ข่าว

'ปู'เย้ย'หม่อมอุ๋ย'วิจารณ์จำนำข้าวมิติเก่า

'ปู'เย้ย'หม่อมอุ๋ย'วิจารณ์จำนำข้าวมิติเก่า

26 ก.ย. 2554

"ยิ่งลักษณ์" เมินชาวนาน้ำท่วมไม่มีข้าวจำนำ แนะขายที่อื่นได้เพราะเป็นทางเลือก ระบุน้ำลดก็ให้ปลูกข้าวใหม่ เย้ย "หม่อมอุ๋ย" วิจารณ์เป็นมิติเก่า “กิตติรัตน์”ลั่นโครงการจำนำข้าวทำได้จริง ประกาศมั่นใจจะไม่ขาดทุน

          เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 26 ก.ย. นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงเสียงวิจารณ์ต่อนโยบายรับจำนำข้าวของ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล อดีตรองนายกรัฐมนตรีว่า หากถามโดยส่วนตัวก็คงเป็นมิติเก่า เพราะมิติใหม่วัตถุประสงค์ของระบบรับจำนำข้าวนั้นต้องการให้ประชาชนโดยเฉพาะชาวนาได้รับประโยชน์โดยตรงที่ไม่ผ่านระบบกลางนี่คือสิ่งที่เป็นนโยบายที่ตั้งใจ
 
           ส่วนจะเชิญคนที่วิพากษ์วิจารณ์ อาทิ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร และนายอัมมาร สยามวาลา อดีตประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศ(ทีดีอาร์ไอ) มาคุยหรือไม่นั้น นายกฯ กล่าวว่า นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ ทำงานเรื่องนี้อยู่ มีการพูดคุยกันบ้างอยู่แล้ว สำหรับข้อห่วงใยในส่วนของนโยบายรับจำนำข้าวของเดิมนั้นจะนำเอาปรับปรุงในครั้งนี้ด้วย

           เมื่อถามว่าในส่วนของเกษตรกรที่ไร่นาถูกน้ำท่วมโครงการรับจำนำข้าวยังจะเป็นประโยชน์หรือไม่เพราะชาวนาไม่มีข้าว นายกฯ กล่าวว่า บางส่วนยังมีชาวนาที่เกี่ยวข้าวแล้ว ซึ่งมีสองส่วน คือระบบรับจำนำข้าวนั้นในข้อเท็จจริงราคาข้าวเพิ่มขึ้นพี่น้องเกษตรกรที่มีการเกี่ยวข้าวแล้วก็มีทางเลือกว่าจะมารับจำนำกับรัฐบาลหรือไปขายข้างนอกในราคาที่ดีกว่า

           "คำถามว่าไม่มีข้าวหรือเปล่าอันนี้ก็คงจะต้องไปแก้ปัญหาอีกครั้งว่าหลังจากที่น้ำท่วมทั้งหมดแล้วเราคงต้องไปดูว่าหลังจากเริ่มโครงการจริงๆปริมาณข้าวต่างๆ เพราะเรามีระบบอยู่แล้วในการเก็บข้อมูลทั้งหมดว่ากำลังการผลิตแต่ละพื้นที่อย่างไร ซึ่งเราเชื่อว่าหลังจากน้ำลดแล้วก็คงจะมีการเริ่มปลูกข้าวได้"นายกฯ กล่าว


“กิตติรัตน์”ลั่นโครงการจำนำข้าวทำได้จริง ประกาศมั่นใจจะไม่ขาดทุน


           ขณะที่นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ กล่าวถึงกรณีที่ม.ร.ว.ปรีดิยาธรระบุรัฐบาลจะขาดทุนจากการรับจำนำข้าวประมาณ 250,000 ล้านบาท ว่า ตนพอเข้าใจว่าหลายคนมีข้อเป็นห่วง และไม่เชื่อถือระบบที่เป็นการรับจำนำข้าวเปลือก เพราะในอดีตได้มีการปฏิบัติที่ไม่เรียบร้อยในหลายขั้นตอน แต่ขอย้ำว่าโครงการรับจำนำที่รัฐบาลชุดปัจจุบันดำเนินการ เราได้ปรับปรุงขั้นตอน และได้ดึงเอาฝ่ายงานที่จะช่วยกันดูแลเพื่อให้มีความซื่อตรงโปร่งใสเข้ามาร่วมกัน เพราะนโยบายดังกล่าวจัดเป็นนโยบายที่สำคัญที่สุดนโยบายหนึ่งของรัฐบาล ดังนั้น ข้อกังวลของม.ร.ว.ปรีดิยาธร ตนจะรับมาดำเนินการในส่วนที่ท่านห่วงว่าจะมีการปฏิบัติที่ไม่สุจริต

