ข่าว

เตือนมุ่งประชานิยมซ้ำรอย'กรีซ'แน่

เตือนมุ่งประชานิยมซ้ำรอย'กรีซ'แน่

25 ก.ย. 2554

นักวิชาการเตือนภัยรัฐบาล ชี้หากเดินหน้าใช้นโยบายประชานิยมต่อเนื่อง มีหวังไทยซ้ำรอยปัญหาหนี้สาธารณะเช่นเดียวกับ "กรีซ" ระบุนโยบายมุ่งเป้าแค่ผลทางการเมือง แถมผลประโยชน์กลับตกที่กลุ่ม "คนรวย" ที่ได้สัมปทานโครงการต่างๆ

             นายตีรณ พงศ์มฆพัฒน์ คณบดี คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า หากรัฐบาลยังคงดำเนินนโยบายประชานิยมลักษณะปัจจุบันต่อเนื่อง อนาคตน่าเป็นห่วงว่าไทยอาจเผชิญกับปัญหาวิกฤติหนี้สาธารณะ เหมือนที่กรีซกำลังเผชิญอยู่ในตอนนี้ได้ เพราะนโยบายประชานิยมที่รัฐบาลชุดนี้ใช้อยู่ไม่ได้เป็นการนำเงินจากคนรวยมาช่วยคนจน แต่เป็นการนำเงินในอนาคตมาช่วยคนในปัจจุบัน

                โดยคนที่ได้ประโยชน์แท้จริงคือคนรวย เพราะจะได้สัมปทานด้านต่างๆ เช่น สัมปทานมือถือ สัมปทานการทำทรัพยากรธรรมชาติ หรือสัมปทานแท็บเล็ต เป็นต้น ขณะที่รัฐบาลอาจมีฐานทุนที่ใหญ่มากขึ้น มีอำนาจมากขึ้น แต่ประสิทธิภาพลดลง อีกทั้งยังเป็นการดึงนักธุรกิจเข้าสู่วงจรการเมืองมากขึ้น เพราะต่อไปใครอยากได้อะไรก็มาเล่นการเมือง

                 "เป้าหมายหลักของรัฐบาลชุดนี้ไม่ได้อยู่ที่ผลทางเศรษฐกิจ แต่อยู่ที่ผลทางการเมือง โดยเป็นเครื่องมือที่ให้ได้มาซึ่งอำนาจทางการเมือง เพราะรัฐบาลมาจากการเลือกตั้ง จึงต้องอาศัยคะแนนเสียงของประชาชน และความเข้มข้นของนโยบายจะอ่อนลงต่อเมื่อรัฐบาลได้ชัยชนะเด็ดขาด ซึ่งตอนนี้ยังไม่เรียกว่าชนะแบบเบ็ดเสร็จ เพราะเสียงยังไม่ท่วมท้น จึงเชื่อว่าจากนี้ไปการใช้นโยบายจะหนักขึ้น เพื่อจะได้อำนาจมาอย่างเบ็ดเสร็จ" นายตีรณ กล่าว

                ส่วนเศรษฐกิจโลกมีความเสี่ยงสูงขึ้นที่จะกลับไปเผชิญกับวิกฤติเศรษฐกิจรอบ 2 โดยอาจจะกลับเป็นช่วงขาลงได้ปลายปีนี้ ขณะที่เศรษฐกิจไทยยังมีภูมิคุ้มกันดีอยู่ แต่อาจต้องลดแนวคิดทุนนิยมและบริโภคนิยมลง เพื่อป้องกันผลกระทบที่อาจมาถึง ส่วนดอกเบี้ยแท้จริงยังติดลบอยู่ ก็ควรทำให้ติดลบน้อยลงเพื่อกระตุ้นให้เกิดการออมมากขึ้น

                นายไพโรจน์ วงศ์วิภานนท์ นักวิจัยอาวุโส สถาบันวิจัยสังคมและเศรษฐกิจ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ กล่าวว่า หากรัฐบาลยังดำเนินนโยบายประชานิยมลักษณะนี้ และไม่หาช่องทางเพิ่มรายได้หรือการลงทุนเชิงโครงสร้างพื้นฐานเพิ่ม ในอนาคตอีก 10-15 ปีข้างหน้า ก็มีความเป็นไปได้ 100% ที่ไทยจะเผชิญวิกฤติหนี้สาธารณะลักษณะเดียวกับที่กลุ่มประเทศยุโรปและกรีซที่กำลังเผชิญอยู่

                 "ถ้ารัฐบาลไม่กล้าเก็บภาษีประเภทใหม่ๆ เช่น ภาษีจากความมั่งคั่ง ภาษีจากกำไรการลงทุนในหุ้น ขณะที่ยังดำเนินนโยบายเอาใจคนรากหญ้า ก็เป็นไปได้สูงที่เราจะเกิดวิกฤติแบบเดียวกับกรีซ” นายไพโรจน์กล่าว

                 นายพีระ เจริญพร อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า นโยบายต่างๆ ที่รัฐบาลนำมาใช้ หวังเพียงแค่หากเศรษฐกิจของประเทศเติบโตแล้วทุกอย่างจะดีขึ้น แต่ไม่ได้เผื่อกรณีว่าหากประเทศเกิดปัญหาเศรษฐกิจขึ้นแล้วจะเป็นอย่างไร ซึ่งคงไม่ต้องรอถึง 10 ปี อาจจะแค่ 5 ปีก็ได้ หากรัฐบาลยังดำเนินนโยบายลักษณะนี้ต่อเนื่อง แล้วเกิดวิกฤติเศรษฐกิจขึ้น การส่งออกมีปัญหา แบงก์รัฐที่ทำหน้าที่ปล่อยสินเชื่อตามนโยบายของรัฐ อาจเกิดปัญหาเอ็นพีแอล ถึงเวลานั้นไทยต้องเผชิญปัญหาลักษณะเดียวกับกรีซ