว่ารถจักรยานยนต์คันที่ใช้ก่อเหตุ น.ส.อภิญญาให้นายบุญนำ (ขอสงวนนามสกุล) ใช้ระหว่างทำงานอยู่ที่เมืองชุมพร ชุดสืบสวนเร่งติดตามจนกระทั่งพบนายบุญนำให้ข้อมูลว่าเพื่อนที่เพิ่งพ้นโทษมาจากเรือนจำมาพักค้างคืนที่บ้านเมื่อวันศุกร์ที่ 23 กันยายน พร้อมทั้งขอยืมรถจักรยานยนต์ แต่ไม่ได้อนุญาตให้นำไปใช้ พอตื่นขึ้นมารถจักรยานยนต์ที่จอดอยู่หน้าบ้านก็หายไป
นายบุญนำให้ข้อมูลว่า เพื่อนคนนี้คือนายนิวัฒน์ พยุหกฤษ อายุ 38 ปี อยู่บ้านเลขที่ 25 หมู่ 2 ต.ตากแดด อ.เมือง จ.ชุมพร เคยถูกชุดสืบสวนของ สภ.เมืองชุมพรจับกุมในข้อหาชิงทรัพย์ร้านทองรูปพรรณเมื่อหลายปีก่อน
ข้อมูลของคนร้ายรายนี้ ถูกนำมาตรวจสอบประวัติอาชญากรที่ถูกเก็บไว้ที่ฝ่ายสืบสวน พบรูปถ่ายของนายนิวัฒน์ถูกทำบันทึกไว้ ชุดสืบสวนจึงเร่งติดตามหานายนิวัฒน์ จากข้อมูลเดิมที่พบว่ามีภรรยาคนหนึ่งอยู่ในพื้นที่ จนกระทั่งช่วงเย็นวันที่ 24 กันยายน จึงได้พบกับภรรยาเก่าของผู้ต้องสงสัย
“ภรรยาเก่าของนายนิวัฒน์ยอมรับเดินทางมาหาจริง และนำทองคำรูปพรรณมาเพื่อมอบให้ พร้อมทั้งขอคืนดีด้วยกัน แต่นายนิวัฒน์ถูกภรรยาเก่าปฏิเสธ เพราะตั้งแต่ถูกดำเนินคดี ก็มีสามีใหม่แล้ว จึงไม่อยากยุ่งเกี่ยวด้วย นอกจากนี้ ข้อมูลบางส่วนทำให้ชุดสืบสวนพอทราบว่านายนิวัฒน์น่าจะหลบซ่อนอยู่ในพื้นที่แล้วพักอาศัยกับเพื่อนคนสนิท ชุดสืบสวนจึงออกติดตามเฝ้าสังเกตการณ์จนกระทั่งพบเห็นนายนิวัฒน์ จึงเข้าจับกุมพร้อมยึดของกลางทองคำรูปพรรณประมาณ 51 เส้น“ พ.ต.ท.วิชิตกล่าว
ด้านนายนิวัฒน์ให้การอ้างว่า สาเหตุที่ต้องทำเพราะช่วงที่ติดคุกในเรือนจำ ไม่ค่อยมีใครไปเยี่ยม โดยเฉพาะภรรยา จึงตัดสินใจว่าหลังจากพ้นโทษจะไปง้อขอคืนดีกับภรรยา แต่เพิ่งพ้นโทษออกมาไม่มีงานก็ไม่มีเงิน จึงตัดสินใจใช้มีดที่แอบขโมยมาจากแผงผักในตลาดเข้าชิงทรัพย์ร้านทองรูปพรรณ
"ผมออกจากเรือนจำเมื่อวันศุกร์ ก็เดินทางไปหาเพื่อน จะขอยืมรถจักรยานยนต์เพื่อไปหาภรรยา แต่เพื่อนไม่ให้รอจนถึงตอนเช้าก็แอบหยิบกุญแจรถมอเตอร์ไซค์สตาร์ทเครื่องยนต์ออกไป ระหว่างทางคิดว่าทำอย่างไรให้ภรรยาคืนดี แต่ไม่มีเงินไปง้อ จึงตัดสินใจเข้าไปปล้นร้านทอง จากนั้นขี่มอเตอร์ไซค์ไปจอดทิ้งไว้ที่สถานีรถไฟ แล้วนั่งรถมอเตอ์ไซค์รับจ้างไปหาภรรยา แต่เมื่อรู้มีสามีใหม่แล้วจึงกลับออกมาจากบ้านภรรยา เอาทองคำรูปพรรณส่วนหนึ่งไปขาย ได้เงินสดมาก็นำไปซื้อโทรศัพท์มือถือยี่ห้อเวลคัม สีดำ จากนั้นก็ไปเที่ยวผู้หญิงในตัวเมือง แล้วไปหาเพื่อนคนหนึ่งนั่งดื่มสุราจนเมาไม่ได้สติ มารู้สึกตัวอีกทีก็ถูกตำรวจเข้าจับกุมแล้ว" นายนิวัฒน์รับสารภาพ



