
'เฉลิม'โวย'มท.-กรมศุลฯ'ไม่ร่วมมือปราบยา
'เฉลิม' โว รู้แหล่งผลิตยาเสพติด ใช้เรือขนข้ามประเทศ สั่งจัดการทันทีแม้ติดธงชาติอื่น โวย'กรมศุลฯ-มท.' ไม่ให้ความร่วมมือ เตรียมประสาน 'มท.1' จี้ 'ผู้ว่าฯ'เร่งทำงาน ลั่นฟันทิ้ง 'ขรก.-นักการเมือง-ตร.'มีเอี่ยว ปัดพูดถึง 'อริสมันต์' อ้างไม่ใช่หน้าที่
26 ก.ย.54 ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล จับกุมผู้ค้ายาเสพติดพร้อมของกลางยาบ้า1ล้านเม็ดในช่วงเช้าวันนี้ว่า เจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนให้ความร่วมมือเพราะรู้ว่ารัฐบาลเอาจริง โดย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้ตนดูแล ตนจึงใช้ความรู้ที่มีจากประสบการณ์ ตั้งแต่เป็นตำรวจ และการที่ตนมีความใกล้ชิดกับตำรวจทำให้มีความมั่นใจมากขึ้น ทุกคนรู้ว่ายาเสพติดมาจากที่ไหน จะต้องมีการสกัดกั้น ไม่ให้มีการซัพพลาย ดีมานด์ก็จะไม่มีปัญหา ถึงแม้จะเอาโทรศัพท์เข้าไปในเรือนจำ แต่ถ้าสั่งเข้าไปไม่ได้ก็จบ ต้องแก้ที่ต้นเหตุ
' ที่สำคัญตอนนี้มีการย้ายฐานการผลิต จากประเทศที่เรารู้ ไปเป็นอีกประเทศใกล้ๆ ตอนนี้ผมรู้แหล่งผลิตแล้ว และได้สั่งให้แม่ทัพนายกอง ที่ประชุมเมื่อวันเสาร์ที่แล้ว และผมได้แนะนำทหารเรือ กับด่านศุลกากร เพราะที่ผ่านมามีการใช้เรือหัวแหลม ที่ลำไม่ใหญ่ วิ่งแป๊บเดียวก็ถึงฝั่งเรา แต่ขนที่ละเป็นหมื่นเป็นแสนเม็ด ซึ่งใช้ธงของประเทศนั้นติด ทำให้เจ้าหน้าที่กลัว เพราะว่าเป็นการให้เกียรติ เนื่องจากเป็นธงของทางการ ผมจึงถามไปว่ากลัวทำไม จึงสั่งการไปว่าถ้าเห็นว่าเป็นเรือขนยาเสพติดให้ดำเนินการ ถึงแม้ว่าจะติดธงของประเทศนั้นก็ตาม ผมจะจัดการเรื่องรายละเอียดให้ เพื่อเป็นการสร้างขวัญกับการจัดการแก๊งค้ายาเสพติด' รองนายกรัฐมนตรี กล่าว
ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวต่อว่า วันนี้ทหารให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ ตนไปประชุมก็มีแม่ทัพเข้ามาร่วมประชุม รองแม่ทัพ ผู้บัญชาการกองพลทหารม้าที่ 1 ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 4 ผู้บัญชาการทหารพราน ผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง แต่หน่วยงานพลเรือนยังไม่มีการตื่นตัว ซึ่งจะพูดในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เพราะขนาดการประชุมยังส่งเจ้าหน้าที่ระดับล่างมา ทั้งที่เขารู้นโยบายแล้ว แต่สั่งการไม่ได้ ถ้าแก้ปัญหาตรงนี้ได้ ตนมั่นใจว่ายาเสพติดไม่หมด ก็ต้องเหลือน้อย
ผู้สื่อข่าวถามว่า ในการประชุมครั้งนี้หมายถึงฝ่ายปกครอง หรือว่าคณะกรรมการป้องกัน และปราบปรามยาเสพติด(ป.ป.ส.)ที่ยังทำงานไมเต็มที่ ร.ต.อ. เฉลิม กล่าวว่า ไม่ใช่ ป.ป.ส.หน่วยงานนี้เขาเต็มที่ เพราะขึ้นตรงกับตน แต่ตนขอยกตัวอย่าง เช่นกรมศุลกากร ที่อธิบดีไม่เคยให้ความสนใจ