           “ขณะเดียวกันท่านอาจจะกังวลว่าข้าวที่มีการรับจำนำอาจจะมีราคาสูงกว่าที่เคยเป็นอยู่ ผมต้องขออธิบายว่าข้าวในฤดูกาลก่อนๆราคาต่ำเกินสมควร และมีเหตุผลอธิบายได้หลายเรื่อง แต่ผมไม่ขอวิจารณ์เรื่องในอดีต แต่มั่นใจว่าราคาข้าวที่รับจำนำในครั้งนี้เป็นราคาที่ถูกต้องเหมาะสมตามต้นทุนของเกษตรกรที่ปลูกข้าว และได้ดำเนินการหารือกับตลาดต่างประเทศแล้ว ทั้งนี้ ผมมั่นใจในรัฐบาล และผมสามารถทำได้ เชื่อว่าทั้งนักวิชาการและม.ร.ว.ปรีดิยาธรมีความเป็นห่วงและต้องการให้รัฐบาลทำสำเร็จ”นายกิตติรัตน์ กล่าว

           ส่วนการป้องกันการคอร์รัปชั่นในรัฐบาลชุดนี้ เกี่ยวกับการรับจำนำข้าวนั้น นายกิตติรัตน์ กล่าวว่า ขั้นตอนแรก เกษตรกรที่เป็นเข้าสู่โครงการรับจำจะต้องเป็นเกษตรกรไทย ดังนั้น การขึ้นทะเบียน เราจะทำให้รอบครอบและเข้มข้นมากขึ้น ฉะนั้นผู้ที่จะมาลงนามเพาะปลูกของเกษตร มีหน่วยงานเพิ่มเติมเข้ามา คือ ข้าราชการในส่วนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จากเดิมที่เรายังมีกระทรวงพาณิชย์ ธ.ก.ส. กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แต่ครั้งนี้เราจะมีกระทรวงมหาดไทยโดยผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดจะเป็นประธานอนุกรรมการในโครงการรับจำนำข้าวของจังหวัด อีกทั้งยังมีหน่วยงานที่จะมาป้องปรามการปฏิบัติที่ไม่ชอบ รวมทั้งเรายังมีชุดที่จะออกตรวจมากถึง 15 คณะ

           นายกิตติรัตน์ ยังกล่าวถึงกรณีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กังวลว่าชาวนาจะไม่มีข้าวเข้าโครงการรับจำนำ เนื่องจากประสบปัญหาอุทกภัย ว่า โครงการประกันรายได้จบลงในเดือนก.ย.นี้ ซึ่งเป็นช่วงรอยต่อก่อนจะเข้ารับจำนำ ซึ่งการจะดูแลกลุ่มที่ไร่นาเสียหายอย่างสิ้นเชิงจะมีการพิจารณาว่าจะเยียวกันอย่างไร ซึ่งมติครม.ในเดือนส.ค.ที่ผ่านมาได้มีเห็นชอบในการเยียวยาไปแล้ว 1 รอบ แต่จะมีการพิจารณากันอีกครั้งหรือไม่คงต้องรอดูต่อไป ทั้งนี้ ตนเข้าใจว่าสิ่งที่นายอภิสิทธิ์กล่าวถึงนั้นเป็นกลุ่มที่ต้องรีบเกี่ยวเร็วกว่ากำหนด เนื่องจากเกรงว่าน้ำจะทะลักเข้ามา จึงต้องรีบนำไปขายก่อน จนไม่สามารถเข้าโครงการรับจำนำในเดือนต.ค.นี้ได้

           “ผมอยากให้เกษตรการมั่นใจว่า เกษตรเหล่านี้เป็นผู้มีคุณูปการของประเทศนี้ เรายืนยันว่าจะทำการดูแลท่านนี้ ซึ่งขณะนี้รัฐบาลกำลังทำงานใกล้กับทางจังหวัด ไม่ต้องห่วงว่าเราจะไม่ดูแลท่าน แต่เราจะไม่ดูแลในโครงการประกันรายได้ เพราะถ้าดูแลในระบบประกันรายได้ ซึ่งรายได้ที่ประกันก่อนนั้น เมื่อเทียบกับราคาตลาด ปรากฎว่าราคาแทบไม่มีส่วนต่างกัน ฉะนั้นถ้าจะให้ช่วยเกษตรกรแค่ในส่วนต่างในตลาดกับการประกัน ผมคิดว่าเกษตรกรจะได้รับความช่วยเหลือน้อยมาก ” นายกิตติรัตน์ กล่าว

           รองนายกฯ กล่าวต่อว่า โครงการรับจำนำ แค่ยังไม่เริ่มโครงการก็เห็นประโยชน์แล้ว ราคาตลาดที่คนจะซื้อกันมันขยับขึ้นไปแล้ว ดังนั้น เราจะไม่ใช้วิธีที่ดูแลเกษตรกรโดยการนำงบประมาณไปจ่ายใส่มือเกษตรกรเลย ขอยืนยันกับเกษตรกรที่ขายข้าวไปก่อนว่า แม้ว่าเราจะดึงโครงการให้เริ่มในวันที่ 7 ต.ค.เพื่อให้เร็วที่สุด แต่เราก็ทราบดีว่ามีเกษตรกรจำนวนหนึ่งที่ขายข้าวไปก่อนหน้านั้น รัฐบาลดูแลแน่นอน ไม่ต้องกังวล ทั้งนี้ ในส่วนของการดูแลนั้น ถ้าคิดง่าย ตนก็ตอบได้ง่ายว่าเอาส่วนต่างไปแล้วกัน ซึ่งส่วนต่างแทบไม่มีเลย

           ผู้สื่อข่าวถามว่า มีความกังวลกันว่าหากมีการรับจำนำข้าวในราคาที่สูงจะทำให้ประเทศเพื่อนบ้าน จะตีตลาดเข้ามาในประเทศไทย รองนายกฯ กล่าวว่า ไม่ต้องห่วง แต่ขอให้เราดีใจกับประเทศเพื่อนบ้านเราไปด้วย เพราะเขาจะขายข้าวที่ดีขึ้นด้วย เพราะในอดีตเวลาขายในราคาต่ำ เขาก็เดือดร้อน ฉะนั้นเรามามีคุณค่าร่วมกัน เมื่อถามว่า มีข้อกังวลว่าไทยจะถูกองค์การการค้าโลก (WTO) มองว่าโครงการรับจำนำข้าวนี้จะซัพพอตนายทุนที่อยู่เบื้องหลังพรรคเพื่อไทยในการได้รับประโยชน์ รองนายกฯกล่าวว่า ถ้าองค์การการค้าโลกจะไม่ชอบ เขาจะไม่ชอบที่รัฐบาลเอางบประมาณไปอุดหนุนผู้ผลิต เพื่อให้สามารถนำสินค้าไปขายในตลาดโลกได้ในราคาถูก เพราะฉะนั้นถ้าองค์การการค้าโลกไม่อยากเห็น คือแนวทางประกันรายได้ เพราะโครงการประกันรายได้เป็นการนำเงินไปช่วยผู้ผลิต ซึ่งก็คือเกษตรผู้ปลูกข้าว ส่งผลให้ราคาข้าวที่หมุนเวียนในระบบตลาดมีราคาต่ำกว่าราคาที่เกษตรกรได้รับ ดังนั้น เกษตรกรที่ปลูกข้าวก็จะเป็นทุกข์

           เมื่อถามว่า ยืนยันว่าโครงการรับจำนำข้าวนี้จะไม่ขาดทุน รองนายกฯ กล่าวว่า “ไม่มีทาง ผมไม่แน่ใจว่าท่านที่วิจารณ์อย่างชนิดที่ท่านก็รู้หรือเปล่าว่าไม่ใช่ จะใช้งบประมาณ 4 แสนล้านบาทคงไม่ใช่ เพราะ 4 แสนล้านบาทเป็นกรณีผู้ที่อยู่ในระบบตลาดทั้งหลายไม่เชื่อมั่น ซึ่งไม่สบายใจไม่เป็นไร แต่รัฐบาลจะดูแล รัฐบาลสามารถขายข้าวในราคารับจำนำก็แล้วกัน” เมื่อถามว่า คิดว่าเรื่องข้าวจะไม่ทำเสถียรภาพของรัฐบาลสั่นคลอน รองนายกฯ กล่าวว่า ไม่ ตนยืนยันว่าเรื่องข้าวจะเป็นเรื่องที่ทำให้เรามีความภูมิใจร่วมกัน ถ้านักวิชาการคิดจะให้รัฐบาลปล่อยกลไก ถ้าเป็นอย่างนั้น ตนจะเป็นรัฐบาลทำไม