ซึ่งอาจจะมีภารกิจ แต่อย่างน้อยในเมื่อเป็นวาระแห่งชาติ และนโยบายเร่งด่วน ก็ต้องให้ความร่วมมือกับรัฐบาล หรืออย่างกระทรวงมหาดไทย ผู้ว่าบางคนเข้าประชุมแป๊บเดียว ก็อ้างว่ามีธุระ ถ้าเป็นเช่นนั้นก็ควรส่งตัวแทนมาทำหน้าที่ ทั้งนี้ตนได้บอกกับนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทยว่า ถ้าเอาเจ้าหน้าที่ไม่สำคัญของจังหวัดมา และจะสั่งการไปได้อย่างไร ก็ต้องมีการประสานงานกันใหม่
ผู้สื่อข่าวต่อว่า ประเมินการทำงาน 1 เดือนที่ผ่านมา ในการกวาดล้างยาเสพติดอย่างไรบ้าง ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ได้ผล อย่างน้อยสถานบริการก็เปิดสว่างไม่ได้ เพราะสถานที่นี้ถือเป็นจุดเสี่ยง ถ้าลดไปปัญหาก็จะน้อยลง จากเป้าหมายหลักของตนคือป้องกันไม่ให้ยาเสพติดเข้ามาประเทศ ตอนนี้มีรายชื่อผู้ค้าหมดแล้ว จริงๆแล้วมีไม่มาก แต่พวกที่มารอรับยาจากพวกนี้ตนยังไม่ทราบจำนวน ซึ่งได้นำข้อมูลเก่ามารวบรวมใหม่ ก็พบว่าพวกหัวโจกมีไม่มาก
ผู้สื่อข่าวถามว่า จากการประชุมติดตามเร่งรัด มีนักการเมืองเข้าไปเกี่ยวข้องมากน้อยแค่ไหน รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า มีแต่ในระดับท้องถิ่น ตนถึงบอกให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเข้ามาดูแล ซึ่งกำนัน และอบต.บางตำบลนี่ตัวดีนัก เพราะพวกค้ายาสามารถผ่านเข้ามาชายแดนได้ แต่เส้นทางภายในประเทศไม่เก่ง ตนจึงต้องคุยกับนายยงยุทธ รมว.มหาดไทย ว่าผู้ว่าฯต้องให้การร่วมมือ เพราะการทำงานจะเหลอะแหละไม่ได้
“มีตำรวจส่วนหนึ่งที่มีส่วนในการค้ายาเสพติดด้วย ซึ่งนโยบายที่ผมสั่งไป หากจับได้ให้คัดออก หรือไล่ออก ชั่วช้าอย่างอื่นก็พอไหว แต่ถ้าเจ้าหน้าที่มาค้ายาเสียเอง ถือว่าใช้ไม่ได้ และผมรู้ชื่อหมดทุกคนแล้ว ผู้บัญชาของพวกนั้นเป็นคนบอกมาเอง ซึ่งเมื่อก่อนผู้บังคับบัญชาไม่กล้าออกมาพูด เพราะข้างบนไม่เข้มข้น เหมือนรัฐบาลนี้ พอข้างบนเข้มข้น พวกเขาเลยต้องเข้มข้นตาม ที่ยังมีการค้ายาอยู่ได้นั้น ก็เพราะเจ้าหน้าที่รัฐไปร่วมมืออยู่ด้วย อย่างแถวย่านรัชดา ถ้าเปิดเป็นสถานบริการอย่างเดียวก็ไม่เป็นไร แต่มีการตั้งโต๊ะขายยาบ้า ยาอี แต่ตอนนี้ไม่ได้เพราะตำรวจเอาจริงแล้ว ” ร.ต.อ.เฉลิมกล่าว
'เฉลิม'ปัดพูดถึง'อริสมันต์'อ้างไม่ใช่หน้าที่
ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึง การดำเนินคดีกับนายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง ที่มีกระแสข่าวว่าเตรียมที่จะเดินทางเข้ามาในประเทศไทยว่า ตนไม่ขอแสดงความคิดเห็น ให้ไปถามพล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รมว.กระทรวงยุติธรรม เพราะท่านรับผิดชอบอยู่ ซึ่งภารกิจหลักของตนคือการกำจัดยาเสพติด
ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการสั่งห้ามไม่ให้พูดถึงกลุ่มคนเสื้อแดงหรือไม่ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า คนอย่างตนใครจะมาสั่งได้ หน้าที่ใครหน้าที่มัน “ขอบอกว่าในชีวิตของร.ต.อ.เฉลิม ทางการเมือง ไม่มีใครสั่งผมได้ ผมคิดเป็นทำเป็น ส่วนที่เป็นข่าวออกมา เพราะมีการไปเขียนกันเอง ที่ผมไม่พูดเพราะไม่ใช่หน้าที่” ร.ต.อ.เฉลิมกล่าว
เมื่อถามว่า สภาพการณ์บ้านเมืองขณะนี้ ผู้ที่อ้างเหตุผลไม่ได้รับความเป็นธรรมในคดีการเมือง กำลังจะกลับเข้ามาต่อสู้คดีได้หรือยัง รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ที่นายคณิต ณ นคร ประธานคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ (คอป.) เสนอต่อครม.7 ข้อ ให้ไปศึกษาตรงนั้นเอาก็พอแล้ว
ผู้สื่อข่าวถามว่า เป็นการคืนความเป็นธรรมให้กลุ่มคนเสื้อแดงในข้อหาทางการเมืองตามที่พรรคเพื่อไทยระบุ จะใช้ช่องทางของ คอป.เลยหรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ก็มีหลายช่องทาง อย่างการชันสูตรพลิกศพ13ศพใหม่ ก็เป็นอีกช่องทางที่จะพิสูจน์ว่าใครเป็นคนผิด
ผู้สื่อข่าวถามว่า ความคืบหน้าคดี 91 ศพถึงไหนแล้ว รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตอนนี้ถึงขั้นตอนการไต่สวน ที่ใกล้จะรู้ความจริงแล้วว่าศพนั้นเป็นใคร ตายที่ไหน ตายอย่างไร และใครทำให้ตาย ซึ่งใกล้จะเห็นชัดแล้ว ใครที่ทำอะไรไว้ก็เตรียมตัว ถึงเวลาศาลก็จะเรียกไปเอง ทั้งนี้ประมาณสัปดาห์หน้า ตนจะไปพบพนักงานสอบสวนที่มีหน้าที่ชันสูตรพลิกศพ โดยตนจะย้ำกับเจ้าหน้าที่ว่าอย่าสร้างหลักฐานเท็จ ทำงานให้ตรงไปตรงมาไม่ต้องเกรงใจตน
ผู้สื่อข่าวถามว่าจะเป็นการอ้างได้ไหมว่าร.ต.อ.เฉลิม ไปสั่งการแทรกแซงการทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า เป็นไปไม่ได้ เพราะมีกฎหมายควบคุมอยู่ ตนไม่เอาตัวไปเสี่ยงกับเรื่องนี้
ผู้สื่อข่าวถามว่า คดี 91ศพกับคดี13 ศพจะเป็นจิ๊กซอว์ที่ไปสู้ผู้สั่งการที่เคยบอกหรือไม่ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า หากศาลพิสูจน์ชัดเจนว่า ใครเป็นคนทำก็ต้องรับผิดชอบ ตนขอย้ำอีกครั้งว่า เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานจะปลอดภัยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 62 และ มาตรา 70 ที่ระบุว่า ตนสั่งการต้องรับผิดชอบ อย่างไรก็ตาม พนักงานสอบสวนจะมาพบกับตนก่อนในสัปดาห์หน้า เพื่อชี้แจงในเรื่อง13ศพ ที่ตนเห็นว่าหากคดีนี้ชัดเจน เรื่อง 91ศพก็จะง่าย