           ส่วนกระแสข่าวว่าองค์กรการคลังสินค้า (คอส.) จะขายข้าวในราคาถูกให้กับอินโดนีเซียนั้น รองนายกฯ กล่าวว่า ไม่ได้แอบอะไร เพราะอดีตผบ.อคส.ก็ได้ไปลงนามบันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) ในการจำหน่ายข้าวให้อินโดนีเซียประมาณกลางเดือนส.ค. ซึ่งในสัญญาหากจะมีผลนั้น ก็ต่อเมื่อรัฐมนตรีได้ลงนามรับรอง ซึ่งตนไม่ได้รับรอง เพราะราคาที่เราพูดกันไม่ได้สอดคล้องกับราคาข้าวเปลือกที่เราจะรับจำนำ ดังนั้น การขายข้าวล็อตนั้นคงไม่เกิดขึ้น และอินโดนีเซียก็คงเข้าใจ

           ผู้สื่อข่าวถามว่า ได้พบกับม.ร.ว.ปรีดิยาธร ในงาน “รวมพลังไทยต่อต้านคอร์รัปชั่น” เมื่อวันที่ 25 ก.ย. หรือไม่ รองนายกฯ กล่าวว่า “รู้สึกจะไม่เห็นท่านนะ แสดงว่าท่านคงไม่เชื่อมั่น”

 

โรงสีข้าวไม่ยอมรับฝากข้าวเพื่อรอการเข้าระบบจำนำ


            นายบุญช่วย   สอนวัฒนา  อายุ 64 ปี    ภูมิลำเนา อ.บางระจัน  จ.สิงห์บุรี  กล่าวว่า  ตนได้เกี่ยวข้าวไปเมือสัปดาห์ก่อนและนำข้าวจำนวน 10 เกวียนไปฝากไว้กับโรงสีแห่งหนึ่ง ก่อนฝากได้ตกลงกับกับเจ้าของโรงสีเอาแล้วว่า ฝากไว้เพื่อรอเข้าโครงการรับจำนำข้าว  ซึ่งทางโรงสีก็ตกลง   แต่ต่อมาเมื่อโรงสีได้ติดต่อมา ให้ไปรับเงินเป็นค่าข้าวเปลือก  โดยทางโรงสีอ้างว่าไม่สามารถที่จะรับฝากข้าวเพื่อรอเข้าโครงการจำนำข้าวในเดือนหน้าได้เพราะเกรงว่าจะมีความผิด 

            ดังนั้นจึงจะจ่ายเงินค่าข้าวเปลือกที่มากไว้เป็นค่าซื้อข้าวเปลือกแทน ในราคาประมาณเกวียนละ 6 พันถึง 7 พันบาท แล้วแต่ความชื่นของข้าว  ซึ่งชาวนาหลายรายที่ขนข้าวไปฝากไว้กับโรงสีก่อนหน้านี้ ก็ต้องยอมขายให้ไม่รู้ว่าจะขนข้าวไปเก็บที่ไหน   ทั้งๆ ที่ทราบดีว่าหากรอเข้าโครงการจำนำข้าวก็จะได้ราคาถึงเวียนละ 15,000 บาท   ในส่วนของตนเองและชาวนาบางส่วนเห็นว่าเป็นการถูกเอาเปรียบอย่างเห็นได้ชัด  จึงยังไม่รับเงินจากโรงสี 

            นายพายัพ  ปั้นเกตุ  ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ จังหวัดสิงห์บุรี  กล่าวว่า  จะนำเรื่องเข้าประสานกับทางรัฐบาล   โดยเฉพาะการช่วยเหลือชาวนาที่เกี่ยวข้าวแล้วระว่างรอยต่อก่อนเข้าโครงการจำนำข้าว  ว่าจะใช้มาตรการการประกันราคาข้าวได้หรือไม่  เพื่อเป็นการช่วยเหลือชาวนา